จากคำกล่าว "สงครามกองโจรที่ไม่มีวันจบสิ้นต่อต้านระบอบเผด็จการของฝ่ายบริหาร" สะท้อนให้เห็นยุทธวิธีการต่อสู้ของพนักงาน Amazon ในสหรัฐฯ เมื่อการประท้วงครั้งล่าสุดช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา พนักงานเพียง 600 คน สามารถสร้างผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกจุดโจมตีที่สำคัญ แม้จะมีกำลังน้อย แต่สามารถสร้างแรงกดดันต่อฝ่ายบริหารได้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยัง Amazon และเป็นการทดสอบศักยภาพของเครือข่ายสหภาพแรงงาน Teamsters ระดับประเทศ

พนักงาน Amazon และผู้สนับสนุนร่วมเดินขบวนประท้วงหน้าศูนย์จัดส่งสินค้า JFK8 ในคืนวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. 2024 | ที่มาภาพ: Luis Feliz Leon/Labor Notes
เมื่อช่วงปลายปี 2024 พนักงานคลังสินค้า Amazon ประมาณ 600 คน ได้รวมตัวกันประท้วงหยุดงานและเดินขบวนประท้วงตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2024 จนถึงคืนวันคริสต์มาส ครอบคลุมพื้นที่คลังสินค้า 8 แห่ง ตั้งแต่ควีนส์ไปจนถึงซานฟรานซิสโก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยัง Amazon และเป็นการทดสอบศักยภาพของเครือข่ายสหภาพแรงงาน Teamsters ระดับประเทศ
สหภาพแรงงานระบุว่ามีพนักงาน Amazon ในสังกัดประมาณ 7,000-10,000 คน ทั้งจากการเลือกตั้งและการเรียกร้องให้มีการรับรอง ครอบคลุมศูนย์จัดส่งสินค้าบนเกาะสแตเทนไอส์แลนด์ (Staten Island) ศูนย์ขนส่งทางอากาศในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ คลังสินค้าในซานฟรานซิสโก และผู้รับเหมาขนส่งอีกจำนวนหนึ่ง สหภาพได้กำหนดเส้นตายให้บริษัทเริ่มเจรจากับพนักงานทั้งหมด แม้จะไม่มีใครคาดหวังว่า Amazon จะยอมอ่อนข้อในช่วงเทศกาลนี้
Teamsters ยังได้ระดมผู้ประสานงาน พนักงานเกษียณ และพนักงาน UPS มาร่วมเดินขบวนประท้วงหน้าคลังสินค้า Amazon หลายสิบแห่งทั่วประเทศ การขยายแนวประท้วงดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่และพนักงานท้องถิ่น ซึ่งมีประสิทธิผลแตกต่างกันไป
ปัจจุบัน Amazon มีพนักงานคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้ารวม 740,000 คน และพนักงานขับรถ 390,000 คน ภายใต้ผู้รับเหมา 4,400 ราย หรือที่เรียกว่า Delivery Service Partners โดย Amazon ยังคงควบคุมการดำเนินงานทั้งหมด
การประท้วงในช่วงวันหยุดนี้เกิดขึ้นในช่วงไฮซีซั่นของ Amazon แต่น่าเสียดายที่เป็นช่วงที่นักข่าวหยุดพัก อย่างไรก็ตาม Teamsters ก็ประสบความสำเร็จในการได้รับความสนใจจากสื่อระดับชาติในแง่บวก
พนักงานขับรถในควีนส์ร่วมประท้วง
@amazonteamsters DBK4 warehouse workers join the Amazon Teamsters strike! Amazon drivers at DBK4 have been holding down the line and today the warehouse workers joined them! We need everyone in this fight for justice at Amazon. #MakeAmazonDeliver #1u #Teamsters #Unions #UnionStrong #SolidarityForever #Amazon #AmazonWorkers #AmazonDrivers #MakeAmazonPay #fyp ♬ original sound - Amazon Teamsters
พนักงานขับรถกว่า 200 คนจากศูนย์กระจายสินค้า DBK4 ของ Amazon ในควีนส์ นิวยอร์ก ได้เข้าร่วมการประท้วงหยุดงาน โดยมีพนักงาน 190 คน ร่วมเดินขบวนประท้วงครบทั้ง 5 วัน และอีก 10 คนเข้าร่วมบางส่วน ทั้งเลือกที่จะอยู่บ้านหรือฝ่าแนวประท้วง ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้มีบริษัท Delivery Service Partners (DSPs) ให้บริการ 8 ราย ซึ่งมีพนักงานขับรถรวมทั้งสิ้น 700-800 คน
ศูนย์กระจายสินค้าเป็นคลังสินค้าขนาดเล็ก ถือเป็นจุดสุดท้ายในระบบโลจิสติกส์ของ Amazon ก่อนที่สินค้าจะถูกส่งต่อให้พนักงานขับรถนำไปส่งถึงมือลูกค้า ในวันที่ 21 ธ.ค. 2024 พนักงานคลังสินค้าอีก 24 คน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 120 คน ได้เข้าร่วมการประท้วงด้วย แม้ที่ผ่านมาจะมีการประท้วงหยุดงานมาตลอด 3 ปี แต่การประท้วงครั้งนี้ได้รับการตอบรับมากที่สุด และเป็นครั้งแรกที่มีพนักงานขับรถเข้าร่วม
"เรามีผู้นำที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์มากขึ้น" หนึ่งในผู้ประท้วงที่ทำงานกับ Amazon มา 5 ปีกล่าว "และพนักงานในคลังสินค้าก็เห็นถึงสิ่งนี้ พวกเขาจะเห็นเรากลับมาทำงาน และจะเห็นว่า Amazon กำลังหลอกลวง และสหภาพไม่ใช่กลุ่มคนนอก แต่คือคนที่ออกมาประท้วงและตอนนี้กำลังทำงานข้างๆ พวกเขาบนสายพานนั่นเอง"
ยอดผู้ประท้วงบนเกาะสแตเทนไอส์แลนด์ลดลง เหตุข่าวลือเรื่องค่าสมาชิก
We are done waiting for Amazon to come to the table. We are taking the fight directly to Amazon and using our power as workers to win the good jobs we deserve! pic.twitter.com/h7yXeG2Cwg
— Amazon Labor Union IBT (@amazonlabor) December 24, 2024
การประท้วงที่ศูนย์จัดส่งสินค้า JFK8 ขนาดใหญ่ของ Amazon บนเกาะสแตเทนไอส์แลนด์ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 150-350 คน ซึ่งต่ำกว่าที่ คอนเนอร์ สเปนซ์ (Connor Spence) ประธานสหภาพ Amazon Labor Union-IBT Local 1 เคยแถลงไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีพนักงานเข้าร่วม 700 คน ในช่วงเทศกาลนี้ ศูนย์ดังกล่าวได้เพิ่มจำนวนพนักงานจาก 5,500 คน เป็นกว่า 6,000 คน สอดคล้องกับการจ้างงานชั่วคราวทั่วประเทศของ Amazon ที่มีจำนวน 250,000 ตำแหน่ง
บริมา ซิลลา (Brima Sylla) รองประธานสหภาพ Local 1 เตรียมนำพนักงานออกมาประท้วงในคืนวันที่ 20 ธ.ค. โดยตั้งใจจะระดมพนักงานจากทุกแผนก ทั้งขาเข้า ขาออก และท่าเรือ อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเข้าไปในศูนย์ ผู้จัดการได้เรียกเขาเข้าประชุม ทำให้การประท้วงล่าช้า ในที่สุดมีพนักงาน 14 คน เดินออกมาเวลาประมาณตี 1 โดยมีผู้สนับสนุนอีกราว 12 คน รออยู่ด้านนอกและร่วมให้กำลังใจ
แนวประท้วงมีผู้เข้าร่วมนับร้อยคนเมื่อรวมผู้สนับสนุน โดยเฉพาะจากกลุ่ม Democratic Socialists of America ที่เช่ารถบัสมา 2 คัน แต่ละกะมีพนักงานเข้าร่วมประมาณ 30-50 คน
เคน โคทส์ (Ken Coates) หนึ่งในผู้ประท้วงเผยว่า เพื่อนร่วมงานหลายคนไม่กล้าเข้าร่วมเพราะถูกข่มขู่ โดย Amazon ขู่ว่าจะเลิกจ้างหากวันลาไม่ได้รับค่าจ้าง (UPT) หมด ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้บริษัทยังปล่อยข่าวลือเท็จว่าสหภาพจะหักค่าสมาชิกแม้ยังไม่มีสัญญา ทั้งที่จริงแล้วเป็นการจ่ายโดยสมัครใจ
การที่ Amazon ยืนกรานตัดวัน UPT ระหว่างประท้วงส่งผลให้การประท้วงมีระยะเวลาสั้นลง และละเมิดสิทธิตามกฎหมายของพนักงาน แม้จะมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (NLRB) แต่บริษัทก็ยังคงละเมิดสิทธิและประวิงคดีในศาล
"เมื่อเราพยายามอธิบายให้พนักงานเข้าใจถึงสิทธิคุ้มครอง มันยากที่จะทำให้สอดคล้องกับข้อความที่ว่า Amazon กำลังละเมิดข้อบังคับในการเจรจาต่อรอง" สเปนซ์ กล่าว "เราจึงต้องปรับการสื่อสาร ให้ทุกคนเข้าใจว่ากฎหมายมีอยู่และคุ้มครองเราในระดับหนึ่ง แต่การปกป้องที่แท้จริงเมื่อเราทำกิจกรรมแบบนี้คือพลังของจำนวนคน"
การประท้วงทั่วประเทศ
การประท้วงของพนักงาน Amazon ได้ขยายวงกว้างไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยที่ศูนย์ขนส่งทางอากาศ KSBD ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ มีพนักงาน 100 คนจากทั้งหมด 1,000 คนร่วมหยุดงาน
ในพื้นที่แอตแลนตา มีพนักงานขับรถประมาณ 30 คน จากบริษัท Delivery Service Partners (DSPs) 1 ใน 3 รายที่ให้บริการที่ศูนย์กระจายสินค้า DGT8 เข้าร่วมประท้วง โดย Amazon จำกัดจำนวนพนักงานขับรถของแต่ละ DSP ไว้ที่ 80-120 คน ส่วนที่ศูนย์กระจายสินค้า DCK6 ในซานฟรานซิสโก มีพนักงานคลังสินค้า 20 คน จากทั้งหมด 160 คนร่วมประท้วง
ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ สหภาพ Teamsters นับรวมศูนย์กระจายสินค้า DAX8 เป็นหนึ่งในพื้นที่ประท้วง แต่ความจริงแล้วพนักงานเหล่านี้ถูกไล่ออกไปแล้วในปี 2023 หลังจากที่พนักงานรวมตัวจัดตั้งสหภาพที่ Battle-Tested Strategies ซึ่งเป็นบริษัท DSP Amazon ได้ยกเลิกสัญญาและปลดพนักงานขับรถทั้ง 84 คน เนื่องจาก Amazon เป็นลูกค้าเพียงรายเดียว บริษัทจึงต้องหยุดดำเนินการ (Amazon เคยใช้วิธีเดียวกันในปี 2017 เมื่อพนักงานขับรถที่ DSP ในดีทรอยต์รวมตัวกัน) พนักงานที่ถูกไล่ออกบางส่วนได้เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อขยายแนวประท้วง
ในพื้นที่ชิคาโก ศูนย์กระจายสินค้า DIL7 มีพนักงานขับรถ 80 คน ร่วมประท้วง รวมทั้งพนักงานที่ถูกยกเลิกสัญญาเมื่อเดือน มิ.ย. 2024 และพนักงานจาก DSP อีก 3 รายที่ยังดำเนินการอยู่ พนักงานที่นี่ได้ขยายแนวประท้วงไปยังอีก 4 ศูนย์
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการประท้วงที่ศูนย์ขนส่งทางอากาศในรัฐเคนทักกี และในพื้นที่ที่คณะกรรมการพนักงานมีความเชื่อมโยงกับ Teamsters อย่างหลวมๆ รวมถึงศูนย์จัดส่งสินค้าในฮัดสันแวลลีย์ รัฐนิวยอร์ก และศูนย์กระจายสินค้าในพอนเทียก รัฐมิชิแกน ซึ่งพนักงานเคยหยุดงานประท้วงมาก่อน
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2024 หลังจากรณรงค์มา 3 ปี สหภาพแรงงานอิสระ Carolina Amazonians United for Solidarity and Empowerment (CAUSE) ได้ยื่นขอจัดการเลือกตั้งที่ศูนย์จัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ในนอร์ทแคโรไลนา
แผนการ 5 ปีของสหภาพ Teamsters
แม้สหภาพ Teamsters จะประกาศว่าการประท้วงครั้งนี้เป็น "ประวัติศาสตร์" และ "ใหญ่ที่สุด" ในประวัติศาสตร์ของ Amazon แต่การประท้วงครั้งนี้ก็ไม่ใช่การจัดฉากหรือการสร้างภาพแต่อย่างใด
ศูนย์หลายแห่งที่เข้าร่วมการประท้วงเคยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรวมกลุ่มอิสระที่นำโดยพนักงานระดับปฏิบัติการ นอกเหนือจาก Amazon Labor Union (ALU) ที่ศูนย์จัดส่งสินค้า JFK8 ในนิวยอร์ก กลุ่มอื่นๆ ได้เข้าร่วมกับ Teamsters แล้ว ได้แก่ Amazonians United NYC ที่ DBK4 Amazonians United ATL ที่ DGT8 ศูนย์ขนส่งทางอากาศ KCVG ในรัฐเคนทักกีที่เคยมีความเชื่อมโยงหลวมๆ กับ ALU และศูนย์ขนส่งทางอากาศ KSBD ในแคลิฟอร์เนียซึ่งจนถึงเร็วๆ นี้เป็นความพยายามรวมกลุ่มอิสระโดย Inland Empire Amazon Workers United และมีความเชื่อมโยงหลวมๆ กับ Amazonians United
Teamsters เริ่มจริงจังกับการต่อสู้กับ Amazon มากขึ้น ไม่เพียงแค่การประกาศท่าทีแต่ยังลงทุนในการผลักดันการรวมกลุ่มด้วย ส่วนหนึ่งคือการใช้การขยายแนวประท้วงเพื่อให้สภาระดับภูมิภาคและท้องถิ่นเข้าร่วม
ในการให้สัมภาษณ์กับ ทักเกอร์ คาร์ลสัน (Tucker Carlson) สื่อมวลชนชาตินิยมที่มีแนวคิดเหยียดเชื้อชาติทางรายการ YouTube เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2024 ฌอน โอไบรเอน (Sean O'Brien) ประธาน Teamsters กล่าวว่าการต่อสู้กับ Amazon ต้องใช้เวลา "เราได้จัดทำแผนงาน 4-5 ปี ทุกวันเราสร้างแรงผลักดัน เราสร้างพลังให้คนงาน"
อย่างไรก็ตาม การที่โอไบรเอนเข้าหาบุคคลฝ่ายขวาจัดอย่างคาร์ลสันที่ปลุกระดมลัทธิชาตินิยมกลายเป็นอุปสรรคต่อการรวมกลุ่มที่ Amazon ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ ลาติโน และแรงงานอพยพ โอไบรเอนยังสนิทสนมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และปรากฏตัวที่การประชุมพรรครีพับลิกันเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งผู้เข้าร่วมโบกป้าย "เนรเทศพวกเขาเดี๋ยวนี้"
การสร้างฐานสมาชิกที่มั่นคงท่ามกลางความท้าทาย
ความท้าทายสำคัญของทั้ง Teamsters และสหภาพอิสระในการรวมกลุ่มที่ Amazon คือการสร้างองค์กรที่มั่นคงในสถานที่ทำงานที่มีอัตราการเข้า-ออกของพนักงานสูงถึง 150% ต่อปี การรวมกลุ่มที่นี่เปรียบเหมือนการสร้างปราสาททรายริมชายหาดที่ต้องเผชิญกับคลื่นซัดถาโถมอยู่ตลอดเวลา
กลยุทธ์หลักของ Amazonians United คือการสร้างอำนาจต่อรองผ่านการดำเนินการของกลุ่มเล็กๆ หรือที่ ไมค์ เดวิส (Mike Davis) นักประวัติศาสตร์ผู้ล่วงลับเรียกว่า "สงครามกองโจรที่ไม่มีวันจบสิ้นต่อต้านระบอบเผด็จการของฝ่ายบริหาร"
"เราคิดใหญ่แต่เริ่มจากเล็ก สร้างความมั่นใจจากชัยชนะเล็กๆ ก่อนที่จะก้าวไปสู่ความเสี่ยงที่มากขึ้นเรื่อยๆ" สมาชิกของเครือข่ายเขียนไว้ในนิตยสาร Labor Notes ในปี 2020 หลังจากที่พวกเขาได้รณรงค์เก็บรายชื่อ เดินขบวนประท้วงต่อหน้าผู้บริหาร และจัดการหยุดงานประท้วงในหลายรัฐ
สร้างความสำเร็จจากจุดเล็กๆ แต่สำคัญ
เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาในช่วง Prime Week พนักงาน Amazon เกือบ 100 คน ที่ศูนย์ขนส่งทางอากาศ KCVG ในเคนทักกีตอนเหนือได้หยุดงานประท้วง ส่งผลให้บริษัทต้องเปลี่ยนเส้นทางเครื่องบิน ผู้ประท้วงรายหนึ่งที่ขอสงวนนาม เปิดเผยว่าโดยปกติสนามบินจะจัดการพัสดุ 350,000-400,000 ชิ้นต่อวัน แต่ในวันที่มีการประท้วง จำนวนพัสดุลดลงเหลือ 297,000 ชิ้น
"ฝ่ายบริหารทำทุกอย่างเพื่อให้คนไม่เข้าร่วมหรือไม่เห็นอะไรเลย" เขากล่าว "ผมไม่เคยเห็นศูนย์นี้ทำงานราบรื่นและมีประสิทธิภาพขนาดนี้มาก่อน พัสดุทั้งกะเสร็จภายในเที่ยง เราส่งผลกระทบต่อการผลิตในวันนั้นเมื่อเทียบกับวันปกติ เพราะพวกเขาต้องโยนงานให้คนอื่นหรือยกเลิกไปเลย"
แม้พนักงานส่วนใหญ่จากทั้งหมด 4,000 คน จะไม่ได้เข้าร่วม แต่การประท้วงของคนกลุ่มน้อยนี้ได้ดึงบุคลากรสำคัญจากแผนกหุ่นยนต์ (AR) ออกมา "พัสดุทั้งหมดจะมาที่ AR แล้วไปที่หุ่นยนต์ หุ่นยนต์จะนำไปที่ช่อง แล้วช่องก็จะส่งไปยังจุดหมาย" พนักงานคนดังกล่าวอธิบาย "คุณไม่จำเป็นต้องมีคน 2,000-3,000 คนออกมา"
"คุณต้องการแผนก AR หรือส่วนใหญ่ของแผนก โดยเฉพาะ AFM หรือ Amnesty Floor Monitors พวกเขาคือคนที่ออกไปซ่อมหุ่นยนต์เมื่อมันเสียหรือมีปัญหา และในแต่ละกะมีพวกเขาแค่ประมาณ 6 คนเท่านั้น"
พนักงานคนดังกล่าวระบุว่ากลุ่มสำคัญมี 3 กลุ่ม คือ พนักงานขับรถลาก วิศวกรซ่อมบำรุง และแผนกหุ่นยนต์ "ถ้าสามกลุ่มนี้หยุดงาน ศูนย์นี้ก็จะหยุดทำงานทันที"
แม้จะเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่คณะกรรมการขนาดเล็กก็เริ่มรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเช่นนี้และสร้างจุดยืนเล็กๆ ในพื้นที่ปฏิบัติงาน การเชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันและขยายให้ใหญ่ขึ้นจะกลายเป็นหนึ่งในการต่อสู้แรงงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21
ที่มา:
Amazon Strike by the Numbers (Luis Feliz Leon, Labor Notes, 6 January 2025)
