Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับบริษัทยักษ์ใหญ่กลุ่มนายทุนจีน ที่กว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เกือบ 500 ไร่ เพื่อทำสวนทุเรียนแปลงใหญ่

26 ก.พ. 2568 NBT Connext รายงานว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีนายศักดา มณีวงศ์ ผอ.สำนักจัดการที่ดินป่าไม้ ในฐานะตัวแทนของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งได้ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับบริษัทยักษ์ใหญ่กลุ่มนายทุนจีน ที่กว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เกือบ 500 ไร่ เพื่อทำสวนทุเรียนแปลงใหญ่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2568 นำโดย นายพัชร์ภารุจ สุคนธร ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่า สงวนแห่งชาติ ป่าแควระบมและป่าสียัด ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เบื้องต้นจากหลักฐาน ชี้ว่า เป็นของกลุ่มนายทุนบริษัท “มูซังคิง” จำกัด พบต้นทุเรียนเป็นจำนวนมาก เรียงรายเป็นแถวสวยงาม อายุประมาณ 2 ปี ความสูงประมาณ 1- 2 เมตร โดยมีการวางแผนปลูกอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นการลักลอบปลูกในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

โฆษณา - Advertising

นายพัชร์ภารุจ ให้ข้อมูลว่า เชื่อว่าเป็นกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เนื่องจากพบลักษณะการตัดถนนเข้าพื้นที่ ขุดบ่อ 4 บ่อลึกประมาณ 30 เมตร โดยใช้เครื่องจักรหนัก และมีอาคารบ้านพักคนงานหลายหลัง คาดว่ามีคนงานประมาณ 30 คน มีรถยนต์ใช้เข้าออก ปักเสาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งในวันที่เข้าพื้นที่ไม่พบบุคคลใดอยู่ภายในสวน จากการสันนิษฐาน คาดว่าไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาที่จะทำในลักษณะนี้ได้ จะต้องเป็นกลุ่มนายทุนที่มีเงินจำนวนมาก

ที่ดินดังกล่าว เป็นการจัดสรรโดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จะต้องมีเงื่อนไขในการดำเนินการ จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 จัดสรรที่ดินทำกินเพื่อให้ประชาชนที่ยากไร้ได้ใช้ประโยชน์ โดยไม่อนุญาตให้ซื้อขาย ซึ่งมีประธานกรรมการคือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจะต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการในส่วนนี้ก่อน เพราะเงื่อนไขใน คทช. จะต้องแจ้งผู้พิจารณา

ส่วนพื้นที่ไม่ได้ขึ้นกับ คทช. จำนวน 164 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา ได้จับกุมและดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อย โดยแจ้งความกับบริษัท มูซังคิง จำกัด โดยหลังจากนี้จะมีการขยายผลไปถึงตัวบุคคลที่เป็นทั้ง ประธานบริษัทและคณะกรรมการต่อไป

โดยในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอถึงแนวทางการทำสำนวนที่รัดกุม ด้วยพยานหลักฐานที่แน่นหนาเพื่อเอาผิดกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่นปริมาณปุ๋ยที่ใช้จำนวนมาก เชื่อว่าจะต้องมีการสั่งจ่ายโดยเช็คเงินสด ต้องไปเทียบชื่อบุคคลสั่งจ่าย และลายเซ็นต่าง ๆ สามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญในชั้นศาลได้

โฆษณา - Advertising

ด้าน นายชีวะภาพ เปิดเผยว่า ให้ทางเจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ขยายผลถึงพยานหลักฐานอื่นๆ เช่นถ่ายรูปมิเตอร์น้ำ-ไฟ ยานพาหนะทุกคัน ตรวจสอบบ้านเลขที่ ตรวจสอบซองยาซึ่งสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ โดยแนะนำให้บันทึกถ้อยคำที่พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน จัดทำเป็นเอกสารให้รัดกุมหนักแน่น เพื่อส่งสำนวนดำเนินคดีต่อไป

นายชีวะภาพ ย้ำว่า เป็นการเปลี่ยนมือจากที่ดินของชาวบ้านที่ใช้ทำประโยชน์ เป็นการลักลอบปลูกต้นทุเรียนของกลุ่มนายทุนข้ามชาติ ซึ่งเป็นความเสียหายที่มีมูลค่ามหาศาล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ฝากและแนะนำให้กรมป่าไม้และกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหาหลักฐานให้รัดกุม ดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนต่างชาติ และดำเนินคดีกับกลุ่มชาวบ้าน 30 ครัวเรือน ที่ได้รับประโยชน์แต่กลับขายที่ดินให้กลุ่มต่างชาติ ตรวจสอบหาผู้ที่ถือครองที่ดิน ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา พร้อมดูเรื่องการรื้อถอนและปลูกป่าทดแทน ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ยืนยันอยากให้ใช้ยาแรง โดยการดำเนินคดีกับทุกคน ที่บุกรุกทำลายป่าทรัพยากรธรรมชาติของไทย

ทั้งนี้ เชื่อว่าไม่ได้มีแต่การบุกรุกพื้นที่ป่าภาคตะวันออกเท่านั้น มีในภาคอื่น ๆ อยากให้ทุกคนช่วยกันขยายผล เพื่อไม่ให้ป่าไม้ของเราถูกทำลาย

โดยการประชุมนัดหน้า จะเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะ คทช. เข้ามาหารือข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่มี และกรมป่าไม้เพื่อมาถกหาข้อเท็จจริงร่วมกันและปิดช่องโหว่เพิ่มเติมอะไรได้บ้าง 

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising