Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ตรวจสอบพิกัดฐานกองทัพสหรัฐว้า 8 แห่ง หลังมีข่าวกองทัพไทยยื่นคำขาดให้ถอนกำลัง พบดัดแปลงภูมิประเทศขุดสนามเพลาะตั้งฐานอยู่บนสันเขา คร่อมสันปันน้ำ บางฐานลึกเข้ามาในเขตไทย 800 เมตร และบางจุดเป็นฐานปฏิบัติการส่วนหน้าที่ใช้บุกตีกองบัญชาการใหญ่ดอยไตแลงของกองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA เมื่อปี 2548 ด้านโฆษกกองทัพภาค 3 ยืนยันอยู่ในขั้นตอนเจรจา สถานการณ์ชายแดนปกติ

28 พ.ย. 2567 สำนักข่าวไทยพีบีเอส รายงานเมื่อ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงกลาโหม ระบุว่ากระทรวงกลาโหม ได้สั่งการไปยังกองทัพบก ให้เตรียมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อดูแลรักษาอธิปไตยไทย บริเวณชายแดนพื้นที่ภาคเหนือ ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน หลังกองทัพบก ได้ให้กองทัพสหรัฐว้า UWSA เร่งถอนกำลังทางทหารออกจากพื้นที่ข้อพิพาท จำนวน 8 ฐานปฏิบัติการ โดยการหารือเบื้องต้นทางกองกำลังว้าแดง ได้รับข้อเสนอของกองทัพบกไทย และรายงานต่อกองบัญชาการกองทัพสหรัฐว้า ก่อนจะให้คำตอบต่อกองทัพบกไทย ภายในวันที่ 18 ธ.ค.นี้

การแสดงในงานฉลอง 30 ปีกองทัพสหรัฐว้า UWSA ลงนามสันติภาพกับรัฐบาลพม่า เมื่อคืนวันที่ 16 เม.ย. 2019 ที่มา: Democratic Voice of Burma (DVB)

แหล่งข่าวระดับสูง ยังอ้างอิงว่า แม้กองทัพบกจะเตรียมความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ เพื่อรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้น แต่ยังคงย้ำว่า จะเน้นการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อยุติก่อน

โฆษณา - Advertising

การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18-19 พ.ย.2567 ที่ผ่านมา ฝ่ายประสานงานกองทัพสหรัฐว้าจำนวน 6 คน ได้เดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ไทยที่ จ.เชียงใหม่ ฝ่ายไทยได้ขอให้ว้าแดง ถอนกำลังในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ผู้แทนของว้าแดง ได้รับข้อเสนอส่งกองบัญชาการใหญ่ที่เมืองปางซาง และจะให้คำตอบต่อฝ่ายไทยภายใน 30 วัน

โดยอีก 2 วัน หลังการพบปะ พบว่ากองทัพสหรัฐว้า กองพลน้อยที่ 778 ซึ่งประจำการในพื้นที่รัฐฉานตอนใต้ ได้รวบรวมพิกัดที่ตั้งของทหารไทย และทหารกองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA เพื่อรายงานหน่วยเหนือ เนื่องจากพบการเคลื่อนไหวในหน่วยที่ตั้งของไทยซึ่งตรงกับช่วงสับเปลี่ยนกำลังพลตามวงรอบ

8 ฐานกองทัพสหรัฐว้าดัดแปลงภูมิประเทศตั้งฐานบนสันเขา

ฐานปฏิบัติการกองทัพสหรัฐว้าที่ดอยหัวม้า ซึ่งฐานหลักและฐานย่อยตั้งฐานคร่อมกับฝั่งไทย (ที่มา: Google Earth)

โฆษณา - Advertising

ฐานปฏิบัติการกองทัพสหรัฐว้าที่หนองหลวง ซึ่งบางฐานอยู่ลึกเข้ามาในเขตไทย 800 เมตร

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพิกัดฐานปฏิบัติการของทหารกองทัพสหรัฐว้า 8 ฐานปฏิบัติการ อยู่ที่ดอยหัวม้า และหนองหลวง บริเวณ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนสันเขาคร่อมสันปันน้ำ โดยฐานบางแห่งเช่นที่หนองหลวง มีการดัดแปลงภูมิประเทศที่เป็นยอดเขาสูงเพื่อตั้งฐานปฏิบัติการ ขุดสนามเพลาะและตั้งบังเกอร์โดยอยู่ลึกเข้ามาในเขตไทย 800 เมตร

ฐานปฏิบัติของกองทัพสหรัฐว้าดังกล่าว ยังมีฐานปฏิบัติการส่วนหน้าที่เป็นจุดสังเกตการณ์และเผชิญหน้ากับกองบัญชาการใหญ่ของกองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA ที่ดอยไตแลง ซึ่งก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐว้าเคยบุกตีดอยไตแลงเมื่อปี 2548 มาก่อน

โฆษณา - Advertising

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวชายขอบ” ระบุถึงการตั้งฐานของกองทัพสหรัฐว้า ที่ดอยหัวม้า หนองหลวง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนนั้นลึกเข้ามาในแผ่นดินไทย โดยกองทัพภาค 3 พยายามเจรจาและประท้วงผู้แทนของว้าเป็นระยะๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ว้าก็ไม่ถอน ครั้งนี้จึงน่าจะเป็นจุดสำคัญที่ทางการไทยขีดเส้นตายให้กับว่าและเตรียมปฏิบัติการทางทหารเพื่อชิงพื้นที่คืน

รศ.ดร.ดุลยภาค ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบด้วยว่า นอกจากพื้นที่ด้าน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนแล้ว ยังพบว่า มีฐานปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐว้า อยู่ในพื้นที่พิพาทตามเรียงรายตามแนวชายแดนตั้งแต่ อ.ปางมะผ้า อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.เวียงแหง และ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีฐานทหารว้า กองพัน 721 ดอยหัวม้า หนองหลวง กองพันพัน 704 และที่กิ่วช้างกั๊บ ดอยไก่ ดอยถ้วย ที่ไม่ชัดเจนว่าล้ำแดนหรือไม่ แต่ที่หนองหลวงชัดเจนว่าล้ำแดน

ผศ.ดุลยภาคกล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้แสดงอิทธิพลของว้าที่ลงมาในรัฐฉานจนติดชายแดนไทย และกินพื้นที่เข้ามาในเขตไทยเป็นบางฐาน อำนาจของว้าแดงที่เข้ามาในรัฐฉานใต้มากขึ้นทุกปี และเข้มข้นขึ้น ซึ่งแบบนี้เป็นลักษณะของการจัดตั้งรัฐว้า โดยปัจจุบันมีแค่ว้าในภาคเหนือรัฐฉานที่ติดจีนซึ่งพื้นที่นั้นได้รับรองตามรัฐธรรมนูญของพม่าฉบับปี 2008 แต่ส่วนว้าใต้ที่ติดชายแดนไทยไม่ได้ถูกรับรอง

โฆษกกองทัพภาค 3 ยืนยันอยู่ในขั้นตอนเจรจา สถานการณ์ชายแดนปกติ

ในรายงานของผู้จัดการออนไลน์ พ.อ.รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 ชี้แจงเมื่อ 26 พ.ย. ว่า กองทัพภาคที่ 3 ได้ปฏิบัติตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ปฏิบัติการตามพันธกิจของกองทัพบก ใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ในทุกระดับ คือ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (Township Border Committee : TBC) ได้แก่ คณะกรรมการฯ TBC แม่ฮ่องสอน-ลอยก่อ และคณะกรรมการฯ TBC แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) กองทัพภาคที่ 3-สำนักปฏิบัติการพิเศษที่ 4 กองทัพพม่า คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee : HLC) กองบัญชาการกองทัพไทย-กองทัพพม่า การแก้ปัญหาจะเริ่มจากเบาไปหาหนัก โดยการพูดคุยกับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งร่วมกันให้ปัญหายุติโดยเร็ว

โฆษณา - Advertising

กรณีเส้นเขตแดนระหว่างไทย-พม่า ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย ถึงจังหวัดระนอง รวมทั้งพื้นที่ทางทะเลยังไม่สามารถปักปันเขตแดนร่วมกันได้ครบทุกพื้นที่ บริเวณที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนดังกล่าวยังไม่มีการสำรวจ และปักปันเขตแดน ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกระดับแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่ยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอนอยู่ในภาวะปกติ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งความสัมพันธ์ตามแนวชายแดนยังคงอยู่ในระดับที่ดีต่อกัน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising