'เก็บตก' บรรยากาศงานสมรสเท่าเทียมที่ศูนย์การค้า 'สยามพารากอน' ประชาชนร่วมจดทะเบียนคึกคัก หวังอนาคตเห็นการพัฒนากฎหมายคำนำหน้านามกลุ่มเพศหลากหลายและการเลี้ยงดูบุตร ด้าน 'สรวงศ์ เทียนทอง' เปรยเตรียมใช้โอกาสนี้กระตุ้นการท่องเที่ยว
วันที่ 23 มกราคม 2568 ถือเป็นวันแรกของการบังคับใช้ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เปิดโอกาสให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บรรยากาศที่พารากอนฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร มีการจัดกิจกรรมสมรสเท่าเทียมนอกสถานที่ โดยมีคู่รักมาร่วมงานเพิ่มจดทะเบียนสมรสเป็นจำนวนมาก รวมถึงคนการเมืองอย่างอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ศิลปินและ Miss Grand Thailand ฯลฯ มาร่วมเป็นสักขีพยานความรักครั้งนี้






เครือข่ายผู้จัดงานคาดว่า จำนวนคู่รัก LGBTQ+ ที่จะมาจดทะเบียนสมรสที่พารากอนฮอลล์ อาจมากถึง 300 คู่ สถิติของมหาดไทย กล่าวว่ามีคู่รักมาทะเบียนสมรสจำนวน 1,754 คู่ทั่วประเทศ
เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม กล่าวว่า วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งซึ่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต้องจารึกไว้ ว่าการเดินทางอันยาวนานกว่า 20 ปี ได้มาถึงจุดที่พวกเราทุกคนได้สามารถแสดงออกถึงความรักซึ่งมีต่อกัน โดยไม่จำกัดเพศสภาพ สามารถเชิดหน้าชูตาในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สมรสเท่าเทียม เน้นคำว่าเท่าเทียม พี่น้องชาว Pride ของเราทุกคน เชื่อว่าเราเรียกร้องสิทธิ์ให้มีการเท่าเทียม ไม่ใช่เหนือกว่าคนอื่น แต่เชื่อว่าเหตุผลนึงในการที่ใช้เวลายาวนานมากขนาดนี้ เพราะว่าการบิดเบือน มีการไม่เข้าใจ คิดว่าเป็นการเรียกร้องสิทธิ์ที่เหนือกว่า ความเท่าเทียมเป็นสิทธิ์พื้นที่ฐานที่พวกเราทุกคนควรจะต้องได้
เศรษฐา ทวีสิน
ด้านสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การประกาศใช้กฏหมายสมรสเท่าเทียม ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มกราคมนี้ ถือเป็นการยืนยันถึงความก้าวหน้าทางสังคมของประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการที่เป็นจุดแข็งของประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้โอกาสนี้ในการผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวที่ต้อนรับทุกความหลากหลาย และสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งความเท่าเทียมที่โดดเด่นระดับโลก เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานผู้สนับสนุนการจัดงาน กล่าวว่า ททท. ได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมและโปรโมชั่นพิเศษมอบส่วนลดที่พัก ร้านอาหาร แพ็กเกจท่องเที่ยว และของที่ระลึกให้กับคู่รัก LGBTQ+ ที่จดทะเบียนสมรสในช่วงตั้งแต่วันที่ 23 มกราคมนี้ จนถึงเทศกาลแห่งความรักในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้คู่รักได้เดินทางท่องเที่ยวพร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ ททท. ยังได้ร่วมกับพันธมิตร เตรียมจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีคู่รักจำนวนมาก แต่ละคู่ก็ต่างรอคอยวันนี้มาอย่างยาวนาน เช่น เพิ่มทรัพย์ แซ่อึ้ง และพวงเพชร เหงคำ คู่รักเพศหลากหลายจากอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เคยยื่นฟ้องคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกรณีถูกปฏิเสธการจดทะเบียนสมรสโดยสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ และขอให้ศาลสั่งให้นายทะเบียนออกทะเบียนสมรส หรือส่งคำร้องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดสินว่ามาตรา 1448 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่โดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการอนุญาตให้สมรสระหว่าง "ชาย" และ "หญิง" เท่านั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เพิ่มทรัพย์ และพวงเพชร ระบุว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้มีวันนี้ หลังจากที่ต่อสู้เรื่องการสมรสเท่าเทียมมาอย่างยาวนาน โดยทั้งคู่ตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสมรสเท่าเทียมหลังพวงเพชรประสบอุบัติเหตุและเพิ่มทรัพย์ไม่สามารถเซ็นยินยอมให้ทำการรักษาได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ
ทั้งคู่หวังว่าหากมีอุปสรรคอย่างนี้อีกในอนาคต อยากให้คนรุ่นต่อไปเลือกที่จะสู้และไม่ยอมแพ้ ส่วนในอนาคตอยากเห็นการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับคำนำหน้านามของกลุ่มคนข้ามเพศและเรื่องของการเลี้ยงดูบุตร โดยเพิ่มทรัพย์ ระบุว่าอยากให้ทุกคนได้ใช้สิทธิในกฎหมายเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร
อีกคู่ครองรักกันอย่างยาวนานราว 30 ปี อย่าง 'ปู่กัญจน์' หรือกัญจน์ เกิดมีมูล อายุ 73 ปี และ “ย่าตุ๊ก” ปกชกร วงศ์สุภาร์ อายุ 68 ปี ทั้งคู่ระบุว่า ต้องอยู่ภายใต้สังคมที่ไม่ยอมรับการรักเพศเดียวกันมาอย่างยาวนาน ที่ผ่านมาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ในช่วงชีวิตของตนเอง ส่วนตัวด้วยวัยอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากกฎหมายไม่มากเพราะหมดวัยทำงานสร้างตัวแล้ว แต่รู้สึกดีใจแทนลูกหลานที่มีวันนี้ โดยปกชกร มองว่า สมรสเท่าเทียมทำให้คู่รักเพศหลากหลายยืนได้ในสังคมอย่างเท่าเทียมจริงๆ และเป็นตัวเองได้อย่างเปิดเผย
ส่วนในอนาคตนั้นประเด็นเรื่องสมรสเท่าเทียมจะเติบโตไปทางไหน ทั้งคู่บอกว่าคงยังไม่สามารถคาดเดาได้เพราะกฎหมายเพิ่งประกาศใช้ แต่เชื่อว่าถ้ามาได้ถึงขนาดนี้ อนาคตข้างหน้าก็จะต้องไปได้ดี
ทั้งนี้ งานสมรสเท่าเทียมที่พารากอน จัดโดย นฤมิตไพรด์ พร้อมคณะทำงานสมรสเท่าเทียมภาคประชาชน, มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ, ภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันผลักดันพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม, กรุงเทพมหานคร, สำนักนายกรัฐมนตรี, กรมการปกครอง, กระทรวงมหาดไทย, กรมการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งพันธมิตรภาคประชาสังคมและภาคเอกชน อาทิ บริษัท สยาม พิวรรธน์ จำกัด และบริษัท Match Group (MTCH)
เส้นทางการต่อสู้ของ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ผ่านความเห็นชอบในการประชุมวาระสุดท้ายจากวุฒิสภาในเดือนมิถุนายน 2567 และประกาศราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 วันที่ 24 กันยายน 2567 ซึ่งมีเนื้อหารับรองการสมรสระหว่างบุคคล โดยไม่จำกัดเฉพาะชายหญิง อีกต่อไปโดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 วันนับตั้งแต่วันที่ประกาศ
