Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐบาล 'โจ ไบเดน' ทิ้งทวนอนุญาตอนุมัติให้ยูเครนใช้จรวด ATACMS โจมตีเส้นทางส่งกำลังบำรุงรัสเซีย ด้านมอสโกตอบโต้ด้วยการขยายเงื่อนไขการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ 'ไบเดน-สี' หารือความร่วมมือควบคุมการใช้ AI ในระบบอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต


ประธานาธิบดี โจ ไบเดน (แฟ้มภาพ)

23 พ.ย. 2567 มีการเตือนจากรัสเซียว่าอาจจะมีการยกระดับสงครามกับยูเครนรอบใหม่ หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธระยะไกลที่พวกเขามอบให้ยิงโจมตีรัสเซียได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นภายในช่วงเดียวกับที่ความขัดแย้งของสองประเทศกำลังจะดำเนินครบรอบ 1,000 วันในเร็ว ๆ นี้นับตั้งแต่ที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนตั้งแต่ปี 2565

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประกาศเมื่อช่วงสายของวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า เขาอนุญาตให้ทางการยูเครนใช้ ระบบขีปนาวุธกองทัพเชิงยุทธศาสตร์ ATACMS ได้ หลังจากที่ยูเครนเคยขออนุญาตในเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้ว ที่สหรัฐฯ อนุญาตในเรื่องนี้ น่าจะเป็นการตอบโต้กรณีที่มีการวางกำลังทหารเกาหลีเหนือในรัสเซียราวหลายพันถึงหนึ่งหมื่นราย

ดิมิทรี เพสคอฟ โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า ถ้าหากสหรัฐฯ อนุญาตในเรื่องนี้จริงมันก็จะเป็นการยกระดับความขัดแย้งและทำให้สหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้มากขึ้นอีกระดับหนึ่ง

วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะหมายถึงการที่ "กลุ่มประเทศนาโต, สหรัฐฯ, และกลุ่มประเทศยุโรป ทำสงครามกับรัสเซีย" ซึ่งจะทำให้สภาพการณ์ของความขัดแย้งเปลี่ยนไป และทางการรัสเซียจะ "มีการตัดสินใจอย่างเหมาะสม" โดยพิจารณาจากภัยคุกคามที่รัสเซียต้องเผชิญ

รัสเซียแก้ กม. เปิดช่องใช้อาวุธนิวเคลียร์โต้ตอบการรุกราน นักวิเคราะห์มองเป็นการขู่

ในอีกหลายวันถัดจากนั้นปูตินก็ประกาศให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการนิวเคลียร์ของประเทศตัวเอง โดยเพิ่มเงื่อนไขที่พวกเขาจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งระบุว่ารัสเซียจะมีสิทธิในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการโต้ตอบการรุกรานจากรัฐอื่น ถึงแม้ว่ารัฐดังกล่าวนั้นจะไม่ได้มีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองอยู่ในครอบครองก็ตามแต่ผู้รุกรานก็มีประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์หนุนหลังอยู่

รัสเซียไม่ได้ระบุโดยตรงว่าพูดถึงประเทศใดอยู่ แต่ถ้าให้เทียบกับความขัดแย้งในตอนนี้ ประเทศยูเครนนับว่าไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เป็นของตัวเอง ในขณะที่กลุ่มพันธมิตรนาโตอย่างสหรัฐฯ และฝรั่งเศสต่างก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธนิวเคลียร์รัสเซีย พาเวล พอดวิก กล่าวว่าการที่รัสเซียแก้ไขกฎหมายเช่นนี้ไม่ใช่เพราะกำลังจะเตรียมพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ แล้วก็มีความเป็นไปได้น้อยที่รัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับยูเครน เพราะมันจะไม่ทำให้ยุทธการณ์ในแนวหน้าเปลี่ยนแปลงไป แล้วจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเชิงลบอย่างสุดขั้วจากประเทศอื่นๆ ด้วย

พอดวิก มองว่าการที่รัสเซียประกาศเรื่องขยายเงื่อนไขการใช้อาวุธนิวเคลียร์ให้โลกรู้แบบนี้ มีเป้าหมายเพื่อข่มกลุ่มที่มีโอกาสจะเป็นข้าศึกศัตรูของรัสเซียมากกว่า โดยแสดงออกว่ารัสเซียมีมุมมองต่ออาวุธนิวเคลียร์อย่างไรในการที่จะใช้ปกป้องความมั่นคงของตัวเอง

ATACMS โจมตีได้ไม่ถึงเมืองหลวง แต่อาจจะใช้โจมตีเป้าหมายเส้นทางลำเลียงกำลังบำรุง

จรวด ATACMS ที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ยูเครนใช้ได้นั้น มีพิสัยทำการเพียง 300 กม. ซึ่งไม่สามารถยิงถึงเมืองหลวงกรุงมอสโกวของรัสเซียหรือพื้นที่อาณาเขตภายในของรัสเซียได้ โดยมีแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อให้ข่าวกับสื่อ Axios ว่าทางการสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้ยูเครนใช้จรวด ATACMS โจมตีแค่ในเขตพื้นที่เคิร์สก์เท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ น่าจะมีการวางกำลังกองทัพเกาหลีเหนืออยู่

จอร์จ บาร์รอส นักวิเคราะห์ชั้นนำในประเด็นรัสเซียกับยูเครนที่สถาบันสหรัฐฯ เพื่อการวิจัยสงคราม กล่าวว่า การวางกำลังทหารเกาหลีเหนือในเขตแนวหน้าที่เคิร์สก์นั้น สหรัฐฯ ได้มองว่าเป็น "การยกระดับครั้งใหญ่" ของสงครามที่รัสเซียรุกรานยูเครน ถึงได้มีการอนุญาตให้ใช้จรวด ATACMS ได้

อย่างไรก็ตาม บาร์รอส มองว่า กำลังเสริมจากเกาหลีเหนือไม่น่าจะเป็นเป้าหมายหลักที่สหรัฐฯ ต้องการจะโจมตี แต่เป็นแค่การอ้างความชอบธรรมในการยกระดับที่มาถูกเวลาเท่านั้น สิ่งที่น่าจะเป็นเป้าหมายหลักที่ ATACMS จะใช้โจมตีได้ น่าจะเป็นเครือข่ายเส้นทางการส่งกำลังบำรุงของกองทัพรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเสบียงหรือช่องทางการสื่อสารของกองทัพรัสเซียที่จะนำไปสู่แนวหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่นอกพิสัยการโจมตี การโจมตีเส้นทางดังกล่าวจะเป็นการตัดกำลังกองทัพที่อยู่แนวหน้าของรัสเซียได้

ถึงแม้ว่ารัสเซียจะประกาศว่า การที่สหรัฐฯ เปิดทางให้ยูเครนใช้ ATACMS นั้น ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งก็ตาม แต่นักวิเคราะห์ก็มองว่าจรวด ATACMS จะไม่ถึงขั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนโฉมหน้าทางสงครามได้

สเตฟาน ฟรูห์ลิง นักวิชาการจากศูนย์เพื่อการวิจัยด้านยุทธศาสตร์และการป้องกันประเทศ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ANU กล่าวว่า การเปิดทางใช้ ATACMS จะไม่ถึงขั้นพลิกสถานการณ์การรบได้ แต่น่าจะทำให้เกิดการ "บั่นทอนกำลังอย่างช้าๆ" ต่อระบบการป้องกันทางอากาศของรัสเซียได้

ขณะเดียวกันใบเบิกทางให้ยูเครนใช้จรวดของสหรัฐฯ ก็ทำให้พันธมิตรในยุโรปต้องมาทบทวนจุดยืนของตัวเองในเรื่องนี้เหมือนกัน จากการที่ฝรั่งเศสและอังกฤษก็ส่งอาวุธจรวดพิสัยไกลของตัวเองให้กับยูเครนแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นอนุญาตให้ยูเครนใช้ โดยที่ผู้นำอังกฤษและฝรั่งเศสได้หารือกันว่าจะทำอย่างไรให้ยูเครนมีที่มั่นทางการทหารที่เข้มแข็งที่สุดให้ฝ่าช่วงฤดูหนาวไปได้

มรดกรัฐบาลไบเดน และความร่วมมือควบคุมอาวุธนิวเคลียร์กับจีน

นักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุหนึ่งที่รัฐบาลไบเดนทำการยกระดับการช่วยเหลือยูเครนในช่วงนี้ น่าจะเป็นเพราะการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลไปสู่มือของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังคืบคลานเข้ามา จากการที่ทรัมป์เคยประกาศว่าจะ "ยุติสงครามภายในวันเดียว" และวิจารณ์การที่สหรัฐฯ ให้งบประมาณช่วยเหลือทางการทหารต่อยูเครนในปริมาณมาก

นักวิเคราะอย่างบาร์รอสมองว่า นโยบายของไบเดนในยูเครนจะกลายเป็นมรดกตกทอดจากรัฐบาลของเขาทำให้การตัดสินใจเพิ่มการช่วยเหลือล่าสุดก็เป็นส่วนหนึ่งของมรดกนี้

"ผมคิดว่าไบเดนและที่ปรึกษาของเขากำลังพยายามทำอะไรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในตอนที่พวกเขายังเป็นรัฐบาลอยู่ ก่อนที่จะต้องเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้งอย่างทรัมป์ในเดือนมกราคม" บาร์รอสกล่าว

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา โจ ไบเดน ก็ยังได้พบปะหารือแบบนอกรอบกับ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนที่งานประชุมซัมมิทของเอเปค เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสื่อมองว่าเป็นการที่ไบเดนพยายามหาทางที่จะวางระบบป้องกันเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินระหว่างความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนในช่วงที่ทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี

ในการพบปะระหว่างไบเดนกับสี ยังมีการทำข้อตกลงที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั่นคือการทำให้ทั้งสองชาติตกลงร่วมกันว่าจะไม่ปล่อยให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ควบคุมระบบอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งสื่อมองว่าในครั้งนี้นับเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ที่รัฐบาลไบเดนทำไว้

ฝ่ายกระทรวงต่างประเทศของจีนได้แถลงยืนยันข้อตกลงที่ทำกับไบเดนในเรื่องควรให้มนุษย์เป็นผู้ควรคุมอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น นอกจากนี้ยังกล่าวย้ำถึงการที่ควรจะมีการหารือและประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด "สงครามเย็นครั้งใหม่"


เรียบเรียงจาก
Russia expands criteria for a nuclear strike, 21-11-2024
Biden’s final meeting with Xi Jinping reaps agreement on AI and nukes
Kremlin Warns of Major Escalation After U.S. Allows Ukraine to Strike Russia With Long-Range Weapons, The Moscow Times, 18-11-2024
The US has reportedly approved Ukraine's use of long-range missile systems — but will it make a difference in Vladimir Putin's war?, ABC News, 18-11-2024
Biden Authorizes Ukraine to Use Long-Range U.S. Missiles Inside Russia – NYT, 17-11-2024
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง