Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

องค์กรสหภาพแรงงาน IndustriAll Europe ออกยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อจัดการผลกระทบของ AI ในที่ทำงาน เน้นสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีและการคุ้มครองแรงงาน พร้อมผลักดันกรอบกฎหมายและการเจรจาทางสังคมเพื่อรับรองคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ท่ามกลางความท้าทายด้านการลดทักษะแรงงาน การเฝ้าระวังติดตาม และความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการทำงานร่วมกับ AI


ที่มาภาพ: IndustriAll

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารของ IndustriAll Europe เมื่อวันที่ 28-29 พ.ย. 2024 ที่เมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส ได้รับรองยุทธศาสตร์สหภาพแรงงานใหม่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสถานที่ทำงาน

จังหวะเวลาของยุทธศาสตร์นี้เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากเพิ่งมีการแต่งตั้ง รอกซานา มินซาตู (Roxana Mînzatu) เป็นรองประธานบริหารคนใหม่ที่ดูแลด้านสิทธิทางสังคม การพัฒนาทักษะ และการสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยเธอได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ คือการศึกษาว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะส่งผลกระทบต่อโลกของการทำงานอย่างไร และเตรียมออกมาตรการเกี่ยวกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการ (algorithmic management)

โฆษณา - Advertising

ยุทธศาสตร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ 'AI package' ที่รับรองโดยคณะกรรมการบริหาร IndustriAll ซึ่งประกอบด้วย เอกสารสรุปนโยบาย AI (the AI Policy Brief) ที่นำเสนอแนวทางนโยบายอุตสาหกรรม คำแนะนำเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับ AI สำหรับผู้ประสานงานสภาแรงงานยุโรป (EWC) และ การศึกษาเกี่ยวกับ AI (study on AI) ในภาคอุตสาหกรรมที่เลือกโดย Syndex บริษัทที่ปรึกษาเฉพาะทางจากฝรั่งเศส ที่ให้บริการด้านการวิเคราะห์และให้คำปรึกษาแก่ตัวแทนพนักงานและสหภาพแรงงาน

เอกสารยุทธศาสตร์ระบุว่า การนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในที่ทำงานนั้น ไม่ได้ส่งผลดีหรือผลเสียโดยตรงต่อคนทำงาน เพราะเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนทำงานจะขึ้นอยู่กับวิธีการนำ AI ไปใช้ในทุกระดับ ทั้งการมีกฎหมายที่ชัดเจนมาควบคุมดูแล การกำกับดูแลการใช้งานอย่างเหมาะสม และการเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างได้เจรจาหารือร่วมกัน โดยเฉพาะในระดับอุตสาหกรรมและระดับบริษัท เพื่อกำหนดแนวทางการใช้งานที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อีซาแบล บาร์เทส (Isabelle Barthès) รองเลขาธิการ industriAll Europe กล่าวว่า "การจะทำให้ AI สร้างงานที่มีคุณภาพได้นั้น จำเป็นต้องมีสองสิ่งควบคู่กันไป คือ กฎหมายที่เหมาะสมและการพูดคุยหารือระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างอย่างสร้างสรรค์ แม้ industriAll Europe จะเห็นด้วยกับการออกกฎหมาย AI ฉบับใหม่ แต่ก็มองว่ากฎหมายนี้ยังมีข้อจำกัดในแง่การคุ้มครองคนทำงาน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการพนักงาน"

"ปัจจุบัน สหภาพยุโรปมี EU Platform Directive ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกที่เข้ามาดูแลการใช้ AI บริหารจัดการคนทำงาน แต่กฎหมายนี้ใช้ได้เฉพาะกับธุรกิจแพลตฟอร์มเท่านั้น เช่น ธุรกิจส่งอาหาร หรือเรียกรถผ่านแอป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายที่ครอบคลุมคนทำงานในทุกภาคส่วนโดยเร่งด่วน ซึ่งทางสหภาพแรงงานหวังว่า มินซาตู รองประธานบริหารคนใหม่จะผลักดันเรื่องนี้ตามที่ได้รับมอบหมาย"

"เนื่องจากการออกกฎหมายอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ทางสหภาพแรงงานจึงได้เสนอแนวทางว่า สหภาพแรงงานควรเจรจาต่อรองกับนายจ้างอย่างไร เพื่อจัดการกับผลกระทบจากการนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน และปกป้องสิทธิของคนทำงานในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว" บาร์เทส กล่าว

การนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน อาจเกิดความเสี่ยงอะไรบ้างกับคนทำงาน?


ที่มาภาพ: Pexels

ยุทธศาสตร์นี้เริ่มจากการวิเคราะห์ว่า การนำ AI มาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงอะไรบ้างกับคนทำงาน โดยพบความเสี่ยงที่สำคัญดังนี้

1. ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการสูญเสียอิสระในการทำงาน: จากการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา Syndex พบว่า แม้ระบบอัตโนมัติจะช่วยลดงานหนักทางร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความว่างานจะง่ายขึ้น เพราะคนทำงานกลับต้องใช้สมองและความคิดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเครียดสูง เหนื่อยล้าทางจิตใจ และอาจถึงขั้นหมดไฟในการทำงาน

2. ความเสี่ยงด้านการสูญเสียทักษะและความเป็นมนุษย์ในการทำงาน: ในภาคการผลิตพบว่า การนำ AI มาใช้ทำให้คนงานสูญเสียทักษะการทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีทักษะระดับกลาง ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างคนทำงานที่มีทักษะสูงกับทักษะต่ำมากขึ้น และอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านค่าจ้าง โดยเฉพาะการที่ค่าจ้างของคนทำงานระดับกลางไม่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การศึกษาของ Syndex ยังพบว่า เมื่อมีการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการผลิต จำนวนคนในทีมเดียวกันลดลง แม้ในความเป็นจริงการทำงานเป็นทีมยังคงมีอยู่ แต่กลายเป็นการพูดคุยนอกเวลางานแทน จึงจำเป็นต้องจัดสรรเวลาในการทำงานให้มีพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ ไม่เช่นนั้นอาจมองข้ามความสำคัญของการทำงานเป็นทีมไป

3. ความเสี่ยงด้านการถูกเฝ้าติดตามและการต่อต้านสหภาพแรงงาน: จากผลการศึกษาล่าสุดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่า คนทำงานกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมากขึ้น เพราะมีการใช้เทคโนโลยีติดตามและละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแพร่หลาย แม้แต่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีของบริษัท Tesla ที่ใช้กล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ติดตามต่างๆ เพื่อจับตาดูกิจกรรมของพนักงาน รวมถึงการพูดคุยและการประชุมเกี่ยวกับสหภาพแรงงาน แม้ในยุโรปจะมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ GDPR ที่ช่วยปกป้องข้อมูลของประชาชนได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในการรับมือกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการคนทำงาน

แนวทางสำคัญในการจัดการกับการนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน


ที่มาภาพ: Pexels

ยุทธศาสตร์นี้ของ IndustriAll Europe ได้เสนอแนวทางสำคัญในการจัดการกับการนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน เพื่อให้สหภาพแรงงานในแต่ละประเทศใช้เป็นกรอบในการพัฒนายุทธศาสตร์ของตัวเองที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะประเทศที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อรับรองว่าการใช้ AI จะนำไปสู่การมีงานที่มีคุณภาพ โดยมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

1. ข้อมูลและการปรึกษาหารือ

จากการศึกษาของ OECD พบว่า หากต้องการให้การนำ AI มาใช้ในที่ทำงานเกิดผลดี จำเป็นต้องให้คนทำงานมีส่วนร่วมผ่านสหภาพแรงงาน เพราะเมื่อมีการปรึกษาคนทำงานก่อนนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และมีการฝึกอบรมให้พวกเขาใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ AI มักจะส่งผลกระทบในทางที่ดีมากกว่า

2. การเจรจาระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

การเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการขึ้นค่าจ้างหรือปรับปรุงสภาพการทำงานเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมไปถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นธรรม โดยในส่วนของ AI การเจรจาต้องรับรองเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
- AI ต้องทำงานอย่างโปร่งใสและสามารถอธิบายได้ว่าทำงานอย่างไร
- มนุษย์ต้องเป็นผู้ควบคุม AI และมีผู้รับผิดชอบชัดเจนเมื่อ AI ตัดสินใจผิดพลาด
- คนทำงานทุกคนต้องได้รับการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลที่จำเป็น
- การใช้ AI ต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
- ต้องกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนว่า AI แบบใดที่ไม่ควรใช้ เพราะละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิแรงงาน และความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ AI เป็นที่น่าเชื่อถือ

ทั้งนี้ข้อตกลงกรอบหุ้นส่วนทางสังคมยุโรปว่าด้วยการดิจิทัล ปี 2020 (The 2020 European Social Partners Framework Agreement on Digitalisation) ได้รวมบทบัญญัติบางส่วนที่ระบุไว้ข้างต้นแล้วและจำเป็นต้องนำไปปฏิบัติใช้ในประเทศสมาชิกทั้งหมด

3. การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลของสหภาพแรงงาน

สหภาพแรงงานเองก็ต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในการทำงาน นอกจากการทำงานในบริษัทแบบเดิมแล้ว สหภาพแรงงานต้องมียุทธศาสตร์การทำงานออนไลน์ด้วย ล่าสุด สมาพันธ์สหภาพแรงงานยุโรป (ETUC) ได้เปิดตัวคู่มือการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ที่แนะนำวิธีการใช้สื่อดิจิทัลในการสร้างการรับรู้ รับสมาชิกใหม่ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และรักษาสมาชิกเก่าไว้

ที่มา:
IndustriAll Europe adopts a trade union strategy to tackle AI at work (IndustriAll, 4 December 2024) 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising