'อนุทิน' ระบุกรณีเขากระโดงขอแต่ละฝ่ายใช้สิทธิตามกฎหมาย อย่าใช้อำนาจกลั่นแกล้งทางการเมือง - มองสถานการณ์ยังไม่มีอะไรชัด จะยุบสภาก็ไม่ได้ แต่คาดจะมีการเลือกตั้งปี 2569
12 สิงหาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเพิกถอนสิทธิในที่ดินเขากระโดงของกรมที่ดิน ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลอีกด้านออกมา ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่มีแผนที่แนบท้ายกฤษฎีกา ว่าสิ่งที่จะทำให้ถูกต้อง และเชื่อถือได้ทุกฝ่ายถือกฎหมาย คนที่ครอบครองเขากระโดงก็ไม่เคยพูดว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย แต่ขอให้มีคำพิพากษาศาลให้ชัดเจน เป็นเอกฉันท์ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
ส่วนการเพิกถอน กรมที่ดินจะต้องรอให้มีการฟ้องร้องเป็นรายแปลงก่อนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีการตีความว่า หากศาลฎีกาตัดสินผูกพัน 35 ราย ขณะที่ฝ่ายบอกว่าจะเหมาทั้งหมดไม่ได้ เพราะต้องดำเนินการตามคณะกรรมการตาม มาตรา 61 ซึ่งตนขอแก้ข่าวว่าตนไม่ได้เป็นคนตั้งคณะกรรมการชุดนี้
นายอนุทิน ยังมองกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เคยประกาศว่าจะเพิกถอนสิทธิในที่ดินเขากระโดงทันที ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการเพิกถอน ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายบอกว่าพรุ่งนี้รื้อถอนได้เลยก็ต้องรื้อถอน ถ้ากฎหมายบอกว่ารื้อไม่ได้ก็ต้องทำตามนั้น ไม่มีใครขัดขวางอยู่แล้วมาถึงจุดนี้เป็นที่รับรู้ของสังคม สิ่งที่ดีที่สุดคือทำตามกฎหมาย ทุกคนมีสิทธิ์ต่อสู้เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ของตัวเอง และหากศาลมีคำวินิจฉัยออกมาขอให้ทุกคนทำตาม
ขณะที่เรื่องเพิกถอนสิทธิในที่ดินเขากระโดงจะใช้เวลาอีกนานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเคยบ่นสมัยเป็น มท.1 ว่าเรื่องนี้ลากยาวมาเป็นเวลา 20 ปี จะต้องมาตกที่สมัยตนเองด้วย ซึ่งตนพ้นตำแหน่งไปแล้วเป็นรัฐมนตรีคนใหม่ก็ยังไม่จบ โดยเรื่องดังกล่าวมีแนวทางของมันที่ต้องทำตาม
ส่วนการที่นายภูมิธรรมออกมาแอ็คชั่น แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถเพิกถอนสิทธิ์ได้ เพราะยังกลัวเรื่องข้อกฎหมายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่ควรเอาเรื่องทางการเมืองมาทำลายกัน บทบาทของทุกคนก็มีคือการรักษาประโยชน์ให้ประเทศชาติ ทำหน้าที่ของตนเองไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง
“เรื่องแบบนี้พรรคภูมิใจไทยไม่เคยทำ ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยมา 2 ปีก็ไม่เคยกลั่นแกล้งใคร และไม่เคยใช้อำนาจในการบริหารประเทศ ทำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารบ้านเมือง ผมไม่อยากให้การเมืองไทยเป็นแบบนี้ เพราะมันจะไม่จบไม่สิ้น จะมีแต่ความอาฆาตมาดร้ายต่อกัน และมานั่งแก้แค้นกัน ประเทศจะไปอย่างไร“ นายอนุทิน กล่าว
คาดเลือกตั้งปี 2569 ชี้ สถานการณ์ยังไม่มีอะไรชัด
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ร่วมกินข้าวกับนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ อย่างชื่นมื่น จะย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ ว่า เป็นการไปอวยพร ขอให้ไปถามนายพิพัฒน์ ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่ ตอนนี้นายนิพนธ์ ยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ที่สำคัญช่วงนี้การเมืองควรจะให้เป็นไปตามที่เป็นอยู่ อย่าเพิ่งนั่งคิด เพราะการเลือกตั้งไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆ นี้
ส่วนขณะนี้นายนิพนธ์รับบทตอบโต้แทนพรรคภูมิใจไทย เรื่องเขากระโดง นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ออกมาพูดเพราะเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน และเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองมากๆ
นายอนุทินยังวิเคราะห์สาเหตุที่ยังไม่มีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้แม้ในเดือนนี้ และเดือนหน้าจะมีคดีที่สำคัญหลายคดีว่า วันนี้ถามว่าจะใกล้เลือกตั้งได้อย่างไร ไม่มีความชัดเจนอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะวันนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ มีการทักท้วงว่ายุบสภา เป็นอำนาจของนายกฯ เท่านั้น จึงยังไม่ได้ใกล้จุดนั้นเลย ขณะที่สภาฯ ก็เกิน 2 ปี มาแค่ 3 เดือน ทุกคน จึงคิดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปีหน้า บรรดาพรรคการเมือง ก็คงไม่ได้คิดว่าจะต้องเลือกตั้งกลางปี 70 ถามคอการเมืองนักวิเคราะห์การเมืองก็ตอบว่าปี 69 พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้คิดต่างกัน
ส่วนมุมมองต่อกระแสข่าวที่นายกรัฐมนตรีจะลาออก ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นกระแสข่าว ไม่มีทางรู้ การตัดสินใจอะไรต่างๆ ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน ทุกคนก็คิดวิเคราะห์กันไป แต่พรรคภูมิใจไทย ก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน คนที่เคยปรามาส ว่าพรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายค้านไม่เป็น ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีคุณภาพ แต่วันนี้ก็ทำหน้าที่ได้ตามบทบาท ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างดี
สำหรับจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยต่อกรณีนายกรัฐมนตรีลาออกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เป็นขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ ก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ ก็ทำตามกฎหมายทุกอย่าง ดังนั้น ถ้าทุกฝ่ายทำตามกฎหมาย จะไปบอกให้ใครทำอะไร ก็ไม่ถูก ขอให้ทำตามกฎหมายให้ดีที่สุด และวันนี้ก็ให้กำลังใจทุกคนที่ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองอยู่แล้ว
ที่มาเรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย | NBT Connext [1] [2]
