ผู้สนับสนุนประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล บุกเข้าไปในศาลเขตตะวันตกกรุงโซล ช่วงเช้ามืดของวันที่ 19 ม.ค. เพียงไม่กี่นาที หลังจากที่ศาลมีคำตัดสินให้ออกหมายจับประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ที่ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจกักขังและสอบสวนเป็นเวลา 20 วัน เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของผู้พิพากษาที่ออกหมายจับ ประธานาธิบดี ซึ่งกำลังเผชิญข้อหากบฏที่เกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567
ในคลิปวิดีโอที่มีผู้บันทึกไว้ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ประท้วงที่มีท่าทางโกรธเกรี้ยวพากันปีนกำแพงศาล ทุบกระจกหน้าต่างและประตู ขว้างถังดับเพลิงเข้าไป จนทำให้ด้านในอาคารเสียหาย นอกจากนี้ผู้ประท้วงยังทำลายรถที่ใช้นำพนักงานสอบสวนจากสำนักงานสอบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO) ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำขอต่อศาลให้ออกหมายจับ
เจ้าหน้าที่กว่า 1,400 คน ซึ่งรวมทั้งตำรวจปราบจลาจล พร้อมอุปกรณ์ครบมือประจำการในที่เกิดเหตุ และสั่งให้ผู้ประท้วงออกจากพื้นที่ในอีก 3 ชั่วโมงต่อมา มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 9 นาย ในจำนวนนี้มี 5 นายที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ผู้ประท้วง 87 คนถูกควบคุมตัวในสถานีตำรวจ 18 แห่งทั่วกรุงโซล ทั้งหมดอาจถูกลงโทษขั้นรุนแรงหากพบว่าเป็นการจัดตั้งเพื่อก่อความรุนแรง ส่วนการก่อจลาจล มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 15 ล้านวอน (ประมาณ 350,000 บาท) ยังไม่รวมโทษจากการฝ่าฝืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ชอน แดง-อบ หัวหน้าสำนักงานบริหารศาลยุติธรรมเกาหลีใต้ประณามการใช้ความรุนแรงของผู้ประท้วง โดยกล่าวว่า เป็นการปฏิเสธนิติรัฐอย่างครบถ้วน เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ผู้ประท้วงไม่เพียงแต่ทำลายบริเวณโถงกลางของศาล แต่ยังรวมไปถึงห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านบนด้วย 30 ปีที่ทำงานเป็นผู้พิพากษามา เขาไม่เคยคิดว่าจะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน รักษาการประธานาธิบดีชอย ซังมอก สั่งให้ตำรวจสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงที่ละเมิดกฎหมาย ขณะที่อัยการตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมร้ายแรงที่ทำลายระบบยุติธรรม
สำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งคณะสอบสวนที่ประกอบด้วยอัยการ 9 คนเพื่อตรวจสอบกรณีนี้ เพราะถือว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรงต่อหลักนิติรัฐและระบบยุติธรรม
นอกจากนี้ลี โฮ-ยัง รักษาการคณะกรรมการสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า จะขยายการสอบสวนไปยังยูทูบเบอร์ขวาจัดด้วย หากต้องสงสัยว่าก่อความรุนแรง ยูทูบเบอร์เหล่านี้ที่มีส่วนในการเคลื่อนไหวสนับสนุนประธานาธิบดียุนกำลังถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีรายได้จากการรับบริจาคเพื่อแลกกับการมีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือแสดงออกก้าวร้าว
ด้านผู้พิพากษาชา อึน-คยุง ที่มีคำพิพากษาให้ออกหมายจับประธานาธิบดีต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตำรวจ และตำรวจยังได้สอบสวนกรณีที่มีผู้ขู่ทางอินเทอร์เน็ตว่าจะฆ่าเธอ
ด้านประธานาธิบดียุนซึ่งยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ขอให้ผู้สนับสนุนตนเองแสดงออกอย่างสันติ โดยบอกผ่านทนายส่วนตัวว่า เขาเข้าใจดีถึงความโกรธและไม่พอใจ แต่อยากให้พวกเขาแสดงออกโดยสันติ
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี (DPK) ฝ่ายค้านหลักกล่าวหาว่า ยุนอยู่เบื้องหลังการก่อจลาจล
ขณะที่พรรคพลังประชาชน (PPP) พรรครัฐบาล แสดงความเสียใจต่อคำตัดสินของศาลที่ควบคุมตัวประธานาธิบดี แต่ก็รักษาระยะห่างกับผู้ประท้วง
สำนักงานสอบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO) แถลงเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 ว่า กำลังพิจารณาการออกคำสั่งนำตัวประธานาธิบดีมาให้ปากคำเกี่ยวกับการประกาศกฎอัยการศึก หลังจากที่เขาไม่มาปรากฏตัวในวันก่อนหน้า และหากจำเป็นก็จะเดินทางไปสอบปากคำเขาในบริเวณที่ถูกควบคุมตัว
ก่อนหน้านี้เมื่อ 15 ม.ค. 2568 ยุน ซอก-ยอล ถูกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนการทุจริตของเกาหลีใต้จับกุมที่บ้านพักประธานาธิบดีในกรุงโซล โดยเป็นความพยายามจับกุมเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยพยายามจับกุมเขาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 3 ม.ค. แต่ไม่สำเร็จ
เขาถูกออกหมายจับอย่างเป็นทางการวันที่ 18 ม.ค. 2568 โดยจะถูกคุมตัวไว้จนถึงวันที่ 28 ม.ค.นี้ แต่หากศาลขยายเวลาก็จะถูกคุมตัวถึง 7 ก.พ. 2568
เรียบเรียงข้อมูลจาก
