'ใช้เวลารุกนานนับเดือน' 'KNU/KNLA' กลับมาพิชิตฐาน 'มาเนอปลอ' อดีตกองบัญชาการใหญ่ของตัวเอง คืนได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทหารพม่าเคยตีฐานแห่งนี้แตกตั้งแต่ปี 2537
19 ธ.ค. 2567 สำนักข่าวชายขอบ รายงานว่า เมื่อ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา กองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ซึ่งเป็นปีกทางการทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) องค์กรป้องกันชาติกะเหรี่ยง (KNDO) ร่วมกับ กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) ร่วมกันโจมตีและบุกยึดค่ายทหารพม่า 913 บ้านมาเนอปลอ รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามฝั่งไทยด้าน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยสามารถสังหารทหารพม่า และยึดอาวุธพร้อมกระสุนได้จำนวนมาก
ช่วงที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้ตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดจำนวน 4,500 ปอนด์ และทำให้โกลา เฮย์ (Kola Hay) ผู้นำทหาร KNLA ซึ่งพาทหารเข้าไปเคลียร์พื้นที่เสียชีวิต
เมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกันกองทัพไทยใช้เครื่องบิน F16 ลาดตะเวนตลอดแนวชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้มีการแจ้งเตือนชาวบ้านฝั่งไทยไม่ให้ตื่นตกใจ
สำนักข่าวชายขอบ แจ้งว่า การบุกยึดพื้นที่มาเนอปลอครั้งนี้ KNU และพันธมิตร ได้วางแผนล่วงหน้า โดยได้ค่อยๆ รุกคืบในพื้นที่มานานนับเดือน ซึ่งสามารถผลักดันให้ทหารพม่ารวมตัวกันบริเวณที่ฐาน 913 ได้นับร้อยคน ขณะเดียวกัน ได้ตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงและยุทธปัจจัยไว้หมด ซึ่งกองทัพพม่าได้ใช้เครื่องบินลำเลียงเสบียงมาทิ้งตามฐาน และกองทัพพม่าพยายามใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าสกัดกั้นรอบฐานทหาร แต่ไม่สามารถทำลายเป้าหมายได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นป่าทึบ
ทั้งนี้ การสู้รบดังกล่าวทำให้ชาวบ้านฝั่งไทยชายแดน อ.สบเมย ได้ยินเสียงปืนใหญ่และระเบิดดังเป็นระยะๆ ติดต่อกันหลายวัน
สำหรับฐานทหารพม่า 913 ถือเป็นฐานที่เหลืออีกไม่กี่แห่งระหว่างพื้นที่ดูแลของ KNU กองพล 5 และกองพล 7 ซึ่งอยู่ตรงข้ามชายแดนไทยตั้งแต่ อ.แม่สะเรียง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จนมาถึงพื้นที่ตรงกันข้าม อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด จ.ตาก โดย KNU มีเป้าหมายที่จะผลักดันฐานทหารพม่าให้ออกจากพื้นที่แนวชายแดนย่านนี้ให้หมด
ก่อนหน้านี้ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางส่วนได้กลับเข้าไปทำไร่ทำสวนและจัดตั้งเป็นชุมชนเล็กๆ ตามพื้นที่ราบในบ้านมาเนอปลอ ซึ่งชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้ออกไปจากศูนย์พักพิงบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ภายหลังจากอพยพหนีภัยการสู้รบตั้งแต่ค่ายมาเนอปลอ ถูกทหารพม่าตีแตกเมื่อปี 2537 และทหารพม่าขึ้นไปตั้งฐานทหารบนยอดดอยมายาวนาน
ทั้งนี้ การบุกพิชิตพื้นที่ค่าย 913 บ้านมาเนอปลอ สร้างความฮือฮาให้กับชาวกะเหรี่ยง เนื่องจากมาเนอปลอเคยเป็นฐานปฎิบัติการใหญ่ของ KNU ในยุคที่นายพลโบเมียะ เป็นผู้นำมายาวนานกว่า 30 ปี และถือว่าเป็นยุคหนึ่งที่กองทัพกะเหรี่ยงมีความเข้มแข็ง
ระหว่างปี พ.ศ. 2519-2537 มาเนอปลอ มีความรุ่งโรจน์เป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีการจัดระบบบริหารเสมือนรัฐเอกราชที่ชาวกะเหรี่ยงมีหน่วยงานราชการต่างๆ ตลอดจนการจัดเก็บภาษี การหารายได้จากสัมปทานป่าไม้ เหมืองแร่และอัญมณี จนสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ทำให้ตลาดการค้าชายแดนระหว่างไทย และรัฐกะเหรี่ยง เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากในช่วงนั้นประเทศไทยมีนโยบายรัฐกันชน ก่อนที่จะถูกตีแตกเพราะความแตกแยกระหว่างกะเหรี่ยงด้วยกันเอง และการแยกตัวของกะเหรี่ยงพุทธ
