ทางการลาวระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 มีศูนย์ปฏิบัติการคอลเซ็นเตอร์ 400 แห่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เพิ่มขึ้นจาก 305 แห่งในปีก่อนหน้า อุตสาหกรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ในลาวมีมูลค่าเกือบ 40 เปอร์เซนต์ของเศรษฐกิจลาว สถาบันสันติภาพ สหรัฐอเมริการายงานว่าในปีนี้อาจจะมีกลุ่มอาชญากรที่ควบคุมแรงงานทาสราว 85,000 คน
เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่จีนและลาวบุกเข้าไปยังศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์ 9 แห่งในสามเหลี่ยมทองคำสามารถจับกุมและเนรเทศผู้ก่อเหตุที่มีทั้งจีน เวียดนาม มาเลเซีย เอธิโอเปีย และเมียนมารวม 1,389 คน และเมื่อเดือนกันยายน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของลาวระบุว่า ได้เนรเทศชาวจีนที่ถูกจับกุมในกรุงเวียงจันทน์ และจังหวัดอื่นๆ รวมทั้งจังหวัดบ่อแก้ว ที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำด้วย เกือบ 50 คนถูกจับที่สามเหลี่ยมทองคำและเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับคอลเซ็นเตอร์
ในสายตาของพรรคคอมมิวนิสต์ลาว ซึ่งเป็นรัฐบาลเห็นว่า อาชญากรรมไซเบอร์ไม่ใช่ปัญหาสำคัญนัก แต่ปีนี้มีความพยายามจัดการปัญหานี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลจีนต้องการปราบปรามอาชญากรรมสแกมเมอร์ที่มีชาวจีนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของคอลเซ็นเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางการจีนต้องการร่วมมือกับลาวเพื่อแก้ปัญหา
การบุกเข้าพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 เกิดขึ้นหลังจากการพบกันระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของลาว และจ้าวเหว่ย และเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเยือนกรุงเวียงจันทน์ โดยที่ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม รัฐบาลลาวโยกย้ายเจ้าหน้าที่ในจังหวัดบ่อแก้ว และยืนยันอำนาจอธิปไตยในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ
จ้าว เหว่ย นักธุรกิจจีนได้รับสัมปทานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศลาว ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อลงทุนสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 99 ปี ทางการลาวไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำได้ พื้นที่นี้กลายเป็นพื้นที่เสรีของการก่ออาชญากรรม จนกระทั่งปี 2565 ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์รุนแรงขึ้น
จากการหารือหลายครั้ง จ้าวเหว่ยและคิง โรมัน กรุ๊ปยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารลาวเข้าไปในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ภายใต้การกำกับของจ้าวเหว่ย การหารือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกับจ้าวเหว่ยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ทางการลาวสั่งให้ศูนย์สแกมเมอร์ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำต้องปิดตัวภายในวันที่ 25 สิงหาคม
อย่างไรก็ตามสถาบันสันติภาพสหรัฐอเมริกาตั้งข้อสังเกตว่า การประกาศล่วงหน้าหลายวันเปิดช่องว่างให้อาชญากรรายใหญ่ และผู้จัดการระดับสูงของเครือข่ายสแกมเมอร์มีเวลาโยกย้ายพื้นที่ ซึ่งส่วนหนึ่งย้ายมาปฏิบัติการที่กัมพูชา หรือชายแดนเมียนมาที่อยู่ติดกับไทย
อุตสาหกรรมสแกมเมอร์ในลาวมีลักษณะที่แตกต่างจากกัมพูชาและเมียนมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในสองประเทศนี้ สแกมเมอร์กระจายไปทั่วประเทศและควบคุมจากหลายกลุ่ม เช่น กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการของสแกมเมอร์กระจายอยู่ทั่วประเทศ และรายได้จำนวนมากยังอยู่ในประเทศ การฟอกเงินทำผ่านเจ้าหน้าที่รัฐ และนักธุรกิจ ไปจนถึงนักการเมือง ทำให้การแก้ปัญหานี้เป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ในลาว ศูนย์กลางของสแกมเมอร์กระจุกตัวอยู่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ
นอกจากนี้ เนื่องจากเครือข่ายจ้าวเหว่ยใช้ช่องทางฟอกเงินไปยังจีนและเมียนมา รายได้จากสแกมเมอร์จึงไม่อยู่ในลาว ทำให้จำนวนเงินที่ต้องฟอกเงินผ่านเครือข่ายท้องถิ่นลดลง และลดการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐในบริเวณนั้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลลาวยังพึ่งพารัฐบาลจีนมากกว่ารัฐบาลกัมพูชา ทำให้ลาวไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งของจีนที่ต้องการปราบปรามสแกมเมอร์ได้
อย่างไรก็ตามไม่แน่ว่า นักวิชาการมีข้อสังเกตว่า เครือข่ายสแกมเมอร์ในลาวอาจจะกระจายตัวแบบเดียวกับกัมพูชา ซึ่งจะทำให้อาชญากรกับเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นมีความสัมพันธ์ต่อกันมากขึ้น และส่งผลให้เครือข่ายสแกมเมอร์มีกำไรมากขึ้นจากการฟอกเงิน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงจาก:
- Is Laos actually tackling its vast scam Industry?
https://www.rfa.org/english/opinions/2024/12/08/opinion-laos-scam-trafficking-david-hutt/
- Laos Issues Ultimatum to Golden Triangle Scam Operators
https://thediplomat.com/2024/08/laos-issues-ultimatum-to-golden-triangle-scam-operators/
- Laos orders Golden Triangle scammers out of zone by end of month
https://www.rfa.org/english/news/laos/golden-triangle-sez-scammers-08122024171757.html
