สลดอีกยิงคนไทยพุทธนราธิวาส หญิงชราตาบอดและเด็กหญิง 9 ขวบเสียชีวิต The Patani ขอให้สังคมร่วมกันประณาม นายกสมาคมสภาประชาสังคม ชี้ปัจจัยมาจากรัฐบาลไม่สนใจการพูดคุย สว.ซ้ำเติมปัญหา เตือนความรุนแรงวนลูปเหมือนปี 2551-53 ทั้งท่าทีกองทัพแข็งกร้าว สั่งตรวจล้อมปิดค้น จับคนรวดเร็วแต่อาจขาดความแม่นยำ เสนอทุกอย่างแล้ว ขออย่าให้มีคนเจ็บตายอีกเลย

ภาพเหตุคนร้ายกราดยิงชาวบ้านบริเวณพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2568 | ที่มาภาพ: NBT Connext
ยิงคนไทยพุทธ จ.นราธิวาส หญิงชราตาบอดและเด็กหญิง 9 ขวบเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2568 เกิดเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านไทยพุทธในพื้นที่ จ.นราธิวาส 2 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย รวมหญิงชราตาบอดและเด็กหญิงอายุเพียง 9 ขวบเสียชีวิต
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเวลาประมาณ 15.25 น. เกิดเหตุคนร้ายยิงสองแม่ลูกชาวไทยพุทธ 2 ราย ในพื้นที่ระหว่าง บ้านไอร์โซ – บ้านไอร์บือแต พื้นที่หมู่ 4 บ้านไอร์บือแต ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ผู้เป็นแม่ที่พิการตาบอดทั้ง 2 ข้างเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนลูกชายบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อ นางสง่า แสงย้อย อายุ 76 ปี (พิการตาบอด)เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ นายทัศไนย์ ตั้งคง อายุ 50 ปี พิการสติปัญญา บาดเจ็บสาหัส
ต่อมาเวลาประมาณ 19.38 น. เกิดเหตุกลุ่มไม่ทราบฝ่ายและจำนวนใช้อาวุธปืนกราดยิงชาวบ้านบริเวณรอยต่อบ้านโคกกูแว ต.พร่อน และบ้านปลักปลา ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย ในช่วงที่กลุ่มชาวบ้านกำลังทำกิจกรรมอยู่ในพื้นที่ โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 9 ขวบ คือ
1. ด.ญ.สสิตา จันทร์คง อายุ 9 ขวบ อีก 2 คน คือ 2. นายดำ จันทร์คง อายุ 46 ปี และ 3.นายแดง ตุนาสุข อายุ 58 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ 1.นายเชาว์ จันทร์คง อายุ 44 ปี และ 2.นายภาคีไนย รังเสาร์ อายุ 29 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ทั้งสองเหตุการณ์ได้สร้างความสะเทือนใจต่อคนในพื้นที่อีกครั้งทั้งต่อชาวพุทธและมุสลิมในพื้นที่ โดยเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะไม่สานต่อการพูดคุยสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น
ในขณะที่ภาคประชาสังคมและนักวิชาการในพื้นที่พยายามเตือนมาตลอดว่า ที่ผ่านมาเหตุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีกระบวนการพูดคุยสันติภาพ แม้มีความก้าวหน้าที่ล่าช้ามากก็ตาม หากไม่สายต่อการพูดคุยความรุนแรงจะตามมา ซึ่งก็เป็นไปตามคาด
The Patani ขอให้สังคมร่วมกันประณาม
หลังเกิดเหตุ The Patani ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมและนักกิจกรรมชาวมลายูในพื้นที่ได้ออกแถลงการณ์ทันที เรื่อง ขอประณามการกราดยิงที่ส่งผลให้เด็กอายุ 9 ขวบเสียชีวิต และกรณียิงคนชราพิการตาบอดเสียชีวิต
โดย The Patani ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่เด็ก คนชรา พลเรือน รวมถึงสามเณร ต้องสังเวยชีวิตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ โดยไม่ทราบสาเหตุหรือผู้กระทำที่ชัดเจน เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา โดยเฉพาะจากคู่ขัดแย้งทุกฝ่าย
ทั้งนี้ The Patani ขอให้สังคมร่วมกันประณามการกระทำที่โหดร้ายที่เกิดขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบที่กระทบต่อชีวิตของเด็กและผู้บริสุทธิ์นั้น ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมโดยสิ้นเชิง
นายกสมาคมสภาประชาสังคม ชี้ปัจจัยความรุนแรงพุ่ง

ลม้าย มานะการ นายกสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้
นางสาวลม้าย มานะการ นายกสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้โพสต์ “ล้ำเส้นมนุษยธรรม" ขออย่าให้มีคนเจ็บตายอีกเลย
นางสาวลม้าย ได้ขอบคุณที่ขณะนี้มีประชาสังคมมลายูและชาวมุสลิมจำนวนมากออกมาแสดงความเสียใจกับการบาดเจ็บและเสียชีวิตของชาวพุทธ นี่คือปรากฏการณ์ที่น่าสนใจของภาคสังคม ที่ปฏิเสธความรุนแรงจากใครก้อตาม
นางสาวลม้าย กล่าวว่า ในขณะที่ดูเหมือนว่า รัฐบาล โดยรองนายกและรัฐมนตรีกลาโหม ภูมิธรรม เวชยชัย แถลงอย่างแข็งกร้าวไม่คุยกับใครที่ไม่ใช่คนบังคับบัญชากองกำลังติดอาวุธ และจะไม่ตั้งคณะพูดคุยในตอนนี้ โดยไม่ยี่หระ ต่อการสานต่อการพูดคุยของรัฐบาลชุดก่อนที่ค้างคา ที่ภาคสังคมลุ้นให้ไปไกลถึงทำจ้อตกลงเบื้องต้น JCPP
เตือนความรุนแรงวนลูปเหมือนปี 2551-53
ส่วน “สว.อย่างคุณไชยยงค์ (มณีรุ่งสกุล) ซึ่งภาคสังคมเราที่รู้จัก ไม่ได้ปลื้มและศรัทธาในสุ้มเสียง ต่อ จชต.มานานแล้ว ที่ออกมาซ้ำเติมความรุนแรงด้วยประกาศหนุน พรบ.ก่อการร้าย ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งและความรุนแรงยานปลาย”
นางสาวลม้าย กล่าวอีกว่า วันนี้ ภาคสังคมกำลังเจอทางตัน เพราะความรุนแรงกำลังวน Loope แบบปี 2551-53 คือ การมีท่าทีของกองทัพที่แข็งกร้าว การสั่งตรวจล้อมปิดค้น การจับคนในพื้นที่ที่รวดเร็วแต่อาจขาดความแม่นยำ
เสนอทุกอย่างแล้ว ขออย่าให้มีคนเจ็บตายอีกเลย
นางสาวลม้าย กล่าวด้วยว่า ภาคสังคมจะเสนออะไร ก็เสนอไปหมดแล้ว ยุติความรุนแรง ไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง ใช้กระบวนการสันติวิธี และการเมืองในการแก้ปัญหา สร้างพื้นที่ปลอดภัย ตั้งคณะและโต๊ะพูดคุยให้การพูดคุยเป็นวาระแห่งชาติต่อเนื่อง ไม่ทำร้ายโจมตีพลเรือน ฯลฯ
“ต่อไปจะยังไง คิดกันไม่ออกแล้ว ขออย่าให้มีคนเจ็บตายอีกเลย” นางสาวลม้าย กล่าว
