เมื่อกฎหมายเกณฑ์ทหารในพม่าที่ห้ามคนหนุ่มสาวออกไปทำงานต่างประเทศ บีบให้เกิด "ตลาดมืด" เรียกรับสินบนผู้คนเหล่านี้ โดยมีจำนวนมากพยายามดิ้นรนหนีจากความขัดแย้งและสภาพเศรษฐกิจที่ล่มสลายของพม่าเพื่อไปหางานทำที่จีน แต่ก็ถูกเรียกสินบนสูงมากจนเป็นหนี้และเผชิญการกดขี่ มีบางส่วนถูกล่อลวงค้ามนุษย์หรือถูกกักขังในที่ทำงาน
7 พ.ค. 2569 สำนักข่าว Shan Herald Agency for News รายงานเมื่อ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ในขณะที่ความขัดแย้งและสภาพเศรษฐกิจที่ล่มสลายในพม่าบีบให้คนหนุ่มสาวต้องออกไปหางานทำในจีน พวกเขาก็ต้องตกอยู่ในวงจรอุบาทว์จากการถูกเรียกสินบน หนี้สิน และการถูกกดขี่ขูดรีด ซึ่งสาเหตุมาจากกฎหมายการเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารพม่าที่ห้ามการเดินทางในแบบเข้มงวด และสภาพในพม่าที่มีโอกาสอยู่จำกัด
ก่อนหน้านี้รัฐบาลทหารพม่าได้ออกกฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ ซึ่งระบุห้ามชายอายุ 18-35 ปี ไม่ให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ มีแหล่งข่าวในพม่าเปิดเผยว่า กฎหมายนี้ส่งผลให้เกิด "ตลาดมืด" ที่เจ้าหน้าที่ทางการ นายหน้า และคนกลาง แสวงหากำไรจากคนที่พยายามออกนอกประเทศด้วยการเรียกรับสินบน
มีคนหนุ่มสาวในพม่าจำนวนมากที่ในตอนนี้ต้องอาศัยเครือข่ายนอกระบบในการข้ามแดน ซึ่งมักจะต้องมีการจ่ายสินบนให้กับหลายภาคส่วน เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ยังมีบางกรณีที่แก้ไขปลอมแปลงเอกสารเพื่อให้ออกนอกประเทศได้ เช่น การแก้ไขข้อมูลอายุ
มีชาวพม่าที่เปิดเผยว่าหลายภาคส่วนของรัฐบาลจะช่วยจัดการปลอมแปลงอายุให้กับผู้ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศ เช่น ถ้าหากคุณอายุยังไม่ถึง 27 ปี พวกเขาก็จะทำให้คุณดูเหมือนอายุ 27 ปี แต่ก็มีค่าสินบนที่แพงมาก
หลายคนเผชิญกับรายจ่ายที่เป็นภาระทางการเงินตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินทางถึงจีน เช่นมีคนทำงานโรงงานสิ่งทอบอกว่าเขาต้องจ่ายเงินสินบนราว 2,300 หยวน (เท่ากับ 10,918.80 บาท) ตอนอยู่ฝั่งพม่า และยังต้องจ่ายเพิ่มอีก 2,500 หยวน (เท่ากับ 11,868.40 บาท) เพื่อให้ได้เอกสารรับรองและเป็นค่าการตรวจร่างกายหลังจากที่เดินทางข้ามแดนแล้ว
ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าของโรงงานบางคนที่ให้คนงานเหล่านี้ยืมไปจ่ายค่าสินบน แต่คนงานจำนวนมากก็เป็นหนี้เป็นสิน เพราะเรื่องนี้ เพราะค่าจ้างของพวกเขาต่อเดือนมักจะอยู่ที่ 1,400-1,800 หยวน (หรือ 6,641-8,539 บาท) แล้วก็มักจะต้องหักจ่ายหนี้ให้นายจ้าง 500-700 หยวน (หรือ 2,372-3,320 บาท) ทำให้พวกเขามีเงินรายได้ให้ตัวเองเหลืออยู่น้อย
ชาวบ้านจากหมู่เจ้บอกว่า เขาอยากให้คนได้รับรู้ว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะรายได้ที่พวกเขาได้มาก็เอาไปจ่ายหนี้สินจนหมด
แรงงานชาวพม่าที่เดินทางไปจีนส่วนใหญ่แล้วมาจากพื้นที่ยากจนทั้งตอนใต้ของพม่าและพื้นที่ขัดแย้งแถบรัฐฉานตอนเหนือ เช่น หมู่เจ้, หนองเขียว, สี่ป้อ, และจ็อกแม ทำให้พวกเขายอมแบกรับความเสี่ยงจะเผชิญกับค่าสินบนที่แพง เพราะปัญหาความไม่ปลอดภัย และการไม่มีงานทำในพม่า
เมื่อแรงงานจากพม่าเหล่านี้เดินทางไปที่จีนแล้ว พวกเขาก็มักจะได้รับสมาร์ทการ์ดในระยะสั้น และถูกกักตัวให้กินนอนอยู่แต่ในโรงงาน มีคนบอกว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากพื้นที่โรงงาน ซึ่งกลายเป็นการจำกัดการเดินทางและโดดเดี่ยวพวกเขาออกจากโลกภายนอก
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้เตือนเรื่องที่ว่า เมื่อผู้คนจนตรอกมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเสี่ยงต่อการกลายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ได้ง่ายขึ้น
เช่นเมื่อเดือนมีนาคม เคยมีกรณีหญิงสาวจากหมู่เจ้ที่ถูกหลอกว่าจะหางานให้ทำ แต่กลับบังคับพวกเธอค้าประเวณี ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็มีกรณีผู้หญิงอีกรายหนึ่งที่ได้รับการช่วยเหลือหลังจากที่เธอถูกนายหน้าหลอกแล้วก็พาตัวเธอไปที่ชายแดน การที่ไม่มีเส้นทางการข้ามแดนที่ปลอดภัยและไม่มีการกำกับดูแลที่ดีพอ ทำให้คนหนุ่มสาวเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือเอาเปรียบได้ทั้งก่อนข้ามแดนและหลังข้ามแดน
เรียบเรียงจาก
Debt, Bribes, and Exploitation: Myanmar Youth Risk All for Jobs in China, SHAN, 03-05-2026
https://english.shannews.org/archives/29658
หมายเหตุ : ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เมื่อ 5 พ.ค. 2569
