คดีครอบครัว บิลลี พอละจี ฟ้องแพ่งกรมอุทยานฯ จากกรณี จนท.ในสังกัดละเมิดต่อชีวิตบิลลี สืบพยานนัดแรก 21 ก.พ.นี้ ด้านมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเผย จนท.ศาลแพ่งแจ้งกระชั้นว่าทนายโจทก์ยังไม่ต้องนำพยานมาศาล ส่อแววเลื่อน ด้านทนายโจทก์ยืนยันไปตามนัดเดิมแน่นอน เตรียมพยานหมดแล้ว หากศาลแจ้งให้รอคดีอาญา จะขอให้สืบพยานที่มาจากต่างประเทศก่อนจำหน่ายคดีชั่วคราว พร้อมเชิญชวนสาธารณชนร่วมจับตาคดีนี้อย่างใกล้ชิด
20 ก.พ. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ชวนจับตาศาลแพ่งนัดสืบพยานนัดแรกคดีความ 'มึนอ' พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของ 'บิลลี' พอละจี รักจงเจริญ พร้อมด้วยครอบครัวรักจงเจริญ เป็นโจทก์ ฟ้องร้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในฐานะจำเลย จากกรณีเจ้าหน้าที่ในสังกัดของจำเลยกระทำละเมิดบังคับสูญหายบิลลี ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 โดยเรียกค่าสินไหมทดแทน อาทิ ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเรียกร้องความเป็นธรรม ค่าเสียหายต่อสิทธิ เสรีภาพและชีวิต ค่าเสียหายต่อจิตใจ ค่าขาดแรงงานในครัวเรือน และค่าขาดไร้อุปการะ รวมเป็นเงินต้นกว่า 26 ล้านบาท ซึ่งจะมีการสืบพยานหลักฐานนัดแรกวันที่ 21 ก.พ.นี้
สำหรับคดีนี้ฝ่ายโจทก์มีพยานที่จะนำเข้าสืบต่อศาลรวม 9 ปาก ส่วนฝ่ายจำเลยมีพยานที่จะนำเข้าสืบต่อศาล 6 ปาก รวมทั้งสิ้น 15 ปาก
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม สืบพยานนัดนี้อาจถูกเลื่อนออกไป เพราะก่อนหน้านี้เมื่อ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศาลแพ่งได้โทรแจ้งทนายความของทีมผสานวัฒนธรรมว่า วันที่ 21 ก.พ.นี้ ทนายความโจทก์ยังไม่ต้องนำพยานมาสืบ เนื่องจากศาลเห็นว่าอาจต้องรอข้อเท็จจริงจากคดีอาญาเมื่อคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจนถึงที่สุดก่อน หรือหมายถึงศาลแพ่งจะมีคำสั่งยกเลิกกำหนดนัดสืบพยานในคดีแพ่งของครอบครัวบิลลีทั้งหมดและจำหน่ายคดีชั่วคราว จนกว่าคดีอาญาฯ จะถึงที่สุด จึงจะนำคดีแพ่งขึ้นมาพิจารณาต่อไป
พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ให้สัมภาษณ์ว่า ทางทีมทนายความของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศาลแพ่ง ประสานงานมาค่อนข้างกระชั้นชิดมากประมาณ 10 วันก่อนวันสืบพยานนัดแรก ซึ่งทางทีมทนายความได้ประสานงาน ออกค่าเดินทาง และเตรียมพยานไว้หมดแล้ว
ดังนั้น ทนายความครอบครัวบิลลีแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศาลทราบแล้วว่าได้ประสานงานพยานทุกปากพร้อมสืบพยานต่อศาลไว้แล้ว และหากศาลแพ่งจะจำหน่ายคดีชั่วคราว อย่างน้อยในนัดนี้จะขอศาลให้ดำเนินการสืบพยานผู้เชี่ยวชาญซึ่งมาจากต่างประเทศไว้ก่อน
สมาชิก CrCF มีข้อสังเกตว่า โดยปกติ แม้ว่าการเลื่อนนัดสืบพยานสามารถทำได้หากมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่เลื่อนนัดหมายกระชั้นขนาดนี้ ยกตัวอย่าง หากต้องการพูดคุยเรื่องแนวทางการสืบพยาน หรือพบข้อพิรุธในคำฟ้องของโจทก์ เรื่องควรดำเนินการได้ก่อนล่วงหน้า 7-8 เดือน ไม่ใช่อีก 10 วันก่อนสืบพยาน
ต่อประเด็นที่ศาลแพ่งให้เหตุผลว่าอยากรอข้อเท็จจริงจากคดีอาญาถึงที่สุดก่อน แล้วค่อยสืบพยานคดีแพ่งนั้น พรเพ็ญ ระบุว่าประเด็นนี้มีข้อต่อสู้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ระบุว่า 'ต้องรอ' ให้คดีอาญาสิ้นสุดก่อน ถึงค่อยเริ่มสืบพยานคดีแพ่ง กระบวนการสืบพยานคดีอาญาและคดีแพ่งสามารถดำเนินไปพร้อมกันได้
ทั้งนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจ ร่วมสังเกตการณ์คดี ณ ศาลแพ่ง (ถนนรัชดา) ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น. รวมทั้งจับตามองผลการพิจารณาของศาล ว่าจะเลื่อนการสืบพยานและจำหน่ายคดีชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ไม่เพียงแต่ชี้ชะตาความยุติธรรมในคดีของบิลลีที่ครอบครัวของบิลลีต้องรอการเยียวยาจากรัฐอย่างยาวนานเท่านั้น แต่ยังอาจบ่งบอกถึงทิศทางของความยุติธรรมในสังคม
สำหรับคดีของพอละจี เริ่มขึ้นเมื่อ 17 เม.ย. 2557 โดยเขาถูกหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่นกระจาน จ.เพชรบุรี ขณะนั้นกับพวกควบคุมตัว โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าบิลลี มีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบรอง แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครทราบชะตากรรม หรือข่าวคราวของบิลลี อีกเลย
ข่าวคราวของบิลลี ห่างหายไปจนกระทั่งปี 2562 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สืบสวนจนพบชิ้นส่วนกระโหลกพิสูจน์ได้ว่ามีไมโทรคอนเดียตรงกับแม่ของบิลลี
ต่อมา พนักงานอัยการมีคำสั่ง ‘สั่งฟ้อง’ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในขณะนั้น กับพวก รวมทั้งหมด 4 คน เป็นจำเลย ในหมายเลขคดีดำที่ อท 166/65 ข้อหาร่วมกันฆาตกรรมอำพรางโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และเมื่อ 28 ก.ย. 2566 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นเวลา 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา ในข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนข้อหาร่วมกันฆาตกรรมอำพรางบิลลี ยกฟ้อง
