บอร์ดประกันสังคมมีมติ 'เห็นชอบ' ปรับสูตรบำนาญชราภาพเป็นสูตร 'CARE' บนหลักการคำนวณตลอดช่วงเวลาส่งสมทบ และปรับค่าเงินตามภาวะเศรษฐกิจ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ รมว.แรงงานจะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. หวังบังคับใช้ ม.ค. 2569
12 พ.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก "สำนักงานประกันสังคม" รายงานวานนี้ (11 พ.ย.) ณ ห้องประชุม สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ สำนักงานประกันสังคม พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม พร้อมด้วย กาญจนา พูลแก้ว ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาราชการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมในการพิจารณาการปรับปรุงสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพ 'CARE' (Career Average Revalued Earnings)
วรรณพงษ์ เผยว่า ที่ประชุมมีมติ ‘เห็นชอบ’ ในหลักการปรับปรุงสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ มาตรา 33 และมาตรา 33 จากสูตรเดิม 'FAE' (Final Average Earnings) เป็นสูตร 'CARE' (Career Average Revalued Earnings) ให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ความยั่งยืนทางการเงิน (Funding Strategy) ของกองทุนประกันสังคม และการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถดำเนินการตามยุทธศาสตร์ความยั่งยืนได้ โดยจะมีการสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ประกันตน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสูตรบำนาญใหม่ ต่อไป
ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบบำนาญภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างแรงงานในปัจจุบัน โดยสูตร CARE จะคำนวณเงินบำนาญจากค่าจ้างเฉลี่ยตลอดช่วงเวลาการส่งเงินสมทบ (Career Average) และปรับค่าตามภาวะเศรษฐกิจ (Revalued Earning) เพื่อให้สะท้อนรายได้ของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากสูตรเดิมที่คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณ
ก่อนหน้านี้ ระหว่างวันที่ 1-17 ต.ค. 2568 สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกันตนปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยผลสำรวจความคิดเห็นมีผู้ตอบแบบสอบถามทุกช่องทางจำนวนทั้งสิ้น 102,010 ราย เห็นด้วย 79,498 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.93 ไม่เห็นด้วย 22,512 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.07 โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเสียงผู้ประกันตนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพตามระบบ CARE เนื่องจากมองว่าเป็นสูตรที่สะท้อนการทำงานตลอดช่วงอาชีพอย่างเป็นธรรม และช่วยให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมมากขึ้น
ขณะที่ กาญจนา พูลแก้ว ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาราชการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกล่าวว่า การนำเสนอร่างกฎกระทรวงสูตร CARE ต่อคณะกรรมการประกันสังคมในวันนี้นั้น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้แก่ผู้ประกันตนในวัยเกษียณ ขอยืนยันว่าผู้ที่ได้รับบำนาญอยู่แล้วจะไม่กระทบ และหากคำนวณตามสูตรใหม่แล้ว ได้สิทธิมากกว่า สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการปรับสิทธิให้ตามความเป็นธรรม
นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมได้จัดทำช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) เพื่อรักษาสิทธิตามสูตรเดิมให้กับผู้ใกล้เกษียณซึ่งส่งเงินสมทบช่วง 60 เดือนสุดท้ายมาแล้ว โดยผู้ที่เริ่มรับบำนาญภายใน 5 ปีหลังกฎกระทรวงใหม่บังคับใช้ จะได้รับการคำนวณบำนาญเปรียบเทียบทั้งสูตรเดิมและสูตร CARE และปรับเพิ่มบำนาญให้หากสูตรเดิมคำนวณได้สูงกว่าในสัดส่วนที่เหมาะสม
"สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าจะดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และสื่อสารให้ผู้ประกันตนได้เข้าใจสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ CARE เป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง" กาญจนา กล่าว
ด้านษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี คณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายลูกจ้าง เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ผ่านร่างกฎกระทรวงบำนาญสูตร 'CARE' โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการปรับรายละเอียดด้านเนื้อหา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อรับทราบ และหลังจากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้
ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนในสำนักงานประกันสังคมเสร็จสิ้นหมดแล้ว มีเหลือขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองว่าจะทำงานช้าหรือเร็ว แต่โดยส่วนตัวเขาคาดหวังว่าสูตรคำนวณบำนาญใหม่ ควรจะบังคับใช้ ม.ค. 2569 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตน 5.7 แสนคน
ส่วนเรื่องการปรับเพดานเพิ่มเงินสมทบ ษัษฐรัมย์ อธิบายว่า หากมีการปรับเพดานหลังจากนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตน สามารถได้รับเงินบำนาญชราภาพในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
