Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'เพื่อไทย' จ่อชง กมธ. ลดเกณฑ์ผู้มาใช้สิทธิประชามติ เหลือ 20-30% จากเดิม 50% - สว. ไม่ติดใจลดเกณฑ์ผู้มาใช้สิทธิประชามติ หากประชาชนได้ประโยชน์ - พปชร. อ้างคำวินิจฉัยส่วนตน 6 ตุลาการศาล รธน. ชี้ทําประชามติ 2 ครั้งไม่ได้ ต้องยึดคําวินิจฉัยกลาง เพราะ รธน. กำหนดให้มีผลผูกพันทุกองค์กร - รทสช. เบรกเพื่อไทย ลดทําประชามติ 2 ครั้ง ชี้ต้องยึดคําวินิจฉัยศาล รธน.

3 พ.ย. 2567 มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.ร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออกเสียงประชามติ กล่าวถึงการประชุม กมธ. ในวันที่ 6 พ.ย. 2567 เพื่อพิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้นในการทำประชามติว่า การประชุมในวันที่ 6 พ.ย. จะหารือเรื่องหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้นในการทำประชามติ ซึ่งตนจะขอหารือลดหลักเกณฑ์จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิที่กำหนดว่าต้องมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ให้มีจำนวนลดลง

นายประยุทธ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การกำหนดจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิประชามติต้องไม่น้อยกว่า 50% ถือว่ามากไป โดยเฉพาะถ้าเป็นการทำประชามติเรื่องที่ประชาชนไม่สนใจ อาจทำให้ประชามติเป็นโมฆะได้ จึงควรปรับลดลง แต่จะลดลงเท่าไรนั้นก็ให้มาหารือกันในที่ประชุม เช่น อาจปรับจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเหลือ 20-30% จะทำได้หรือไม่ เป็นการหาแนวทางประนีประนอม

เมื่อถามว่า กรณีทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องมีผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก มองว่า สว.จะยอมหรือไม่ที่จะให้ลดเกณฑ์ผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงมา นายประยุทธ์กล่าวว่า ต้องมาพูดคุยกันด้วยเหตุผล ตนก็ยังไม่รู้ว่า ส.ว.จะตอบรับหรือไม่ เพราะยังไม่เคยคุยกันนอกรอบประเด็นนี้ จึงเดาใจ สว.ไม่ถูก แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วน่าจะหาหลักเกณฑ์ตกลงรอมชอมกันได้ในชั้น กมธ. ซึ่งหากตกลงกันไม่ได้ เรื่องจะบานปลาย และต่างฝ่ายต่างยืนยันในจุดยืนตัวเอง อาจจะต้องพักร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้ 180 วัน เพื่อยืนยันเนื้อหาตามร่างเดิมของ สส.ที่ให้ใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว

เมื่อถามว่า หากต้องพักกฎหมาย 180 วัน เพื่อยืนยันร่างเดิมของ ส.ส.จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายประยุทธ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดล่วงหน้าไปไกล ขอให้รอดูในชั้น กมธ.ร่วมฯ ก่อน ซึ่งตนคิดว่าการประชุมในวันที่ 6 พ.ย. น่าจะมีทิศทางชัดเจนขึ้น

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะยอมถอย ใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้นหรือไม่ เพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญเสร็จทันในรัฐบาลชุดนี้ นายประยุทธ์กล่าวว่า ต้องใช้เหตุผลคุยกัน ยังไม่ฟันธงว่าจะยอมตามที่ สว.เสนอมา แต่จะขอรอมชอมกันก่อน ส่วนแนวทางนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะให้ทำประชามติ 2 ครั้งนั้น เรามีเป้าหมายเช่นนี้ แต่จะใช้วิธีใดในการดำเนินการนั้น ยังไม่ทราบ เพราะเราต้องคุยกันให้รอบคอบ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ จะมีการโยนความผิดให้พรรคเพื่อไทย นายประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่ความรับผิดชอบพรรคเพื่อไทยโดยตรง แต่ก็คงไปห้ามความคิดใครไม่ได้

สว. ไม่ติดใจลดเกณฑ์ผู้มาใช้สิทธิประชามติ หากประชาชนได้ประโยชน์

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่านายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ฐานะโฆษกกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)  ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีนายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะรองประธาน กมธ. เตรียมเสนอต่อที่ประชุมร่วมฯ วันที่ 6 พ.ย.ให้ปรับลดหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น เหลือจำนวนผู้มาออกเสียงทำประชามติ 20-30% จากเดิม 50% ว่า ที่ประชุมกมธ.ร่วมฯพร้อมรับฟังเหตุผล แต่จะได้ข้อสรุปอย่างไร ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมด้วย เจตนารมณ์สว.ในการระบุเรื่องเสียงข้างมาก 2ชั้น เพราะต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมการทำประชามติให้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องสำคัญอย่างการแก้รัฐธรรมนูญ จึงกำหนดต้องมีผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง

"หากจะลดจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเหลือ 20-30% ต้องดูรายละเอียดและองค์ประกอบอื่นๆด้วยว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไร โดยต้องดูเหตุและผล ทั้งนี้ สว.ไม่ได้ติดขัดเรื่องจำนวนเสียงที่ออกมาใช้สิทธิ แต่จะต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ" นายวุฒิชาติ กล่าว

พปชร. อ้างคำวินิจฉัยส่วนตน 6 ตุลาการศาล รธน. ชี้ทําประชามติ 2 ครั้งไม่ได้ ต้องยึดคําวินิจฉัยกลาง เพราะ รธน. กำหนดให้มีผลผูกพันทุกองค์กร

เว็บไซต์เดลินิวส์ รายงานว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายชูศักดิ์ ศิรินิล  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอแนวทางเร่งรัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจลดการทําประชามติเหลือ 2 ครั้ง เพราะคำวินิจฉัยส่วนตนของศาลรัฐธรรมนูญ มี 6 เสียงที่บอกว่าเพียงพอแล้ว ว่า การไปนำคำวินิจฉัยส่วนตนมาใช้พิจารณาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะไม่ถูกต้อง เพราะตามรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าให้มีผลผูกพันทุกองค์กร ซึ่งศาลได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนแล้วว่า ก่อนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน ดังนั้น มองว่าการจะใช้เรื่องนี้เพื่อทำประชามติ 2 ครั้ง จึงไม่ถูกต้อง หากดําเนินการไป ก็จะมีปัญหาเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคเพื่อไทย ยืนยันจะใช้แนวทางดังกล่าว จะขัดต่อข้อกฎหมายใดหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เชื่อว่าสภา จะไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนเดิม เพราะครั้งก่อนประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ฝ่ายกฎหมายของสภาพิจารณา ซึ่งเขาไม่กล้าบรรจุเป็นวาระ เพราะถือว่าเป็นญัตติที่ไม่ชอบ ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามยํ้าว่า นอกจากการทำประชามติ 3 ครั้งแล้ว มีทางอื่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ต้องแก้ไขรายมาตราเท่านั้น ถึงจะไม่ต้องทำประชามติก่อน

รทสช. เบรกเพื่อไทย ลดทําประชามติ 2 ครั้ง ชี้ต้องยึดคําวินิจฉัยศาล รธน.

มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย เสนอแนวทางเพื่อเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็วขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการลดทำประชามติเหลือ 2 ครั้ง ว่า เรื่องนี้เคยเสนอเข้าสู่สภาแล้ว และที่ประชุมเคยมีมติว่า เราต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือต้องทำประชามติ 3 ครั้ง นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังมีบทบัญญัติว่า หากจะแก้ไขมาตราใด ต้องมีการทําประชามติอีกครั้งด้วย ดังนั้นหลักการของพรรค รทสช.คือ ต้องทําตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จไม่ทันภายในสมัยนี้ จะเป็นผลเสียต่อรัฐบาลหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้ขัดข้องในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด และต้องไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 หรือมาตราที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น

“หากแก้ไขไม่ทัน เราก็ต้องชี้แจงกับประชาชนว่าเหตุผลเกิดจากอะไร ซึ่งคิดว่าประชาชนจะเข้าใจ ดีกว่าไปดันทุรังแก้โดยที่ผิดกฎหมายและถูกร้อง ก็จะเป็นปัญหาได้ในภายหลัง” นายอัครเดชกล่าว

นายอัครเดชกล่าวอีกว่า หากพรรคเพื่อไทย มีข้อเสนอใหม่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้นํามาหารือ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะได้นำเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคและ สส.มีมติว่าจะไปในทิศทางใด

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง