Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการทรมานฯ ส่งจดหมายถึงรัฐบาลไทย แสดงความกังวลกรณีอรรถสิทธิ์ นุสสะ ถูกซ้อมทรมานที่ สน.ดินแดง เรียกร้องข้อมูลการดำเนินการตามพันธกรณีอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน ด้านคดีอาญายังไม่คืบหน้า ส่วนคดีแพ่งศาลชั้นต้นยกฟ้อง อยู่ระหว่างอุทธรณ์

17 ธ.ค. 2567 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (UN Special Rapporteur on torture and other cruel, inhuman or degrading treatment) และผู้รายงานพิเศษเรื่องเสรีภาพในการชุมนุมและรวมกลุ่มโดยสงบขององค์การสหประชาชาติ (UN Special Rapporteur on the Rights to Freedom of Peaceful Assembly and of Association) ได้ร่วมกันส่งหนังสือ (Joint Allegation Letter) ถึงรัฐบาลไทย แสดงความกังวลอย่างยิ่ง เกี่ยวกับการรายงานกรณีการจับกุมอย่างรุนแรง และการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมต่อนายอรรถสิทธิ์ นุสสะขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและระหว่างการสอบสวนหลายครั้ง

คดีนี้สืบเนื่องจากนายอรรถสิทธิ์ นุสสะ ผู้เสียหาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายเพื่อบังคับให้บอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชุมนุม ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวในสน.ดินแดงเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2564 หลังอรรถสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมจุดเทียนไว้อาลัยและทวงถามความยุติธรรมให้แก่ วาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชนอายุ 15 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้าสน.ดินแดง โดยระหว่างที่เข้าร่วมกิจกรรมไว้อาลัยอรรถสิทธิ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง จับกุมและควบคุมตัวไว้ใน สน.ดินแดง เป็นเวลาหนึ่งคืน และถูกซ้อมทำร้ายร่างกายบังคับให้สารภาพในคืนนั้น จนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณดวงตาและร่างกาย ต่อมาอรรถสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวในช่วงบ่ายของวันที่ 30 ต.ค. 2564

อรรถสิทธิ์ นุสสะ ส่งคำร้องไปยังผู้รายงานพิเศษ UN

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2567 อรรถสิทธิ์ นุสสะ ผู้เสียหายจากการถูกซ้อมทรมานระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อปี 2564  ได้ส่งคำร้องเรียน (Communication) ไปยังผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการทรมานฯ เพื่อเรียกร้องให้รับทราบถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอให้ร่วมจับตาและกำชับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไทยให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานระหว่างประเทศ หลังการดำเนินการของภาครัฐมีความล่าช้าอย่างยิ่งสร้างความกังกลใจให้กับอรรถสิทธิ์

ผู้รายงานพิเศษ UN แสดงความกังวลยิ่งเกี่ยวกับการรายงานกรณีอรรถสิทธิ์ นุสสะ ถูกซ้อมทรมานระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา  ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และผู้รายงานพิเศษเรื่องเสรีภาพในการชุมนุมและรวมกลุ่มโดยสันติ ได้ร่วมกันส่งหนังสือ (Joint Allegation Letter)  Ref.: AL THA 10/2024 ถึงรัฐบาลไทย

ผู้รายงานพิเศษ UN แสดงความกังวลอย่างยิ่ง เกี่ยวกับการรายงานกรณีการจับกุมอย่างรุนแรง และการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมต่อนายอรรถสิทธิ์ นุสสะขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและระหว่างการสอบสวนหลายครั้ง ซึ่งหากข้อกล่าวหาได้รับการยืนยัน ก็มีแนวโน้มที่จะถือเป็นการละเมิดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) และ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองระหว่างประเทศ (ICCPR) หลายข้อ ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามทั้งสองอนุสัญญา

ภายในหนังสือระบุว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 แต่กรณีอรรถสิทธิ์นั้น อาจสะท้อนให้เห็นถึงความขาดตกบกพร่องในกระบวนการปฏิบัติและมาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องบุคคลทุกคนในประเทศไทยจากการใช้อำนาจในทางมิชอบ ในฐานะที่ข้อห้ามการทรมานถือเป็นข้อบังคับโดยเด็ดขาด ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องห้าม ป้องกัน สอบสวน และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการทรมาน หรือปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ขอให้รัฐบาลไทยตอบกลับต่อกรณีอรรถสิทธิ์ และให้ข้อมูลการดำเนินการใดๆ เพื่อปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญา CAT และ ICCPR

ผู้รายงานพิเศษ UN ได้ขอให้รัฐบาลไทยตอบกลับและให้ข้อสังเกตในเรื่องต่อไปนี้

1. ขอให้รัฐบาลไทยให้ข้อมูลเพิ่มเติมและ/หรือความคิดเห็นที่อาจมีเกี่ยวกับข้อกล่าวหากรณีอรรถสิทธิ์ นุสสะ

2. ขอให้รัฐบาลไทยส่งข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการและความพยายามทั้งหมดที่ได้ดำเนินการหรือวางแผนที่จะดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

3. ขอให้รัฐบาลไทยส่งข้อมูลโดยเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินการของประเทศไทยเพื่อประกันว่าข้อบทที่ 15  ของอนุสัญญา CAT มีการบังคับใช้ระหว่างการสอบสวน และขั้นตอนใดบ้างที่ได้ดำเนินการเพื่อทบทวนเทคนิคและขั้นตอนในการสอบสวนตามที่กำหนดไว้ในข้อบทที่ 11  ของอนุสัญญา CAT เพื่อให้สอดคล้องกับข้อห้ามโดยเด็ดขาดต่อการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ ในเรื่องนี้ โปรดให้ข้อมูลว่ารัฐบาลมีแผนหรือมีการดำเนินการใดบ้างเพื่อนำ หลักการสัมภาษณ์อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการสอบสวนและการรวบรวมข้อมูล (The Mendez Principles)  มาใช้ และมาตรการทางกฎหมายและขั้นตอนต่างๆ มีผลใช้บังคับในระดับใดเพื่อป้องกันข้อกล่าวหา เช่น การเข้าถึงทนายความและการให้ทนายความอยู่ด้วยระหว่างการสอบสวน การแจ้งบุคคลที่สามเกี่ยวกับการจับกุมและควบคุมตัว สิทธิในการตรวจร่างกายเมื่อถูกควบคุมตัว และการบันทึกเสียงหรือวิดีโอการสอบสวนของบุคคลนั้น

4. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการนำคู่มือการสืบสวนและการบันทึกเหตุการณ์การทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีขององค์การสหประชาชาติ (พิธีสารอิสตันบูล ฉบับปี 2565)  ไปใช้ในประเทศไทย รวมถึงวิธีการดำเนินการตามคำให้การและการประเมินทางการแพทย์ของผู้เสียหายและผู้รอดชีวิต และวิธีการรับฟังและใช้คำให้การดังกล่าวในการดำเนินคดีอาญา

5. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการและการคุ้มครองที่มุ่งป้องกันไม่ให้เกิดการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ ในอนาคต ตามข้อบทที่ 2 และ 16  ของอนุสัญญา CAT

6. โปรดอธิบายมาตรการที่รัฐบาลของท่านฯ ดำเนินการเพื่อจัดให้มีการฟื้นฟูและเยียวยา รวมถึงการชดเชยให้แก่ผู้เสียหายจากการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามข้อบทที่ 14  ของอนุสัญญา CAT และข้อบทที่ 7 ของอนุสัญญา ICCPR โดยอ่านควบคู่กับข้อบทที่ 2(3)  

7. กรุณาแจ้งข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการทางศาลในคดีอาญาและคดีแพ่ง กรณีอรรถสิทธิ์ นุสสะ

ทั้งนี้ ผู้รายงานพิเศษ UN ได้กำหนดเวลาขอให้รัฐบาลไทยตอบกลับภายใน 60 วัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลไทยยังไม่มีหนังสือตอบกลับต่อกรณีดังกล่าว เพียงแต่ส่งหนังสือหมายเลข 52101/327 ลงวันที่ 26 ก.ย. 2567 ยืนยันว่าได้รับหนังสือจากผู้รายงานพิเศษฯ แล้วและจะดำเนินการส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปัจจุบัน คดีอาญาของอรรถสิทธิ์ ยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ สำนวนคดียังคงอยู่ที่สน.ดินแดง โดยอรรถสิทธิ์พร้อมด้วยทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในนามภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ดินแดง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุเพียงหนึ่งวัน ผู้ต้องหา และพวกในคดีนี้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสน.แห่งนี้  อย่างไรก็ดีผู้เสียหายจากการทรมานรายนี้ยังเดินหน้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในส่วนของคดีแพ่ง อรรถสิทธิ์ยังได้เดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมด้วยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องแพ่งต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำความผิด  ณ ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ โดยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2567 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้อ่านคำพิพากษา ไม่เชื่อว่าบาดแผลของอรรถสิทธิ์ว่าเกิดจากการทรมาน ยกฟ้องคดีดังกล่าว ปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชน ร่วมกันติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิดถึง รวมถึงความคืบหน้าว่ารัฐบาลไทยจะตอบกลับข้อร้องเรียนดังกล่าวอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าอรรถสิทธิ์ว่าจะได้รับความยุติธรรม และประเทศไทยจะสามารถยกระดับมาตราฐานแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง