Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังจากที่กองทัพพม่าสามารถยึดคืนทางหลวงสายเอเชีย AH1 รวมถึงยึดหมู่บ้าน ติงกานญีนอง ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์จากฝ่ายต่อต้านได้สำเร็จ พวกเขาก็เริ่มจัดระเบียบกองกำลังติดอาวุธขนาดเล็กต่างๆ เช่น กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธฯ DKBA รวมถึงมีการนำกองทัพพม่าไปควบคุมสะพานมิตรภาพที่ 1 แทนกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF

สภากองทัพพม่า ซึ่งเป็นรัฐบาลทหารจากการรัฐประหารล่าสุดของพม่า สามารถยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางหลวงสายเอเชีย AH1 ได้ในที่สุด ซึ่งเป็นเส้นทางหลวงที่มีความสำคัญในการเชื่อมต่อจากใจกลางของพม่าไปยังชายแดนไทย

กองทัพพม่าได้ปฏิบัติการใหญ่ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเพื่อยึดคืนเส้นทางหลวงสายเอเชีย AH1 คืนจากกองกำลังกะเหรี่ยงฝ่ายต่อต้านคือกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนกันยายนพวกเขาก็สามารถยึดพื้นที่ถนนระหว่างกอกะเร็กกับติงกานญีนองได้ โดยที่ติงกานญีนองเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ก่อนถึงเมืองเมียวดีซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย

แหล่งข่าวจากกองกำลังกะเหรี่ยงฝ่ายต่อต้านบอกกับสื่อว่า "กำลังทหารของกองทัพพม่าทำการล่าถอยในที่ๆ มีการปะทะ แต่ก็มีขบวนแถวของทหารอีกส่วนหนึ่งรุกคืบฝ่าปีกข้างมาได้ ตอนนี้พวกเราต้องละทิ้งติงกานญีนอง แล้วก็กลายเป็นการต้องละทิ้งทางหลวงสายเอเชียทั้งหมด"

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายต่อต้านในพม่าเคยสามารถยึดทางหลวงสายเอเชีย AH1 กอกะเร็ก-เมียวดี ได้จากฝ่ายรัฐบาลทหารเมื่อเดือน ธันวาคม 2566 ทำให้ในช่วงกลางปี 2567 กองทัพพม่าได้เริ่มปฏิบัติการเพื่อยึดคืนพื้นที่ทางหลวงนี้ในชื่อ "ปฏิบัติการอ่องเซยะ" โดยในปี 2567 มีปฏิบัติการเปิดฉากรุกครั้งใหญ่ที่นำโดย พล.อ.อาวุโส โซ วิน แต่การรุกคืบครั้งนั้นไม่เป็นผล

จนกระทั่งต่อมาในปีนี้ (2568) กองทัพพม่าพยายามปฏิบัติการยึดคืนอีกครั้ง โดยที่ก่อนหน้าการรุกคืบได้มีการสั่งปิดสะพานมิตรภาพไทย–พม่า แห่งที่ 2 เมืองเมียวดี ฝั่งพม่า ตรงข้ามหมู่ที่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าหลักระหว่างสองประเทศเชื่อมทางหลวงสายเอเชีย AH1

รัฐบาลทหารพม่าเร่งยึดคืนทางหลวงที่ติดกับเมียวดีให้ทันก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่พวกเขาเป็นผู้จัดขึ้น โดยที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งที่จัดโดยรัฐบาลทหารนั้นขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรมและไร้ความชอบธรรม หนึ่งในกลุ่มที่ต่อต้านคือ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU โดยมีการเรียกร้องให้ใช้สันติวิธีในการคัดค้านการเลือกตั้ง

เมียวดีเป็นเมืองที่ถูกใส่ไว้ในบัญชีเมืองที่จะจัดเลือกตั้งเฟสแรกตามที่รัฐบาลทหารวางแผนไว้ ซึ่งเป็นแผนการที่ทะเยอทะยานสำหรับรัฐบาลทหาร การรุกคืบเพื่อยึดทางหลวงสายเอเชีย AH1 ติดกับเมียวดีในครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามยึดพื้นที่คืนให้ได้ก่อนการเลือกตั้ง

กองทัพพม่าสั่งจัดระเบียบกองกำลังติดอาวุธ

หลังจากที่สามารถยึดพื้นที่ส่วนมากของทางหลวงเอเชียหมายเลข 1 ได้ กองทัพพม่าก็ได้ออกมาตรการจัดระเบียบกองกำลังติดอาวุธที่มีสำนักงานประสานงานอยู่ในเมืองเมียวดีของรัฐกะเหรี่ยง ในขณะที่เดียวกันกับที่กองทัพพม่าพยายามรุกคืบเพื่อให้สามารถยึดเมืองเมียวดีส่วนอื่นๆ ได้ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ติดชายแดนไทย

มาตรการดังกล่าวนี้ดูเหมือนจะเป็นการตั้งเป้านำมาใช้กับกลุ่มติดอาวุธขนาดเล็กอย่างเช่น สภาสันติภาพกองทัพปลดปล่อยชนชาติกะเหรี่ยง KNLA-PC กับ กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธผู้มีใจเมตตา DKBA

กองทัพพม่ายังเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นด้วยหลังจากที่สามารถยึดพื้นที่ทางหลวง AH1 ทำให้มีการขับ KNLA-PC กับ DKBA ออกจากการเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของพื้นที่เมืองเมียวดี อีกทั้งยังมีการจำกัดว่าถ้าหากกองกำลังเหล่านี้จะมีการเสริมทัพจากภายนอกเข้าสู่เมืองเมียวดีจะต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพพม่าด้วย โดยจะต้องแจ้งต่อกองทัพพม่าพวกเขามีจำนวนทหารเข้ามาที่เมืองมากเท่าไหร่และมีอาวุธอะไรที่นำมาด้วย

ผู้อาศัยในเมียวดีตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพพม่าได้วางกำลังหนาแน่นใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 นอกจากนี้ยังมีการสั่งถอนกำลังของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง BGF ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพพม่าออกจากพื้นที่สะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 1 แล้วกองทัพพม่าก็นำกองกำลังของตัวเองเข้าไปแทนที่ ซึ่งเดิมทีแล้ว BGF กะเหรี่ยงเป็นกองกำลังกลุ่มใหญ่ที่ครอบครองพื้นที่เมืองเมียวดีอยู่

ผู้อาศัยในเมียวดีเล่าว่า มีรถของกองกำลัง BGF ออกจากพื้นที่ไปราวห้าทุ่มในคืนหนึ่งแล้ววันถัดมาก็มีการแปะประกาศว่ากองกำลังใดก็ตามที่จะเข้ามาในพื้นที่ต้องรายงานให้กองทัพพม่าทราบ

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ BGF พันโท Naing Maung Zaw เปิดเผยต่อสื่อว่ากองกำลัง BGF ยังคงวางกำลังอยู่ในเมียวดี แล้วก็ไม่มีประกาศอะไรใหม่เกี่ยวกับมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายทัพซึ่งจริงๆ ก็เป็นมาตรการ "ที่มีมานานแล้ว"

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ผู้อาศัยในเมียวดีก็ตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพพม่าได้ยกระดับปฏิบัติการมากขึ้นทางตอนใต้ของเมียวดี รวมถึงพื้นที่ๆ เคยตกเป็นของ KNU กับกองกำลังพันธมิตรฝ่ายต่อต้าน โดยที่บางครั้งกองทัพพม่าก็แฝงตัวร่วมไปกับ BGF กะเหรี่ยงหรือสวมชุดฟอร์มทหาร BGF กะเหรี่ยง

ทางด้านฝ่ายต่อต้านก็ได้สั่งให้ยิงหน่วยทหาร BGF กะเหรี่ยงใดๆ ก็ตามที่เข้าไปในพื้นที่ของพวกเขา มีผู้อาศัยในหมู่บ้านต่างๆ ทางตอนใต้ของเมียวดีได้รับแจ้งให้คนอพยพออกจากพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าฝ่ายกองทัพพม่าอาจจะมีปฏิบัติการยึดฐานที่มั่นคืนตามชายแดนของพื้นที่เหล่านี้

 

เรียบเรียงจาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง