Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ประเด็น “เขากระโดง” กลายเป็นเผือกร้อนของพรรคร่วมรัฐบาลจนคนฝั่งเพื่อไทยอย่าง “สุริยะ” บอกการรถไฟฯ ต้องไม่เสียสักตารางวา แต่ “อนุทิน” บอกว่าอย่าเอาการเมืองมาเกี่ยว แต่กรมที่ดินกับการรถไฟฯ ก็อาจต้องสู้กันต่อในศาลเมื่อกรมที่ดินบอกว่าถ้าการรถไฟฯ เห็นว่ามีสิทธิในที่ดินดีกว่าก็ให้ไปพิสูจน์กันในศาล

ตั้งแต่ 11 พ.ย.256 สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กล่าวถึงคำสั่งยุติเรื่องของอธิบดีกรมที่ดินและไม่เพิกถอนสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง ว่าเป็นเรื่องสำคัญหากเป็นที่ดินของ รฟท.แม้ตารางวาเดียวก็เสียไปไม่ได้ จึงให้ทาง รฟท.ยื่นขอศาลปกครองกลางพิจารณาหรือไต่สวนว่าอธิบดีกรมที่ดินปฏิบัติตามคำพิพากษาไม่ครบถ้วนและให้ศาลกำหนดวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางในการรวมกันชี้แนวเขตที่ดินของ รฟท. และผู้ว่า รฟท.ทำหนังสือถึงกรมที่ดินในเรื่องนี้แล้วตามกรอบเวลาของกฎหมาย

ทั้งนี้สุริยะยังตอบคำถามสื่อถึงประเด็นที่ที่ดินในเขากระโดงบางแปลงเป็นของตระกูลชิดชอบด้วยว่า ไม่อยากให้ขยายเรื่องนี้เป็นประเด็นการเมือง อยากให้เป็นเรื่องตามกระบวนการ ทางอธิบดีกรมที่ดินชี้มาแบบนี้ ทาง รฟท.เห็นว่าไม่ใช่ก็ต้องพยายามรักษาสิทธิและจบกันที่ระดับเจ้าหน้าที่และเป็นเรื่องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องจะมีคุยกับอนุทิน ชาญวีระกุลซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและยังเป็น รมว.มหาดไทยที่ดูและกรมที่ดินด้วยหรือไม่นั้น เขาคิดว่าเป็นเรื่องระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ

จากนั้นวันที่ 12 พ.ย.2567 ทางอนุทิน ก็ออกมาพูดถึงเรื่องเขากระโดงว่าเป็นเรื่องข้อกฎหมายไม่ใช่เรื่องการเมือง ฝ่ายการเมืองต้องไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวและไม่มีข้อสั่งการ ทุกอย่างมีขั้นตอนมีคำพิพากษามีวิธีการ และที่ทำมาทุกวันนี้ทำตามคำสั่งของศาลปกครองตั้งแต่ก่อนมีรัฐบาลชุดนี้  คณะกรรมการกรมที่ดินบอกให้ยุติเรื่องการเพิกถอน รฟท.ก็เพิกถอนคำสั่งได้ตามช่องทางกฎหมาย

รมว.มหาดไทยตอบสื่อถึงเรื่องการเพิกถอนทำได้ยากเพราะผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หรือไม่ด้วยว่า เรื่องเกิดมาเป็น 10 ปีแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาออกมาตั้งแต่ยุครัฐบาล คสช.เมื่อปี 2560 แล้วคณะกรรมการกรมที่ดินตั้งมาเดือนพ.ค.2566 ตอนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรมว.มหาดไทย ส่วนเขาเองเป็น รมว.สาธารณสุขเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีอิทธิพลเหนือพล.อ.อนุพงษ์

ส่วนที่สุริยะบอกว่าตารางวาเดียวก็เสียไม่ได้นั้น อนุทินก็เห็นว่าเพราะอยู่ฝั่ง รฟท. ก็สั่งอย่างอื่นไม่ได้ ตัวเขาเองอำนาจทุกอย่างอยู่ที่กรมที่ดินจะไปสั่งอธิบดีกรมให้ทำสิ่งที่ผิดก็คงไม่ทำตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอนุทินยังยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองทุกคนทำตามหน้าที่เมื่อถูกนักข่าวถามว่าเป็นการเอาคืนทางการเมืองที่พรรคภูมิใจไทย้วงติงโครงการของพรรคเพื่อไทยหรือไม่

ภาพแผนที่ที่ทวี สอดส่อง ใช้อภิปรายศักดิ์สยามเรื่องมีบ้านพักในที่ดินบนเขากระโดง เมื่อ 17 ก.พ.2565

ส่วนทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ รมว.ยุติธรรม ที่เคยเป็นคนเปิดอภิปรายเรื่องนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ 2 ทั้งประเด็นเรื่องมีบ้านพักในเขากระโดง กล่าวไว้กับสื่อเมื่อวานนี้ว่าอยากรักษาบรรยากาศพรรคร่วมรัฐบาล แต่ประเด็นข้อกฎหมายยังไม่จบ แม้แต่เรื่องกระบวนการตามมาตรา 61 ของประมวลกฎหมายที่ดินก็ยังไม่จบ ทางกระทรวงคมนาคมก็มีสิทธิโต้แย้ง

ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เข้าประชุม ครม.เมื่อวานนี้ก็ถูกสื่อถามถึงเรื่องนี้ด้วย เขามองว่าเป็นเรื่องปัญหาสื่อสารถ้าให้หน่วยงานมาร่วมกันชี้แจงให้ตรงกันได้ ไม่ใช่เรื่องว่าคำพิพากษาของศาลหรือคำสั่งอธิบดีใครใหญ่กว่าใครจะได้เข้าใจ แต่โดยหลักก็ต้องยึดตามคำพิพากษาของศาลปกครองไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกัน ที่หลวงก็คือที่หลวง ที่เอกชนก็คือที่เอกชน แต่ถ้าเอกชนอยู่ในที่หลวงจะแก้ปัญหาอย่างไรได้ เช่น ให้เช่าราคาถูกเหมือนที่ราชพัสดุที่ทำเป็นปกติ หรือถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นของใครก็ทำตามกติกา

แล้วคำสั่งศาลปกครองว่าอย่างไร? กรมที่ดินอ้างอะไรสั่งยุติเรื่อง?

หลังจากเป็นประเด็น พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ก็ชี้แจงว่าดำเนินการตามคำสั่งของศาลปกครอง การจะเพิกถอนต้องมีคณะกรรมการมาดำเนินการ ก็มีการตั้งคณะกรรมการ การรังวัดที่ดินก็ได้รับรายงานทำไปตามกระบวนการเรียบร้อย มีการรังวัดที่ดินเมื่อ 2-26 ก.ค.2567 ทำร่วมกันระหว่างกรมที่ดินในพื้นที่และ รฟท. กรมที่ดินก็ออกข่าวชี้แจงแล้ว เขายืนยันว่าทำตามกฎหมายและเป็นไปตามคำสั่งศาลทุกประการ  ส่วนที่กระทรวงคมนาคมคัดค้านมาคงไม่ได้ชี้แจงเพราะมีรายงานต่อศาลปกครองตามคำสั่งทุกอย่าง

อย่างไรก็ตาม ก็มีประเด็นว่าคำสั่งศาลที่อ้างถึงกันมี 2 ศาล คือฝั่งศาลยุติธรรมที่สู้กันจนถึงชั้นฎีกาจนจำไปสู่คดีในฝั่งศาลปกครองกลางต่อ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ รฟท.ฟ้องกรมที่ดินและอธิบดีกรมที่ดินต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้ศาลสั่งกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพิสูจน์แนวเขตที่ดินในเขากระโดงเพื่อหาแนวเขตที่ดินของการรถไฟขึ้นมาตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 3 และเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 7 ร้อยกว่าล้านบาทและค่าขาดประโยชน์อีก 58 ล้านกว่าบาทต่อเดือนนับถัดจากวันที่ฟ้อง

ทั้งนี้ศาลปกครองกลางเผยแพร่สรุปคำพิพากษาออกมาเมื่อ 30 มี.ค.2566 สั่งให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการพิสูจน์แนวเขตที่ดินขึ้นมา แต่ไม่ได้สั่งให้จ่ายค่าเสียหายกับ รฟท. เนื่องจากศาลเห็นว่าตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 842-876/2560 และ 8027/2561 รวมถึงคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 3 คดีหมายเลขดำที่ 111/2563 ที่ รฟท.นำมาใช้ในคดีของศาลปกครองนี้มีคำวินิจฉัยชัดเจนว่าที่ดินตามแผนที่แสดงเขตที่ดินของกรมรถไฟแผ่นดินสายนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ช่วงตำบลเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กิโลเมตรที่ 375+650 เป็นส่วนหนึ่งของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสร้างทางรถไฟต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 8 พ.ย. พ.ศ.2462จึงถือได้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ฟ้องคดีและยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าสำนักงานที่ดินจ.บุรีรัมย์ยังมีการออกโฉนดทับซ้อนที่ดินของ รฟท. กรมที่ดินก็ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนได้แล้ว แต่ศาลเห็นว่า รฟท.ยังพิสูจน์เรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จึงไม่ได้สั่งให้กรมที่ดินจ่ายค่าเสียหาย

ทางกรมที่ดินก็ชี้แจงถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตามคำพิพากษาของศาลปกครองที่ว่ากรมที่ดินตั้งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตามมาตรา 61 วรรค 2 ของประมวลกฎหมายที่ดิน ขึ้นมาตั้งแต่ 12 พ.ค.2566 แล้วและยืนยันว่าคำพิพากษาดังกล่าว “ไม่ได้พิพากษาหรือสั่งให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์บริเวณเขากระโดงแต่อย่างใด”

แม้ว่าประเด็นที่ศาลปกครองสั่งจะมีเพียงเรื่องให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดตามที่กรมที่ดินกล่าวอ้าง แต่ประเด็นหลักที่ทางฝ่ายการรถไฟยืนยันคือ ศาลปกครองยอมรับว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของ รฟท. แต่กรมที่ดินดูเหมือนจะเห็นแย้งในประเด็นนี้และนำไปสู่การสั่งยุติเรื่อง

กรมที่ดินระบุเหตุผลที่ยุติเรื่องว่าจากการตรวจสอบของขณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้นมาพบว่าแผนที่ที่การรถไฟใช้กล่าวอ้างจัดทำขึ้นเมื่อปี 2539 เป็นการจัดทำขึ้นตามมติที่ประชุม กบร.ของจ.บุรีรัมย์เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรกลุ่มสมัชชาคนจน ไม่ใช่แผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินแลอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น เพื่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ.2464 และยังพบว่าระยะขอบเขตที่ดินที่ รฟท.อ้างว่ามีระยะทางถึง 8 กม. นั้นเมื่อตรวจสอบทั้งการลงพื้นที่ ดูภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง และรังวัดด้วยสัญญาณดาวเทียมก็พบว่ามีระยะทางเพียง 6.2 กม.เท่านั้น และจากการค้นคว้าเอกสารของกระทรวงโยธาธิการเมื่อ 27 ส.ค.ปี ร.ศ.127 สันนิษฐานว่ากำหนดระยะข้างไว้ไม่เกิน 40 เมตร หรือ 20 วา

นอกจากนั้นกรมที่ดินยังระบุถึงเหตุผลที่ให้ รฟท.เข้าร่วมคณะกรรมการสอบสวนนี้ได้เนื่องจากเป็นคู่กรณีในการพิจารณาทางปกครองจะทำให้สูญเสียความเป็นกลางทำให้ความเห็นของคณะกรรมการไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนั้นการออกหนังสือสิทธิที่ดินยังดำเนินการตามขั้นตอนและความชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการสอบสวนจึงมีความเห็น “ไม่สมควรที่จะเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินด้วยมติเอกฉันท์จนกว่าจะมีพยานหลักฐานที่สามารถใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติได้”

กรมที่ดินระบุด้วยว่าหากการรถไฟฯ เห็นว่า “ตนมีสิทธิในที่ดินดีกว่าก็เป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิในที่ดินจะต้องไปดำเนินการเพื่อพิสูจน์สิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางศาลต่อไป”

กรมที่ดินยังระบุว่าการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวนและกรมที่ดินไม่ขัดกับคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์เนื่องจากเป็นคดีที่ รฟท.ฟ้องเอกชนโดยที่ กรมที่ดินไม่ได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นคู่ความในคดี อีกทั้งแผนที่ รฟท.อ้างต่อศาลนั้นเป็นแผนที่ที่ทำขึ้นในปี 2531 และ ปี 2539 ซึ่งจัดทำขึ้นหลังจากออกเอกสารสิทธิในที่ดินไปแล้วโดย รฟท.นำแผนที่นี้ไปใช้ประกอบไม่ใช่แผนที่แนบท้ายพระราชกษฎีกาว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินฯ แต่อย่างใด และการดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวนก็เป็นการดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกลางและกฎหมายด้วย

ล่าสุดประชุม กมธ.ที่ดินล่ม

หลังจากเกิดวิวาทะกัน ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส.ภูเก็ต พรรคประชาชนโฆษกคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสภาผู้แทนราษฎรก็ออกมาให้ข่าวว่าเตรียมเรียกแต่ละฝ่ายมาประชุมวันนี้ และจะให้อนุทินที่ชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีหน้าที่กำกับดูแลกรมที่ดินจึงต้องเรียกมาตรวจสอบข้อมูลว่าเมื่อมีคำพิพากษาในเรื่องนี้แล้วเหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม การประชุมก็ล่มไป ตามรายงานข่าวของ The Reporter ระบุว่าเมื่อที่ประชุมยกประเด็นเรื่องเขากระโดงขึ้นมา พบว่า สส.ฝั่งรัฐบาลในห้องประชุมและทางออนไลน์ออกจากห้องประชุมไปทำให้องค์ประชุมไม่ครบ

พูนศักดิ์​ จันทร์​จำปี​ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนและเป็น ประธาน กมธ.ที่ดินฯ ก็แถลงถึงการประชุมที่ล่มไปวันนี้ว่า ยังมีเวลาที่จะขอมติอีกครั้ง​นำเรื่องที่ดินเขากระโดงเข้าสู่กรรมาธิการอีกครั้ง ส่วนเลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนก็แจ้งว่าจะมีการแถลงเรื่องเขากระโดงผ่านสื่อของพรรคในวันพรุ่งนี้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง