Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วันที่ 25 ต.ค. 67 ที่ผ่านมา ประชาไทจัดเสวนา ‘เจรจาสันติภาพ 20 ปีชายแดนใต้ หรือจะเป็นได้แค่คนคุย’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เสวนา ‘ประเทศไทยในรอบ 20 ปี’ ในวาระครบรอบ 20 ปี ก่อตั้งสำนักข่าวประชาไท ร่วมเสวนาโดย เพชรดาว โต๊ะมีนา อดีต สส.ภูมิใจไทยและหลานของ "หะยีสุหลง", พลเทพ ธนโกเศศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเป็นอดีตทีมเทคนิคในการพูดคุยสันติสุข และมูฮำหมัด ดือราแม ผู้สื่อข่าวเกาะติดประเด็นสันติภาพชายแดนใต้ ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

มูฮำหมัด ดือราแม ผู้สื่อข่าวอาวุโสในประเด็นชายแดนใต้ อดีตกองบรรณาธิการประชาไท กล่าวว่า ช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีคดีความมั่นคงเกิดขึ้นราว 1,400 คดี มีเจ้าหน้าที่รัฐตกเป็นจำเลยไม่เกิน 30 คน และส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่ตกเป็นเหยื่อเกือบ 2,000 คนหรือ 1 ใน 3 ที่น่าสนใจคือ คดีเหล่านี้ ศาลยกฟ้องกว่าครึ่งหรือ 792 คดีตามสถิติที่ศาลอาญาภาค 9 เก็บไว้ตั้งแต่ปี 2550 – 2563 

เขาตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ถูกยกฟ้องคือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกจับดำเนินคดี ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นทั้งตำรวจและกฎหมายพิเศษต่างๆ ที่ใช้ในการแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัว เช่น กฎอัยการศึก, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ การดำรงความยุติธรรมถือเป็นเรื่องหลักที่จำเป็นต้องกระทำให้เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเหตุปัจจัยที่จะสามารถสร้างเรื่องเล่าต่อไปได้อีกมากมายไว้ในพื้นที่ เช่น คดีตากใบที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการที่รัฐทำร้ายประชาชน ฯลฯ เรื่องเล่าเช่นนี้จะถูกส่งต่อกันไปทั้งกับตัวคนในพื้นที่และคนในสังคม

"กรณีตากใบผมคิดว่า ถ้าจะเดาของ BRN ก็คงไม่เอามาเป็นประเด็นในการพูดคุยเพราะว่าเป้าหมายหลักที่สู้อยู่เป็นเรื่องที่มากกว่าความยุติธรรมจะมีหลักๆ 3 เรื่อง ศาสนา ชาติพันธุ์ และแผ่นดินเกิด สิ่งที่ BRN หรือคนในพื้นที่จะไม่ค่อยแยกจาก 3 เรื่องนี้ เพียงแต่ 3 เรื่องนี้ถ้าเป็นความขัดแย้งมันมีเงื่อนไขมากน้อยแค่ไหน"

ในส่วนของการพูดคุยเจรจาสันติภาพ มูฮำหมัด เห็นด้วยว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยจัดการความรู้สึกจัดการสิ่งที่ค้างคามาจากอดีตหลายเรื่อง โดยเท่าที่ทราบเรื่องหลักในการพูดคุยของขบวนการมี 3 เรื่อง คือ ศาสนา ชาติพันธุ์ และแผ่นดินเกิด โดยมีความยุติธรรมเป็นแกนกลางของเรื่องทั้งหมด ต้องหาทางทำให้รัฐไทยและกลุ่มที่ก่อความรุนแรงยอมรับให้ตรงกัน และต่อให้จะมีการตั้งโต๊ะเจรจาอย่างไรความยุติธรรมก็ต้องเป็นอันดับแรกเพราะเป็นแกนของทุกส่วน

ในส่วนของรัฐ "เรื่องศาสนารัฐยอมรับมากที่สุด มีความขัดแย้งน้อยที่สุด ไม่ใช่ปัญหาหลัก เรื่องชาติพันธุ์ วัฒนธรรมก็มีการยอมรับระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นทุนที่สามารถจะสร้างสันติภาพได้ อันที่สาม แผ่นดินเกิด (ปาตานี) รัฐยอมรับน้อยที่สุดและมีความขัดแย้งมากที่สุด แล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหนความยุติธรรมเป็นแกนหลักของทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นมุมมองของผมก็คือว่า ต่อให้จะมีแนวทางที่จะแก้ปัญหายังไงความยุติธรรมต้องยืนหนึ่งครับ"

มูฮำหมัด ย้ำว่า ต้นทุนของสันติภาพมีหลายอย่างมากในพื้นที่ การแยกคนออกจากกันเป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่มีทางสำเร็จอย่างแน่นอน ชาวพุทธและชาวมุสลิมสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่รัฐบาลอาจจะยังขาดความเข้าใจในต้นทุกนี้ของการสร้างสันติภาพ และการเจรจาสันติภาพที่ผ่านมาเป็นการสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้พูดคุยด้วยกันเอง ยังไม่เห็นการสร้างความไว้ใจกับคนในพื้นที่ด้วย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง