Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

การไต่สวนเปิดโปงการวิสามัญฆาตกรรมในสงครามยาเสพติดยุคอดีตประธานาธิบดีดูเตอร์เต ส่งผลให้ ผบ.ตร.ฟิลิปปินส์ลาออก ขณะที่ฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องให้สืบสวนและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง พบการใช้นโยบายปราบปรามยาเสพติดเป็นข้ออ้างกำจัดศัตรูทางการเมือง


พล.ต.อ.เอดิลแบร์โต ลีโอนาโด (Edilberto Leonardo) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งฟิลิปปินส์ | ที่มาภาพ: Bombo Radyo La 

องค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ เรียกร้องให้ทางการฟิลิปปินส์สืบสวนเรื่องสงครามยาเสพติดสมัยรัฐบาล รอดริโก ดูเตอร์เต และให้มีการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ หรือ อดีตเจ้าหน้าที่ ๆ ถูกเปิดเผยในรอบล่าสุดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิสามัญฆาตกรรม

"สงครามยาเสพติด" ในฟิลิปปินส์เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากหลายกลุ่มในเรื่องการใช้วิธีวิสามัญฆาตกรรมและศาลเตี้ย มีชาติตะวันตกอย่างนิวซีแลนด์และสหภาพยุโรปที่แสดงความกังวลต่อการใช้วิธีวิสามัญฆาตกรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยอ้างเรื่องสงครามยาเสพติด

โฆษณา - Advertising

ในปี 2565 รัฐบาลฟิลิปปินส์ระบุว่า มีผู้ที่ถูกสังหารจากสงครามยาเสพติดรวมแล้ว 6,252 ราย แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ และ นักวิชาการหลายคนก็ประเมินไว้ว่ามีพลเรือนเสียชีวิตจากนโยบายนี้ตั้งแต่ 12,000 ถึง 30,000 ราย ซึ่งฮิวแมนไรท์วอทช์ประเมินไว้ที่ประมาณ 12,000 ราย

นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2567 เป็นต้นมา สภาผู้แทนฯ ฟิลิปปินส์ได้มีการเปิดไต่สวนกรณีวิสามัญฆาตกรรมในนาม "สงครามยาเสพติด" ของดูเตอร์เต และมีการพิจารณาว่ารัฐบาลดูเตอร์เตได้ใช้เงินที่มาจากยาเสพติดและการพนันผิดกฎหมายไปในการเป็นงบประมาณให้ตำรวจกระทำการวิสามัญฆาตกรรมด้วยหรือไม่

โดยในการไต่สวนกรณี "สงครามยาเสพติด" มีพยานให้การกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้สั่งการให้มีการสังหารในกรณีต่าง ๆ เช่น กรณี รอยีนา การ์มา อดีตผู้กำกับการตำรวจภูธรและอดีตประธานบริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กับ พล.ต.อ.เอดิลแบร์โต ลีโอนาโด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน ทั้งสองคนนี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สังหารคนไป 4 ราย

โดยที่การ์มาเพิ่งจะยอมรับเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการวิสามัญฆาตกรรมในช่วงสงครามยาเสพติดของดูเตอร์เต โดยให้รางวัลแก่ผู้ที่วิสามัญ

โฆษณา - Advertising

ในวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา ก็มีข่าวเรื่อง ลีโอนาโด ลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ในช่วงที่เขาเสี่ยงจะเผชิญกับการดำเนินคดีเกี่ยวกับสงครามยาเสพติดที่นับเป็นคดีปกครอง ซึ่ง อัลแบร์โต เบอร์นาโด รอง ผบ.ตร. ฟิลิปปินส์กล่าวยืนยันว่าลีโอนาโดได้ยื่นหนังสือลาออกจริง

อ้างสงครามยาเสพติด สั่งวิสามัญเพื่อปิดปากศัตรูทางการเมือง?

จากปากคำของพยานที่ให้การเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมาระบุว่า คดีที่การ์มามีส่วนเกี่ยวข้องคือการสั่งให้มีการสังหาร วิสลีย์ บารายูกา เลขาธิการบอร์ดของสำนักงานสลากกินแบ่งฯ โดยมีข้อสังเกตว่าก่อนหน้าเขาจะถูกสั่งตายบารายูกาตั้งใจที่จะให้การเกี่ยวกับการทุจริตของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยกล่าวหาว่าการ์มากระทำการทุจริต

ในการไต่สวนของรัฐสภา พ.ต.ท. ซานตี เมนโดซา จากสำนักงานปราบปรามยาเสพติด ได้ให้การไปในทำนองเดียวกันว่า เมื่อปี 2562 ผู้บังคับบัญชาของเขาคือ พ.ต.อ. เอดิลแบร์โต ลีโอนาโด ได้สั่งให้เขาสังหารบารายูกาด้วยเช่นกัน โดยกล่าวหาว่าบารายูกามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเมนโดซาบอกว่า ลีโอนาโด ได้รับคำสั่งมาจากการ์มาอีกทอดหนึ่ง

ถ้าข้อกล่าวหานี้เป็นเรื่องจริงก็จะกลายเป็นการนำเรื่องสงครามยาเสพติดมาอ้างใช้เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง ซึ่งในยุคสมัยที่ฟิลิปปินส์มีการใช้นโยบาย "สงครามยาเสพติด" นั้นมีกรณีการวิสามัญฆาตกรรมจากตำรวจหลายพันราย โดยที่เหยื่อส่วนใหญ่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดผิดกฎหมาย

โฆษณา - Advertising

เมนโดซากล่าวอีกว่า ในตอนนั้นเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตาม ทำให้มีการจัดจ้างมือปืนสังหารบารายูกาในเดือน ก.ค. 2563 โดยที่การ์มากับลีโอนาโดคอยเอื้ออำนวยและส่งข้อมูลให้ก่อเหตุได้สำเร็จ

การ์มา กับ ลีโอนาโด เคยปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาก่อนในช่วงที่มีการไต่สวนในรัฐสภา จนกระทั่งการ์มากล่าวยอมรับทีหลังเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา

ฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องดำเนินคดีผู้ก่อเหตุวิสามัญฯ

ไบรโอนี เลา รองผู้อำนวยการเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวว่า การไต่สวนที่เกิดขึ้นได้เปิดเผยให้เห็นเรื่องที่น่าหวาดผวาเกี่ยวกับการวิสามัญฆาตกรรมในฟิลิปปินส์ โดยที่เลาเรียกร้องให้มีการสืบสวนข้อกล่าวหาต่างๆ และดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะมีหรือเคยมียศตำแหน่งอะไรก็ตาม

การ์มาเป็นบุคคลใกล้ชิดของอดีตประธานาธิบดี ดูเตอร์เต มาตั้งแต่ตอนที่ดูเตอร์เตยังเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ในตอนนั้นการ์มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรที่ดาเวา ซึ่งทั้งการ์มาและลีโอนาโดต่างก็เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับหน่วยล่าสังหารดาเวา ซึ่งเป็นหน่วยที่ก่อเหตุวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมจำนวนมาก ต่อมาการ์มาก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการตำรวจเมืองเซบู ถึงแม้ว่านายกเทศมนตรีเซบูจะคัดค้านก็ตาม ซึ่งทางฮิวแมนไรท์วอทช์ได้บันทึกเหตุการณ์สังหารในนามของสงครามยาเสพติดที่เกิดขึ้นหลายร้อยรายในช่วงที่การ์มาดำรงตำแหน่งผู้กำกับการของเซบู

โฆษณา - Advertising

ในปี 2562 การ์มา เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดจากตำแหน่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ แล้วก็ผันตัวไปดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริหารของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์แทน

นอกจากพยานอย่างเมนโดซาแล้ว ในการไต่สวนของรัฐสภาฟิลิปปินส์ยังมีหลายคนที่ให้การกล่าวหาการ์มา เช่น สส. จอห์นนี พิเมนเทล ให้การว่า ก่อนที่บารายูกาจะถูกสังหารเป็นช่วงที่บารายูกาใกล้จะขึ้นให้การเปิดโปงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของการ์มาพอดี

ทั้งนี้ ยังมีการกล่าวหาการ์มาในกรณีอื่นๆ จากการไต่สวนก่อนหน้านี้ เข่น ในเดือน สิงหาคมที่ผ่านมา มีพยาน 2 ราย ให้การว่า เมื่อปี 2559 การ์มาได้สั่งให้มีการสังหารชาวจีนผู้ต้องหาว่าคดีค้ายาเสพติด 3 รายที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำดาเวา โดยที่การ์มาได้วานให้แฟนของเธอคือเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส อาเธอร์ นาร์โซลิส เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ และมีคนให้การว่า ดูเตอร์เต ให้การชื่นชมนาร์โซลิสที่ก่อเหตุสังหารชาวจีน 3 รายนี้

ในการไต่สวนของรัฐสภา มีการเปิดเผยว่า รัฐบาลดูเตอร์เต ได้นำบัญชีรายชื่อผู้ที่ต้องจับตามองเรื่องยาเสพติดมาใช้ในทางที่ผิด โดยนำมาใช้กำจัดศัตรูทางการเมือง เช่น กรณีของ เจด มาบิล็อก เจ้าหน้าที่เทศบาลอดีตนายกเทศมนตรีเมืองอิโลอิโล เขาให้การว่าถูกบีบให้ต้องหนีออกจากประเทศเมื่อเดือน ส.ค. 2560 และลี้ภัยไปอยู่สหรัฐฯ เพราะ ดูเตอร์เต ใส่ชื่อเขาไว้ในบัญชีทำให้เขากลัวถูกเอาชีวิต

โฆษณา - Advertising

เมนโดซา ให้การว่า บารายุกา ผู้ถูกสังหารโดยคำสั่งของการ์มา ก็เป็นคนที่ถูกระบุไว้ในบัญชีรายชื่อจับตามองเรื่องยาเสพติดเช่นกัน

ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า ในกรณี "สงครามยาเสพติด" ฟิลิปปินส์มีการนำตัวผู้ก่อเหตุสังหารมารับผิดชอบน้อยมาก มีเพียงแค่ 4 คดีเท่านั้นที่มีคำตัดสินจากศาลจากกรณีทั้งหมดหลายพันกรณี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ก็ไม่ได้ทำอะไรมากในเรื่องนี้

ศาลอาญาระหว่างประเทศกำลังสืบสวนสอบสวนในเรื่องการวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นช่วงสงครามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นประเทศที่ร่วมลงนามธรรมนูญกรุงโรมฯ ก่อนที่ต่อมาในเดือน มี.ค. 2562 ดูเตอร์เตถึงได้ถอนการลงนามจากธรรมนูญกรุงโรมฯ สำเร็จ

เลา กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลมาร์กอสดำเนินการตามที่มีการไต่สวนจากรัฐสภา ด้วยการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในกรมตำรวจและในหน่วยงานอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิสามัญฆาตกรรมในสงครามยาเสพคิด อีกทั้งเลายังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่เป็นมิตรกับฟิลิปปินส์ร่วมกดดันให้มาร์กอส จูเนียร์ มีการให้ความยุติธรรมต่อคดีเหล่านี้อย่างแท้จริงด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ให้มีการไต่สวนอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะเพียงอย่างเดียว


เรียบเรียงจาก
Philippines: Hearings Expose Duterte-Era Killings, Human Rights Watch, 03-10-2024
In tears, Garma confirms Duterte offered reward for drug war killings, Rappler, 11-10-2024
NAPOLCOM's Leonardo resigns from post, GMA News Online, 12-10-2024
 

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Philippine_drug_war
https://www.hrw.org/tag/philippines-war-drugs

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising