หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถอดถ้อยคำว่า "พวกเราไม่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน" ออกจากเว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศ ทางการไต้หวันก็แสดงความยินดีต่อเรื่องนี้โดยมองว่าเป็น "การสนับสนุน" และ "ท่าทีเชิงบวก" ทว่า สถาบันอเมริกันในไต้หวัน AIT มองว่า เป็นแค่ปรับปรุงข้อมูลเฉยๆ ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนท่าทีเพื่อหวังผลทางการทูต
ในหน้าเอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไต้หวันบนเว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มีการถอดถ้อยคำที่ระบุว่า "พวกเราไม่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน" ออกไป อย่างไรก็ตามในเอกสารยังคงระบุว่าสหรัฐฯ คัดค้านการที่ไต้หวันหรือจีนกระทำการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองฝ่ายเดียวโดยไม่หารือกับอีกฝ่ายหนึ่ง
จีนอ้างสิทธิเหนือเขตแดนของไต้หวันว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ในขณะที่ไต้หวันยืนยันว่าเป็นประเทศที่มีเอกราชของตนเองและมีระบอบการปกครองเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยต่างจากจีน
นอกจากลบถ้อยคำว่า "ไม่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน" ออกแล้ว สหรัฐฯ ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ทำให้ไต้หวันแสดงการชื่นชมว่าเป็นการสนับสนุนไต้หวันด้วยเช่น เรื่องที่หน้าเพจของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือเพนทากอนในด้านเทคโนโลยีและโครงการพัฒนาแผงวงจรอุปกรณ์ไอทีที่เรียกว่าเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไต้หวัน นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังระบุอีกว่าจะให้การสนับสนุนไต้หวันในการเป็นสมาชิกภาพองค์กรนานาชาติ "ที่สมัครเข้าร่วมได้" ด้วย
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของไต้หวัน หลินเจียหลง แสดงความขอบคุณต่อสหรัฐฯ ที่เน้นย้ำเรื่องการสนับสนุนไต้หวันในการอัพเดทปรับปรุงข้อมูลล่าสุด โดยมองว่ามันเป็น "ถ้อยคำเชิงบวกที่เป็นมิตรกับไต้หวัน" อีกทั้งยังขอบคุณรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ ที่ยังคงรักษากฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวันและหลักประกัน 6 ประการในการช่วยเหลือไต้หวันให้ป้องกันตนเองได้ รวมถึงยังคงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และคงสันติภาพระหว่างจีนกับไต้หวันเอาไว้ได้
เช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ของโลก สหรัฐฯ ไม่ได้ผูกโยงทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่ก็เป็นชาติที่ให้การหนุนหลังไต้หวันมากที่สุดในโลก มีกฎหมาย ที่กำหนดให้ต้องช่วยเหลือไต้หวันทางการทหารในการคุ้มครองตนเอง
รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวันให้การชื่นชมอีกว่า สหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองชาติและความเป็นคู่ค้ากับไต้หวัน รวมถึงแสดงการสนับสนุนไต้หวันในการมีส่วนร่วมกับเวทีโลก ผ่านทางท่าทีการอัพเดทเอกสารข้อเท็จจริงใหม่นี้
อย่างไรก็ตามโฆษกของสถาบันอเมริกันในไต้หวัน AIT ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์สหรัฐฯ ในไต้หวันนั้น กล่าวยืนยันว่าทางการสหรัฐฯ ยังคงยืนยันปฏิบัติตามพันธกรณี "จีนหนึ่งเดียว" ซึ่งหมายถึงการยอมรับจุดยืนของจีนที่ว่ารัฐบาลจีนมีเพียงหนึ่งเดียว และในขณะเดียวกันก็ "รักษาสันติภาพและเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวัน" รวมถึงระบุว่าการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำดังกล่าวเป็นการอัพเดทปรับปรุงข้อมูลไปตามกิจวัตรเพื่อ "ให้ข้อมูลแก่ผู้คนเรื่องความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการของพวกเรา(สหรัฐฯ)กับไต้หวัน" เท่านั้น
โฆษก AIT ระบุอีกว่าพวกเขาสนับสนุนให้มีการเจรจาหารือเรื่องความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวันและยุติความขัดแย้งโดยสันติ ปราศจากการข่มขู่คุกคาม และเป็นไปในแบบที่ประชาชนจากทั้งสองฝ่ายยอมรับได้
ทว่า เรื่องนี้ก็ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากจีน โฆษกการต่างประเทศของจีน กัวเจี่ยคุน กล่าวว่าการปรับปรุงข้อมูลของกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ นั้นถือเป็นความล้าหลังครั้งใหญ่และถือเป็นการ "ส่งสัญญาณที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงต่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนไต้หวัน"
กัวเจี่ยคุน กล่าวหาสหรัฐฯ ว่ามี "ความดื้อดึง" ในการที่จะ "ใช้ไต้หวันเป็นเครื่องมือกำราบจีน" และขอให้สหรัฐฯ "ปรับปรุงตัวเองจากความผิดพลาดนี้โดยทันที"
เรียบเรียงจาก
