ครม.มีมติรับทราบร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ ให้หัวหน้าอุทยานดำเนินการสำรวจชุมชนและประเภทพืชและสัตว์ต่างๆ ที่และกำหนดจำนวน ปริมาณที่จะให้ผู้อาศัยในพื้นที่สามารถเก็บใช้หรือขายเพื่อดำรงชีพในครอบครัวได้โดยไม่ใช่ธุรกิจนายทุน
12 พ.ย.2567 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลเผยแพร่รายงานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ว่า ครม.รับทราบร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าด้วยโครงการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ..... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ โดยให้รับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
สาระสำคัญของร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยโครงการอนุรักษ์ฯ ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เป็นการดำเนินการตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งร่างประกาศมีสาระสำคัญเป็นการจัดทำโครงการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 7 แห่ง ที่กรมการปกครองตรวจสอบแนวเขตการปกครองแล้ว ได้แก่
1) อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ จังหวัดตาก
2) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
3) อุทยานแห่งชาติภูจอง - นายอย จังหวัดอุบลราชธานี
4) อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี
5) อุทยานแห่งชาติขุนน่าน จังหวัดน่าน
6) อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเลย และ
7) อุทยานแห่งชาติลานสาง จังหวัดตาก
ประกาศกระทรวงนี้กำหนดระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ หรืออยู่อาศัยโดยรอบอุทยานแห่งชาติ สามารถเข้าไปเก็บหาหรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลในอุทยานแห่งชาติได้ซึ่งจะเป็นประเภทจำพวกพืช เห็ด สัตว์ สมุนไพร และแมลง เช่น ผักหวาน เห็ดเผาะหนัง ปลากดคัง มะขามป้อม ผึ้ง
ทั้งนี้การเก็บหาหรือใช้ประโยชน์จะต้องเป็นไปเพื่อการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระ กล่าวคือ เพื่อการบริโภคหรือใช้สอยภายในครัวเรือน รวมถึงการค้าขายซึ่งจะต้องเป็นไปตามวิถีชีวิต ไม่ใช่เป็นการประกอบธุรกิจของนายทุน อันเป็นการแก้ไขปัญหาการดำรงชีพตามวิถีชุมชนหรือวิถีชีวิตตั้งเดิมของประชาชนดังกล่าวและควบคุมการใช้ประโยชน์ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ สัตว์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศ
ร่างประกาศนี้ กำหนดให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งสำรวจชุมชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ หรืออยู่อาศัยโดยรอบอุทยานแห่งชาติ (ไม่ได้กำหนดพื้นที่หรือรัศมีไว้ โดยจะพิจารณาวิถีชุมชนหรือวิถีชีวิตดั้งเดิมในการดำรงชีพประกอบ เช่น มีการเข้าไปเก็บผัก พืช หรือทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งจะอยู่ในระยะทางที่สามารถเดินทางได้ปกติ) และประกาศรายชื่อชุมชนดังกล่าว รวมถึงประกาศพื้นที่โครงการซึ่งจะต้องอยู่ในแนวเขตโครงการตามที่กำหนดไว้ท้ายประกาศนี้ และจัดทำบัญชีประเภท ชนิด จำนวน ปริมาณ ฤดูกาลช่วงระยะเวลาการเก็บหาหรือใช้ประโยชน์ (บัญชีดังกล่าวจะมีความแตกต่างไปตามพื้นที่อุทยานแห่งชาติ)
นอกจากนั้น บุคคลที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปเก็บหาหรือใช้ประโยชน์จะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านของหมู่บ้านที่ได้ทำการสำรวจชุมชน และจะต้องเก็บหาหรือใช้ประโยชน์ได้เฉพาะตามประเภท ชนิด จำนวน ปริมาณ ฤดูกาลช่วงระยะเวลาที่อุทยานแห่งชาติกำหนด โดยไม่สามารถให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคคลในครัวเรือนเก็บหาหรือใช้ประโยชน์ดังกล่าวแทนได้ อีกทั้งยังมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ อาทิ จะต้องดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่โครงการ ไม่บุกรุก แผ้วถาง หรือขยายพื้นที่ ไม่เคลื่อนย้ายหรือทำลายหลักเขต รวมถึงกำหนดให้มีการประเมินผลการดำเนินโครงการซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีในการสั่งให้ยุติการดำเนินโครงการ และให้นำพื้นที่มาฟื้นฟูหรือดำเนินการอนุรักษ์ให้คงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่อไป
