พ่อเลี้ยงเดี่ยวชาวมาเลเซีย วัย 38 ปี ถูกเพื่อนหลอกไปค้ามนุษย์ทำงานให้แก๊งสแกมเมอร์ที่กัมพูชาเมื่อปลายปีที่แล้ว ถูกปล่อยตัวหลังจากพบว่าเขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็นและใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เขาไม่ได้บอกว่าถูกกักตัวอยู่ในเรียกว่าสแกมฟาร์มสถานที่ทำงานของแก๊งสแกมเมอร์นานเท่าไหร่ แต่น้ำหนักตัวลดลงไป 20 กก. ก่อนจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนข้างนอกได้ ผู้แทนสหประชาชาติระบุว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นฐานอุตสาหกรรมสแกมเมอร์โลก” มีสแกมฟาร์มเช่นนี้อยู่เป็นจำนวนมากแถบชายแดนไทย, ลาว, พม่า
23 ม.ค. 2568 ชายชาวมาเลเซียอายุ 38 เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ผู้อ้างว่าเป็น "เพื่อน" หลอกให้เดินทางไปที่กัมพูชาเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2567 โดยอ้างว่ามีงานขับรถส่วนบุคคลให้ทำ มีเงินเดือนสูงสุด 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 170,000 บาทต่อเดือน แต่จริงๆ แล้วเมื่อไปถึงกัมพูขากลับกลายเป็นงานที่แหล่งสแกมเมอร์ หรือที่เรียกว่าสแกมฟาร์ม
แต่ชายชาวมาเลเซียคนนี้ก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากศูนย์สแกมเมอร์ เพราะเขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็นและใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้
สหประชาชาติเคยรายงานปัญหาเรื่อง "สแกมฟาร์ม" หรือแหล่งหลอกลวงต้มตุ๋นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมักจะเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับไทย โดยระบุว่า ผู้ที่ถูกบังคับให้ทำงานสแกมเมอร์มักจะถูกบังคับให้ใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไอทีในการต้มตุ๋นผู้คน ถ้าหากพวกเขาทำยอดได้ไม่ถึงตามเป้า พวกเขาก็จะถูกทารุณกรรมทำร้ายร่างกาย
ทั้งนี้ คนที่ถูกบังคับเป็นสแกมเมอร์ยังถูกปิดกั้นไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอก โดยมีการจัดหาปัจจัยในการดำรงชีพให้ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านตัดผม หรือกระทั่งคาราโอเกะบาร์ในพื้นที่ปิดนี้
สำหรับกรณีพ่อเลี้ยงเดี่ยวชาวมาเลเซียเขาเล่าว่า หลังจากที่ถูกมองว่าไม่ดีพอสำหรับการทำงานสแกมเมอร์ เขาก็เดินไปมาอย่างอิสระในพื้นที่โดยที่ยังได้รับอาหารและปัจจัยดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน เขาไม่ได้บอกว่าถูกกักตัวอยู่ในนั้นนานเท่าไหร่ แต่ก็บอกว่าน้ำหนักลดลงไป 20 กก.
ในที่สุดพ่อเลี้ยงเดี่ยวชาวมาเลเซียก็สามารถติดต่อกับเพื่อนเขาที่ยะโฮร์ บาห์รู เพื่อขอความช่วยเหลือได้ ทำให้เพื่อนของเขาบอกต่อกับแม่ของพ่อเลี้ยงเดี่ยวคนนี้ แล้วแม่ก็ได้แจ้งกับองค์กรให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมนานาชาติมาเลเซีย MHO ทางองค์กรได้ติดต่อไปยังทางการกัมพูชาอีกทอดหนึ่ง
พ่อเลี้ยงเดี่ยวชาวมาเลเซียเล่าว่า คนที่ลักพาตัวเขาเห็นประกาศคนหายเป็นชื่อเขา จึงได้ด่าว่าเขาอย่างรุนแรงก่อนที่จะคืนหนังสือเดินทางแล้วปล่อยตัวเขาออกไปพร้อมกับคนที่ถูกลักพาตัวชาวมาเลเซียคนอื่นๆ อีก 2 ราย
เบเนดิกต์ ฮอฟแมนน์ รองผู้แทนภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก UNODC กล่าวว่า มีสแกมฟาร์มเช่นนี้อยู่เป็นจำนวนมากแถบชายแดนไทย, ลาว, พม่า เริ่มจากการเป็นคาสิโนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดกับอาชญากรรมอื่นๆ ในภูมิภาค พอหลังจากการระบาดของ COVID-19 คาสิโนเหล่านี้ก็เปลี่ยนโมเดลธุรกิจของตัวเองไปสู่พื้นที่ออนไลน์มากขึ้น กลายเป็นการต้มตุ๋นออนไลน์
"เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นฐานอุตสาหกรรมสแกมเมอร์โลก มีกลุ่มแก็งอาชญากรรมข้ามชาติที่มีฐานในภูมิภาคนี้เป็นตัวการเบื้องหลังของปฏิบัติการสแกมเหล่านี้แล้วก็ได้รับกำไรมากที่สุดจากธุรกิจนี้" ฮอฟแมนน์กล่าว
ฮอฟแมนน์กล่าวอีกว่า การพัฒนาอย่างรวดเร็วของ AI ก็ถูกแก็งอาชญากรรมนำไปใช้ เป็นช่องว่างที่ทำให้การโต้ตอบของรัฐบาลในภูมิภาคตามไม่ทัน แต่ปัญหานี้ก็ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับภูมิภาคเอเชียอาคเนย์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงทั่วโลกด้วย เช่นเริ่มมีการตั้งฐานสแกมเมอร์ในที่อื่นๆ อย่างอเมริกาใต้และแอฟริกา ทำให้รัฐบาลในระดับภูมิภาคควรแก้ไขปัญหานี้โดยอาศัยความร่วมมือจาก UNODC เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับแก็งอาชญากรรม
เรียบเรียงจาก
M'sian Man, 38, Freed From Scam Compound Because He Didn’t Know How To Use Computers, 8days, 13-01-2025
Crushing scam farms, Southeast Asia’s ‘criminal service providers’, UNODC
