เปิดหนังสือตอบกลับ “กฤษฎีกา” กรณีต่ออายุความ “คดีตากใบ” กฤษฎีการะบุ ไม่สามารถตรา พ.ร.ก. ต่ออายุความคดีตากใบได้ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ อาจเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยคดีตากใบจะครบกำหนด 20 ปี และคดีจะหมดอายุความในวันพรุ่งนี้ มีประชาชนหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลต่ออายุความคดี เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
24 ต.ค. 2567 หลังเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลไทย ระบุว่า จากการที่รัฐบาลได้ทำเรื่องปรึกษากับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการต่ออายุความคดีตากใบ คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าการต่ออายุความคดีตากใบขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีหนังสือ ‘ด่วนที่สุด’ ที่ นร 0901/1069 ลงวันที่ 24 ต.ค.2567 ถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงชื่อโดยปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ตอบกลับการหารือเรื่อง การออกพระราชกำหนดเพื่อต่ออายุความในคดีสลายการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ว่าสามารถกระทำได้หรือไม่
หนังสือของกฤษฎีการะบุว่า การตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญอันมีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลนั้น โดยหลักต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ ส่วนการตราพระราชกำหนดนั้นเป็นข้อยกเว้น และเมื่อเป็นข้อยกเว้นแล้ว การดำเนินการจึงต้องยึดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเคร่งครัด มิฉะนั้นจะเป็นการตราพระราชกำหนดที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ รัฐธรรมบัญญัติให้ตราพระราชกำหนดได้เฉพาะสองกรณีเท่านั้น โดยกรณีที่หนึ่ง เป็นไปตามมาตรา 172 กล่าวคือ ต้องเป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ส่วนกรณีที่สอง เป็นไปตาม มาตรา 174 กล่าวคือ ต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์แผ่นดิน นอกจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนดที่ต้องปรากฏโดยชัดแจ้งตามที่กล่าวมาแล้ว พระราชกำหนดที่จะตราขึ้นย่อมต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามนัยมาตรา 26 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ
กรณีที่หารือว่าการตราพระราชกำหนดเพื่อต่ออายุความในกรณีดังกล่าวสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากหลักการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญข้างต้นแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนดตามมาตรา 172 และมาตรา 174 ส่วนเนื้อหาที่เป็นการต่ออายุความเฉพาะคดี อันเป็นการตรากฎหมายขึ้นเพื่อบังคับใช้แก่คดีดังกล่าวเป็นการเฉพาะ ไม่ได้มุ่งหมายที่จะขยายอายุความในคดีลักษณะเดียวกันเป็นการทั่วไป จึงไม่สอดคล้องกับมาตรา 26 วรรคสอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว ทั้งยังอาจเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลตามมาตรา 27 วรรคสามของรัฐธรรมนูญและหลักกฎหมายอาญาสากลด้วย
