“รักชนก” โฆษก กมธ. ติดตามงบประมาณฯ จี้ ประกันสังคมเปิดเผยข้อมูลเอกสารโครงการทำเว็บแอปพลิเคชันมูลค่า 850 ล้านบาท โครงการเริ่มตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แต่ล่าช้ามานานและยังไม่แล้วเสร็จ โดยพบพิรุธหลายอย่าง เช่นเบี้ยปรับที่บริษัทผู้รับงานควรต้องจ่ายจำนวน 193 ล้านบาท ประกันสังคมยินยอมยกเว้นเบี้ยปรับให้ ทำให้บริษัทถูกปรับจริงแค่ 7-8 วัน เพียงวันละ 800,000 บาทเท่านั้น และในการขอเข้าถึงเอกสารต่างๆ ของโครงการดังกล่าวจากบอร์ดประกันสังคมยังเต็มไปด้วยความยากลำบาก จนรักชนกระบุว่า ถ้ายังไม่มีการส่งมอบเอกสารให้ตามที่ กมธ. เรียกไปตนเองจะดำเนินการยื่นฟ้องศาลปกครอง
28 ก.พ. 2568 ที่อาคารรัฐสภา รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน และโฆษกคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ แถลงผลการประชุมคณะ กมธ. วานนี้ (27 ก.พ. 2568) ที่ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานประกันสังคม รวมถึงบอร์ด 3 ฝ่าย ผู้ประกันตน นายจ้าง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รักชนกระบุ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาการใช้งบประมาณโครงการทำเว็บแอปพลิเคชันมูลค่า 850 ล้านบาท รักชนกยอมรับว่าเห็นความสำคัญของโครงการดังกล่าว แต่มีการพบพิรุธหลายอย่างจากโครงการจัดทำเว็บแอปพลิเคชันเริ่มจากบริษัทผู้รับงานที่รับงานตั้งแต่ในช่วงโควิด-19 โดยโครงการมีเวลาจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี แต่กลับไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งต้องมีการปรับจำนวน 193 ล้านบาท แต่บริษัทอ้างระเบียบของกรมบัญชีกลางว่าในช่วงโควิด-19 สามารถที่จะยกเว้นในค่าใช้จ่ายเบี้ยปรับได้ โดยที่ประกันสังคมยินยอมให้ยกเว้นเบี้ยปรับได้ ทำให้บริษัทถูกปรับจริงแค่ 7-8 วัน เพียงวันละ 800,000 บาทเท่านั้น

รักชนก ศรีนอก ภาพจาก สำนักประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อมีการสอบถามความคืบหน้าว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด ผู้ประกันตนตัวแทนจากฝั่งนายจ้างกลับตอบว่า โครงการนี้มีความสำคัญและไม่ต้องตรวจสอบเพราะทุกอย่างเปิดเผย โปร่งใสอยู่แล้ว โดยตัวแทนฝั่งนายจ้างไม่ยินดีที่จะให้ข้อมูลใดๆ กับทาง กมธ.
เมื่อการหารือไม่เป็นผล ประธาน กมธ. จึงขอเอกสารไป 9 อย่าง ลำดับแรกเป็นเอกสารเกี่ยวกับจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขของงาน (TOR) กับข้อเสนอของแต่ละบริษัทที่ยื่นประมูล
รักชนกกล่าวว่า ผู้อำนวยการอนุกรรมการพิจารณาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกันสังคม แสดงอาการชัดเจนว่าไม่ต้องการที่จะส่งเอกสารให้กับทาง กมธ. โดยอ้างข้อกฎหมาย แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าสามารถเปิดเผยเอกสารได้ตามกฎหมาย
ที่ผ่านมา กมธ. เรียกหน่วยงานใดมาสอบถามข้อมูลและขอเข้าถึงข้อมูล ทุกฝ่ายต่างยินดีที่จะให้ข้อมูลทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีการย้ำในที่ประชุมว่าไม่สามารถที่จะเอามติของบอร์ดประกันสังคมอยู่เหนือ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารราชการได้
ท้ายที่สุด รองเลขาสำนักงานประกันสังคมรับปากว่าจะตรวจสอบดูเอกสารและจะส่งกลับมา
กมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตส่งไปถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ว่า โครงการทำเว็บแอปพลิเคชันมูลค่า 850 ล้านบาท มีพิรุธชัดเจน
นอกจากนี้ กมธ. ได้มีการขอบันทึกการประชุมของประกันสังคมในทุกบอร์ดย้อนหลัง 2 ปี แต่ผู้ประกันตนฝ่ายนายจ้างยืนยันว่าไม่ยินดีที่จะให้ ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือในในปัจจุบันก็ตาม โดยอ้างข้อกฎหมาย ทาง กมธ. จึงยืนยันว่าหากไม่เปิดเผยรายงานเหล่านี้จะส่งเอกสารสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าเอกสารเหล่านี้สามารถสั่งให้เปิดเผยได้หรือไม่ และถ้ายังไม่ยอมเปิดเผยอีก รักชนกจะไปฟ้องศาลปกครองให้เปิดเผยเอกสาร
รักชนกกล่าวต่อว่า สำนักงานประกันสังคมควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ผู้ประกันตนหรือนายจ้างที่สมทบเงินเข้ามากองทุนควรจะตรวจสอบได้ ตนเองขอตั้งคำถามถึงความจริงใจของสำนักงานประกันสังคม และบอร์ดทุกบอร์ดของประกันสังคม เพราะเงินในกองทุนประกันสังคมคือหลังพิงสุดท้ายของคนทำงาน แต่บอร์ดกำลังทำให้การใช้เงินจากกองทุนประกันสังคมไม่สามารถตรวจสอบได้
