Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

การระงับทุนช่วยเหลือต่างประเทศ 90 วันของรัฐบาลทรัมป์ ส่งผลเลวร้ายต่อการช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์ เสี่ยงทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ล้านคน ตัวเลขจากการประเมินโดยของ UNAIDS และถึงแม้ว่า รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ จะออกคำสั่งยกเว้นฉุกเฉินให้กับงบเรื่องนี้ แต่ระบบก็ยังรวน และก่อความเสียหาย จากการที่แหล่งปฏิบัติการจำนวนมากได้ปิดตัวลงไปแล้ว คนไข้ก็ถูกลอยแพ มีเด็กเสี่ยงติดเชื้อมหาศาล


แฟ้มภาพ USAID_IMAGES

โครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ UNAIDS ได้แสดงความกังวลว่าการที่รัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ทำการระงับเงินทุนช่วยเหลือต่างประเทศเป็นเวลา 90 วัน จะส่งผลกระทบต่อ แผนฉุกเฉินของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ (PEPFAR) ซึ่งเป็นองค์กรริเริ่มแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ในระดับโลก ซึ่งให้การช่วยเหลือผู้คนที่มีเชื้อเอชไอวีมากกว่า 20 ล้านคน คิดเป็น 2 ใน 3 ของทั้งหมด

UNAIDS ระบุว่าถึงจะน่ายินดีที่หลังจากนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ จะออกคำสั่งยกเว้นฉุกเฉินเพื่ออนุญาตให้มีการให้ทุนที่เกี่ยวข้องกับ "การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เป็นการช่วยชีวิต" ต่อไปได้ ซึ่งร่วมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ด้วย แต่ก็ยังคงมีปัญหาที่มาจากคำสั่งพิเศษของทรัมป์

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา UNAIDS วิจารณ์เรื่องที่รัฐบาลทรัมป์มีคำสั่งพิเศษระงับการให้เงินทุนจาก หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐฯ USAID โดยระบุว่าเป็นการสร้าง "ความสับสน" ให้กับงานป้องกันชุมชนจากการระบาดของเชื้อเอชไอวี ถึงแม้ว่าจะมีการออกคำสั่งยกเว้นฉุกเฉินในเวลาต่อมา แต่ความเสียหายก็ได้เกิดขึ้นแล้วและความเสียหายก็ยังคงดำเนินต่อไป อีกทั้งยังทำให้เกิดการเน้นปฏิบัติการแค่เฉพาะด้าน ไม่ครอบคลุม

คริสทีน สเตกลิง รองผู้อำนวยการบริหารของ UNAIDS ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลสำหรับพวกเขาในตอนนี้ คือการที่รัฐบาลประเทศต่างๆ "จะหันมาเน้นแต่เรื่องการรักษาผู้คนเท่านั้นแทนการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อรายใหม่"

สเตกลิงวิจารณ์ว่า แม้จะมีการออกคำสั่งยกเว้นฉุกเฉินแล้ว แต่ก็ยังคงระงับการให้ทุนอยู่ ส่งผลให้เกิด "ความสับสนอย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องที่ว่าคำสั่งยกเว้นนี้จะนำมาปรับใช้กับแผนงานที่ตั้งอยู่ในระดับชุมชนได้อย่างไร"

UNAIDS ระบุว่างานบริการขนส่งความช่วยเหลือและสาธารณสุขระดับชุมชนยังคงได้รับผลกระทบจากการระงับเงินทุน USAID จากการปิดตัวสถานทำการและยกเลิกสัญญาจ้างพนักงานที่ปฏิบัติงานเหล่านี้ เป็นเหตุให้ผู้คนกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการสาธารณสุขเหล่านี้ไม่ได้ไปด้วย

เช่น กรณีในเอธิโอเปีย มีกลุ่มคณะทำงานสาธารณสุข 5,000 ราย ที่สัญญาจ้างของพวกเขาขึ้นอยู่กับการได้รับเงินทุนช่วยเหลือจากสหรัฐฯ สเตกลิงชี้ว่า การระงับเงินทุน USAID ส่งผลให้คณะทำงานเหล่านี้ในเอธิโอเปียต่างก็ถูกยกเลิกสัญญาจ้าง ซึ่งการเลิกจ้างลามไปถึงเสมียนด้านข้อมูลอีก 10,000 ราย ซึ่่งเป็นผู้ที่มีความสำคัญต่องานป้องกันโรคเอดส์ในเอธิโอเปียด้วย

การที่ทรัมป์สั่งระงับ USAID เป็นเวลา 90 วันได้ส่งผลให้คณะทำงานประเด็นเอดส์ในแอฟริกา 270,000 รายเผชิญภาวะ "น่าตระหนก"

โดยที่โครงการ PEPFAR ภายใต้ USAID นั้น มีบทบาทในการจัดหายาต้านไวรัสเพื่อบำบัดรักษาคนท้องที่มีเชื้อเอชไอวี 679,963 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื่อแพร่ไปสู่ทารก การที่ทรัมป์สั่งระงับงบประมาณในส่วนนี้จะส่งผลกระทบทำให้ทารกราว 135,987 รายเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเอชไอวีได้ เนื่องจากสถานทำการจำต้องปิดตัวลงหลังเงินทุนถูกระงับชั่วคราว ถึงแม้ว่าจะมีประกาศอนุญาตเป็นกรณีพิเศษหลังจากนั้น แต่สถานทำการก็ได้ปิดตัวลงไปแล้วและคณะทำงานก็ถูกเลิกจ้างไปแล้ว

แผนฉุกเฉินของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ (PEPFAR) ก่อตั้งขึ้นในปี 2546 เป็นหน่วยงานที่ให้ทุนร้อยละ 70 ของทั้งหมดในการแก้ไขปัญหาเรื่องโรคเอดส์ทั่วโลก สามารถช่วยชีวิตผู้คนมากกว่า 26 ล้านคน จากการที่ให้ทุนกับโครงการต่างๆ เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี, การบำบัดรักษา, การดูแลประคับประคอง และการช่วยเหลือผู้ป่วย ใน 55 ประเทศ


เรียบเรียงจาก
US aid funding cuts put HIV prevention at risk, warns UNAIDS, UN, 07-02-2025
UNAIDS welcomes US decision to keep funding life-saving HIV treatment, UN, 29-01-2025
'People are going to die': USAID cuts create panic in Africa, France 24, 05-02-2025

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง