Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วานนี้ (4 มิ.ย. 2569) มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation หรือ SHRF) เปิดรายงาน “จีนและรัสเซียต่างช่วงชิงทำแร่ทังสเตนรอบดอยขี้เหล็ก ยอดดอยสูงสุดในเมืองโต๋น” โดยระบุว่าบริษัทจีนร่วมกับกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) เปิดเหมืองทังสเตนขนาดใหญ่ในรัฐฉาน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2569 ห่างชายแดนไทยเพียง 20 กิโลเมตร ขณะที่รัสเซียได้รับสัมปทานจากรัฐบาลทหารพม่าเพื่อเตรียมขุดบนเนินด้านเหนือของภูเขาเดียวกัน ผลกระทบต่อชุมชนเริ่มปรากฏชัดแล้ว ทั้งเด็กในหมู่บ้านใกล้เหมืองป่วยเป็นโรคผิวหนัง ตะกอนท่วมนาข้าว และลำห้วยแห้งขอดจากการสร้างเขื่อนกักน้ำ โดยยังมีความกังวลว่าสารพิษจะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวินในที่สุด โดยรายงานของ SHRF มีรายละเอียดดังนี้

จีนและรัสเซียต่างช่วงชิงทำแร่ทังสเตนรอบดอยขี้เหล็ก ยอดดอยสูงสุดในเมืองโต๋น

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทจากจีนได้ร่วมมือกับกองทัพว้า (United Wa State Army - UWSA) พยายามเดินหน้าทำเหมืองแร่ทังสเตน (Tungsten) ขนาดใหญ่บนภูเขาด้านทิศใต้ของดอยขี้เหล็กในเมืองโต๋น หรือเมืองต่วน ในขณะที่บริษัทจากรัสเซียได้ร่วมมือกับรัฐบาลพม่า เพื่อเตรียมการจะขุดเจาะแร่ทังสเตนในพื้นที่ลาดชันตอนเหนือของภูเขาลูกเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพรมแดนประเทศไทยประมาณ 20 กิโลเมตร

ดอยขี้เหล็กเป็นภูเขาที่มียอดเขาสูงที่สุดในเมืองโต๋น โดยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,970 เมตร คำว่า “ขี้เหล็ก” หมายถึงเศษแร่ในภาษาไทใหญ่

ดอยขี้เหล็ก เมืองโต๋น

ดอยขี้เหล็ก เมืองโต๋น ที่มา: SHRF

ที่ตั้งเหมืองแร่ของรัสเซียและจีน ในเมืองโต๋น

ที่ตั้งเหมืองแร่ของรัสเซียและจีน ในเมืองโต๋น ที่มา: SHRF

 

เหมืองแร่ทังสเตนแห่งใหม่ของจีนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการทำเกษตรกรรมของชาวบ้าน

เหมืองแร่ทังสเตนใหม่ของจีนซึ่งมีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองจ๊อด เริ่มการผลิตตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 และปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ด้านท้ายน้ำของเหมือง

ชาวบ้านเริ่มทราบถึงการเตรียมพร้อมเพื่อทำเหมืองครั้งแรกในปี 2565 จากการสังเกตเห็นวิศวกรชาวจีนหลายคนที่เดินทางเข้ามาสำรวจพื้นที่ จากนั้นระหว่างปี 2566 และ 2567 ได้มีการสร้างถนนเข้าไปในพื้นที่ และมีการขุดเจาะอุโมงค์เข้าไปด้านในภูเขาด้วย ต่อมาในระหว่างปี 2568 เริ่มมีการก่อสร้างโรงแต่งแร่ที่ทางตอนใต้ของพื้นที่ทำเหมืองซึ่งมีความยาว 3 กิโลเมตร และมีการสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำเพื่อรองรับน้ำจากห้วยผักกูด

ภาพดาวเทียมจากเหมืองแร่เมืองจ๊อด

ภาพดาวเทียมจากเหมืองแร่เมืองจ๊อด ที่มา: SHRF

แร่ทังสเตน

แร่ทังสเตน (แร่วุลแฟรม; สัญลักษณ์ทางเคมี = W) เป็นสินแร่สำคัญที่มีความต้องการระดับสูงทั่วโลก เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษคือมีความแข็งและความหนาแน่นสูงมาก และมีจุดหลอมเหลวสูงที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด

 
เครื่องมือและเครื่องจักรกลในการทำเหมืองขณะถูกขนถ่ายจากท่าเรือบ้านโป่งบนแม่น้ำโขง

เครื่องมือและเครื่องจักรกลในการทำเหมืองขณะถูกขนถ่ายจากท่าเรือบ้านโป่งบนแม่น้ำโขง

 
รถบรรทุกขณะขนเครื่องมือและเครื่องจักรกลไปยังเหมืองที่เมืองจ๊อด

รถบรรทุกขณะขนเครื่องมือและเครื่องจักรกลไปยังเหมืองที่เมืองจ๊อด

 

การขนส่งเครื่องมือและเครื่องจักรกลเพื่อทำเหมืองจากประเทศจีน โดยล่องเรือลงตามแม่น้ำโขงยังท่าเรือบ้านโป่ง ด้านตะวันออกของท่าขี้เหล็ก จากนั้นก็ใช้รถบรรทุกเพื่อขนผ่านบ้านฮุงในเมืองสาด และบ้านนากองมู เมืองโต๋น จนไปถึงเหมืองแร่ที่เมืองจ๊อด ท่าเรือบ้านโป่งถือเป็นด่านศุลกากรระหว่างประเทศที่สำคัญของพม่าบนแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดบ่อแก้วในประเทศลาว ติดกับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

ปัจจุบันมีพนักงานคนจีนของบริษัทเหมืองแร่ของจีนประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้จัดการและช่างเทคนิค และมีการจ้างคนงานเหมืองที่เป็นชาวไทใหญ่และพม่าประมาณ 250 คน โดยคนงานระดับพื้นฐานจะได้รับเงิน 300,000-500,000 จ๊าต (4,648-7,750 บาท) ต่อเดือน คนขับรถแบ็คโฮได้เงิน 100-300 บาทต่อชั่วโมง ส่วนคนงานเหมืองใต้ดินจะได้เงิน 200-400 บาท สำหรับการขุดหินและแบกขึ้นมาจากอุโมงค์แต่ละครั้ง

เหมืองแร่ทังสเตนที่เมืองจ๊อด

เหมืองแร่ทังสเตนที่เมืองจ๊อด ที่มา: SHRF

 
อุโมงค์ที่เหมืองแร่ทังสเตนเมืองจ๊อด

อุโมงค์ที่เหมืองแร่ทังสเตนเมืองจ๊อด ที่มา: SHRF

แผนที่แสดงเส้นทางขนส่งแร่ทังสเตนไปยังชายแดนจีน ที่มา: SHRF

 

หินที่ขุดขึ้นมาประกอบด้วยสินแร่ทังสเตน ซึ่งจะถูกทุบ บดละเอียด และมีการใช้สารเคมีเพื่อแยกผงทังสเตนออกมาในพื้นที่ทำเหมือง และจะมีการนำผงทังสเตนไปบรรจุในกระสอบเพื่อขนส่งด้วยรถบรรทุกไปยังประเทศจีน

การขนส่งแร่ทังสเตนจากเหมืองแห่งนี้เริ่มมีเป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ โดยใช้ขบวนรถบรรทุกขนาด 12 ล้อเพื่อขนส่ง เที่ยวหนึ่งใช้รถประมาณห้าคันต่อเที่ยว เพื่อขนไปที่พรมแดนจีนในเขตเมืองลา โดยใช้เส้นทางขนส่งผ่านเมืองท่าขี้เหล็กและเมืองพยาก ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้การควบคุมของกองทัพพม่า

แม้ว่าแร่ทังสเตนจะเป็นแร่สำคัญที่มีการขุดจากเหมืองในเมืองจ๊อด แต่ชาวบ้านทราบข่าวว่ามีการค้นพบแหล่งแร่ทองคำ (gold) และตะกั่ว (lead) ในพื้นที่เหมืองแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

เหมืองแร่ทังสเตนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ด้านทิศใต้ของยอดเขาดอยขี้เหล็ก (“ขี้เหล็ก” แปลว่า เศษแร่ในภาษาไทใหญ่) โดยตั้งอยู่ห่างจากเมืองจ๊อดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 6 กิโลเมตร หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดกับเหมืองแห่งนี้คือบ้านว้า ซึ่งเป็นจุดที่ห้วยผักกูดไหลผ่าน และอยู่ห่างจากพื้นที่ด้านใต้ของเหมืองเพียง 1 กิโลเมตร และได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำที่ไหลออกมาจากเหมือง นับตั้งแต่ปี 2568 แหล่งข้อมูลในพื้นที่ระบุว่าเด็กที่อาศัยอยู่ในบ้านว้ามีอาการติดเชื้อที่ผิวหนัง ผื่นและคันตามตัว เนื่องจากการสัมผัสกับน้ำในห้วยผักกูด

ช่วงปลายฤดูฝนในปี 2568 ตะกอนทรายที่ถูกพัดมาจากเหมืองได้ไหลท่วมนาข้าวด้านทิศใต้ของห้วยผักกูด ใกล้กับเมืองจ๊อด ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถปลูกข้าวในพื้นที่นั้นได้

ตะกอนทรายที่ถูกพัดมาจากเหมืองทับถมที่นาของชาวบ้านในเมืองจ๊อด

ตะกอนทรายที่ถูกพัดมาจากเหมืองทับถมที่นาของชาวบ้านในเมืองจ๊อด

แผนที่แสดงพื้นที่นาที่ถูกตะกอนทรายจากเหมืองทับถม

แผนที่แสดงพื้นที่นาที่ถูกตะกอนทรายจากเหมืองทับถม

 

หลังจากที่มีการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำเพื่อการใช้ในเหมืองแร่จนเสร็จช่วงปลายปี 2568 ได้มีการกักน้ำและปล่อยน้ำจากห้วยผักกูดเข้าไปในเขื่อน ทำให้ไม่มีน้ำไหลไปด้านใต้ของเขื่อน ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่ต้องใช้น้ำเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและทำการเกษตรอย่างมาก

ห้วยผักกูดไหลมาบรรจบกับแม่น้ำจ้อต โดยน้ำจ๊อตไหลผ่านหุบเขาไปทางด้านทิศเหนือ ก่อนไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสาละวิน หากมีการเปิดการทำเหมืองอย่างเต็มที่ มีความกังวลว่าน้ำปนเปื้อนที่ไหลออกมาจากเหมืองแร่ รวมทั้งการปนเปื้อนโลหะหนักจากดินที่ถูกขุดเจาะหรือสารเคมีจากโรงแต่งแร่ จะไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมห้วยผักกูดและแม่น้ำจ๊อดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินด้วย

แร่ทังสเตน (แร่วุลแฟรม; สัญลักษณ์ทางเคมี = W) เป็นสินแร่สำคัญที่มีความต้องการระดับสูงทั่วโลก เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษคือมีความแข็งและความหนาแน่นสูงมาก และมีจุดหลอมเหลวสูงที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด จึงถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อวกาศ อิเล็กทรอนิกส์ กลาโหม และเหมืองแร่ ทั้งในรูปสินแร่บริสุทธิ์ หรือเป็นส่วนประกอบของสารประกอบต่างๆ เช่น ทังสเตนคาร์ไบด์

ปัจจุบัน ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตทังสเตนรายใหญ่ของโลก โดยในปี 2568 จีนสามารถผลิตแร่ทังสเตนได้ 67,000 ตัน คิดเป็นเกือบ 80% ของปริมาณการผลิตทังสเตนทั้งหมดในแต่ละปีในระดับโลก

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แหล่งแร่ทังสเตนที่สำคัญของพม่า มาจากเหมืองแร่มอชิ (Mawchi) ในรัฐกะเรนนี โดยยังคงมีการขุดแร่ทังสเตนจนถึงทุกวันนี้ ส่วนในรัฐฉาน ตามบัญชีประทานบัตรการทำเหมือง (mining permits) ที่ออกให้โดยทางการพม่า ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2564 มีการระบุถึงสามพื้นที่ซึ่งมีการให้ใบอนุญาตทำแร่ทังสเตน ได้แก่ ผายขุ่น (Phekon), ยวางาน (Ywangan) และเมืองโต๋น (Mongton)

อย่างไรก็ตาม ประทานบัตรที่ออกให้สำหรับเหมืองแร่ในเมืองโต๋นนั้น ไม่ได้ออกให้กับพื้นที่ในเมืองจ๊อด แต่ออกให้กับพื้นที่เมืองก๋างทางตอนเหนือของเมืองโต๋น โดยบริษัทเป้ย์ เพียว เจว่ (Pyae Phyo Kywe Company) ได้รับใบอนุญาตให้ทำเหมืองในพื้นที่ 111.3 ไร่ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงพฤษภาคม 2562 ส่วนใบอนุญาตการขุดเหมืองดีบุกและทังสเตน (Tin-Tungsten) ที่ทางการพม่าออกให้ในรัฐฉาน เป็นการออกให้กับบริษัทในประเทศทั้งหมด แต่มีการออกใบประทานบัตรเพื่อสำรวจแร่ ครอบคลุมระหว่างเดือนธันวาคม 2560 ถึงธันวาคม 2564 ให้กับบริษัท Southern Nonferrous Metal Company ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน เพื่อการสำรวจแร่ทังสเตนในพื้นที่ 6,220 ไร่ทางตอนใต้ของตีเจ้ก (Thikyeik) ในเมืองผายขุ่น (Pekhon) ทางตอนใต้ของรัฐฉานที่ติดกับรัฐกะเรนนี

บัญชีประทานบัตรเหมืองแร่ (mining permit list) ของทางการพม่านี้ ไม่ได้รวมเหมืองแร่ดีบุก-ทังสเตน (Tin-Tungsten) ในเขตมานหม่อ ทางตอนเหนือของรัฐฉานที่ควบคุมโดยกองทัพว้า UWSA ซึ่งอยู่ประมาณ 10 กิโลเมตรด้านตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเหนืออำนาจควบคุมของรัฐบาลพม่า และในช่วงกว่า 15 ปีที่ผ่านมา เหมืองแร่เหล่านี้เป็นแหล่งขุดเจาะดีบุก (สัญลักษณ์ทางเคมี = Sn) และมีการส่งออกทั้งหมดไปยังประเทศจีน เหมืองแร่มานหม่อจึงเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่สำคัญระดับโลก ทำให้แร่ดีบุกจากพม่ามีฐานะเป็นประเทศผู้ผลิตดีบุกรายใหญ่อันดับสองของโลกในปี 2566 โดยสามารถผลิตแร่ดีบุกส่งออกได้ 54,000 เมตริกตัน

เมืองจ๊อดเดิมเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ประกอบด้วยชาวบ้านห้าสิบครัวเรือนที่เป็นชาวไทใหญ่ ลีซู และลาหู่ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทำนา ปลูกงา และกระเทียม ในปี 2537 กองทัพพม่าได้บุกยึดเมืองจ๊อดจากกองทัพเมืองไต (Mong Tai Army – MTA) จากนั้นได้อนุญาตให้กองทัพว้ามาก่อตั้งฐานทัพที่นั่น ต่อมาในช่วงระหว่างปี 2542-2544 มีการนำชาวบ้านว้ากว่า 14,000 คน จากทั้งหมดกว่า 126,000 คน จากพื้นที่เขตกองทัพว้าทางตอนเหนือของรัฐฉาน ให้มาตั้งรกรากอาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองโต๋น ซึ่งรวมถึงในเมืองจ๊อดด้วย คนที่ถูกโยกย้ายมาได้มีการปรับพื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่รอบเมืองจ๊อดให้เป็นพื้นที่ราบเพื่อทำเป็นสวนยางพารา ในขณะที่ชาวบ้านดั้งเดิมส่วนใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองจ๊อดต้องหลบหนีเข้าประเทศไทย

ที่ตั้งทางทหารของกองทัพพม่าและกองทัพว้าในเมืองจ๊อด

ที่ตั้งทางทหารของกองทัพพม่าและกองทัพว้าในเมืองจ๊อด

 
ฐานปืนใหญ่กองทัพพม่าบนดอยขี้เหล็ก

ฐานปืนใหญ่กองทัพพม่าบนดอยขี้เหล็ก

 

ปัจจุบัน เมืองจ๊อดเป็นหมู่บ้านที่อยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันระหว่างกองทัพว้ากับกองทัพพม่า โดยกองพลน้อยที่ 772 ของกองทัพว้า ซึ่งเป็นหนึ่งในห้ากองพลภายใต้ศูนย์บัญชาการภาคใต้ของกองทัพว้ากองพล 171 ตั้งอยู่ในเมืองจ๊อด และยังเป็นค่ายที่ใช้เพื่อฝึกทหารขนาดใหญ่ ส่วนค่ายทหารของกองทัพพม่าที่ตั้งอยู่ในเมืองจ๊อดนั้น อยู่ภายใต้กองบัญชาการกองทัพภาคสามเหลี่ยมของกองทัพพม่า (Triangle Regional Command)

รัสเซียเตรียมการขุดเจาะแร่ทังสเตนทางตอนเหนือของดอยขี้เหล็ก

ชาวรัสเซียขณะเข้ามาสำรวจพื้นที่การทำแร่ที่ดอยขี้เหล็ก

ชาวรัสเซียขณะเข้ามาสำรวจพื้นที่การทำแร่ที่ดอยขี้เหล็ก โดยมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารพม่าติดอาวุธ ตำรวจ และกองกำลังท้องถิ่นในเดือนพฤษภาคม 2568

แผนที่แสดงการทำเหมืองทังสเตนของรัสเซีย ในเมืองโต๋น

แผนที่แสดงการทำเหมืองทังสเตนของรัสเซีย ในเมืองโต๋น

 

ในเดือนพฤษภาคม 2568 ชาวบ้านในพื้นที่เห็นชาวรัสเซียสามคนเดินทางมาสำรวจแหล่งแร่ทางตอนเหนือของหุบเขาดอยขี้เหล็ก โดยมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพพม่า ตำรวจ และกองกำลังท้องถิ่น

ต่อมาในวันที่ 28 มกราคม 2569 ชาวรัสเซียประมาณ 10 คนเดินทางมาที่ดอยขี้เหล็กอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับผู้บัญชาการกองทัพพม่าในเมืองโต๋น และมีคนเห็นว่ากำลังสำรวจรังวัดที่ดิน ชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงบางส่วนได้รับเชิญให้มาพบกับพวกเขา และได้รับแจ้งว่ารัฐบาลพม่าได้ออกใบอนุญาตให้กับชาวรัสเซียเพื่อมาทำเหมืองแร่ทังสเตนในพื้นที่นั้นแล้ว

จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของกองทัพว้าที่ห้วยอ้อ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการภาคใต้ของกองทัพว้า ได้แจ้งกับชาวบ้านในพื้นที่ว่า พวกเขาควรต่อต้านโครงการเหมืองแร่ของคนรัสเซีย

ชาวบ้านบอกว่า ชาวรัสเซียยังได้รับสัมปทานการทำเหมืองแร่พลวง (Antimony) ในพื้นที่ห่างไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือของโครงการเหมืองแร่ทังสเตน ซึ่งจะถือเป็นโครงการเหมืองแร่ของรัสเซียแห่งแรกเท่าที่มีข้อมูลในภาคตะวันออกของรัฐฉาน

อย่างไรก็ดี รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องมาเป็นเวลานานแล้วกับการทำเหมืองแร่ทางตอนใต้ของรัฐฉาน โดยในปี 2547 บริษัท Tyazhpromexport (TPE) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซียได้เข้าร่วมทุนกับ Myanmar Economic Corporation ซึ่งเป็นบริษัทของกองทัพพม่า เพื่อขุดแร่เหล็กและจัดตั้งโรงงานเหล็กที่ภูเขาป๋างแปกในเมืองโหโปง ซึ่งชุมชนในพื้นที่ต่างต่อต้านโครงการเหมืองแร่เหล็กและโรงงานอย่างหนัก เนื่องจากกังวลกับผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้โครงการนี้ประสบความล่าช้ามาหลายครั้ง แต่การเดินทางมายังพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของรัสเซียเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 แสดงให้เห็นว่ารัสเซียและรัฐบาลพม่าต่างยืนยันจะเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ต่อไปให้ได้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง