ผอ.ข่าวจากไทยรัฐ โพสต์ทริป “ภูมิธรรม-ทวี” พานักข่าวเยี่ยมผู้ลี้ภัยอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับเมื่อเดือนกุมภาพันธุ์วุ่น นักข่าวไทยที่ไปโดนเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงจีนตามประกบ และมีการขอสแกนตรวจสอบภาพก่อนส่งกลับไทย
19 มี.ค. 2568 ประณต วิเลปสุวรรณ ผอ.ข่าวจากไทยรัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุ “ทริปอุยกูร์นักข่าวไทยที่ไปโดนหน่วยความมั่นคงจีนประกบ แถมขอสแกนภาพที่จะส่งกลับไทยด้วย” หลังวานนี้ (18 มี.ค. 2568) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้พาสื่อมวลชนเดินทางไปจีน เพื่อเยี่ยมผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คน ที่ถูกส่งกลับจีนเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา

ทริปเยี่ยมอุยกูร์ครั้งนี้มีกำหนดการระหว่างวันที่ 18 – 20 มี.ค. 2568 ออกเดินทางคืนวันที่ 18 มี.ค. 2568 ถึงจีนวันที่ 19 มี.ค. 2568 มีแผนเข้าพบชาวอุยกูร์ในวันที่ 20 มี.ค. 2568 และเดินทางกลับในคืนดังกล่าว
Voice TV เปิดภารกิจทริปเยี่ยมอุยกูร์ไว้คราวๆ
-พบปะหารือกับ ฉี หยานจุน รมต.ความมั่นคงสาธารณะฯ รับฟังบรรยายสรุป การดูแล 40 ชาวอุยกูร์ ของจีน
-ช่วงบ่ายคณะของ ภูมิธรรม-พ.ต.อ.ทวี จะแยกกันเดินสายเยี่ยม ชาวอุยกูร์ ถึงบ้านพักส่วนตัวโดยมีผู้แทนฝ่ายจีนเดินทางร่วมด้วยทั้ง 2 คณะ
-ช่วงเย็นเข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านท้องถิ่น และมัสยิดอิดกะฮ์ พร้อมหารือ กับผู้นำศาสนาอิสลาม
-ช่วงค่ำ จะประชุมหารือร่วมกับแพทย์ที่รักษาตัวชาวอุยกูร์ และหารือตัวแทนชาวอุยกูร์ ผ่านระบบซูม
-เวลา 20.00 น. หารือกับ หม่า ซิงรุ่ย เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์
-ร่วมงานเลี้ยงรับรอง ณ โรงแรมคาซือ เรือนรับรองของรัฐ
-ภารกิจสุดท้าย ฝ่ายจีนจะพาคณะฯเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมเมืองโบราณคัชการ์
วันนี้ (19 มี.ค. 2568) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเดินทางไปจีนครั้งนี้ของภูมิธรรม, ทวี และคณะสื่อครั้งนี้จะมีภาพกลับมาให้กับประชาชนได้สบายใจ ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกับทางการจีนมาแล้ว ไม่ได้มีอะไรน่ากังวล
การจัดทริปพานักข่าวไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ครั้งนี้การที่รัฐบาลไทยถูกจับตาและตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของผู้ลี้ภัยอุยกูร์ที่ถูกส่งตัวกลับจีน และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแหล่ง อาทิ UNHCR, สภาอุยกูร์โลก, แอมเนสตี้, รัฐสภายุโรป ฯลฯ ต่างออกแถลงการณ์ประณามไทยที่ส่งตัวชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คนกลับไปเผชิญอันตรายที่จีน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- นานาประเทศ-องค์กรสิทธิ ประณามไทยส่งอุยกูร์ให้จีน สภาอุยกูร์ติงไทย - UNHCR ล้มเหลว
- ประชาไทพบ ตม.สวนพลูย้ายผู้ต้องกัก 3 ชุดกลางดึก ไม่ทราบเป็นอุยกูร์หรือไม่ หลังมีข่าวลือไทยอาจส่งกลับจีน
- 'รัฐสภายุโรป' ประณามไทย ส่งอุยกูร์กลับจีน จ่อใช้เจรจา FTA กดดันแก้ ม.112
- จากแม่ครัวสู่คนรักของชาวอุยกูร์ เล่าชีวิตใน ตม.- เรือนจำ
จีนกับการถูกตั้งคำถามละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์
บีบีซีไทย ระบุ รายงานการประเมินข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เมื่อปี 2565 ชี้ว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ภายใต้บริบทของการบังคับใช้ยุทธศาสตร์ต่อต้านการก่อการร้ายและต่อต้าน "ลัทธิสุดโต่ง" ของรัฐบาลจีน ใน 4 แนวทางด้วยกัน
1. ควบคุมตัวโดยพลการและการกักขังในวงกว้าง
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 รัฐบาลจีมีการออกมาตรการ “ปราบปรามขั้นเด็ดขาด” ต่อผู้ที่มีความแยกดินแดน ผู้ก่อการร้าย และผู้มีความคิดสุดโต่ง ทำให้มีชาวอุยกูร์ถูกจับกุมจากมาตรการนี้เป็นจำนวนมาก บางคนถูกส่งตัวไปยัง “ศูนย์การศึกษาและฝึกอาชีพ” โดยไม่มีผู้ใดที่สามารถออกไปจากศูนย์ได้ และแต่คนไม่รู้ว่าถูกกักตัวนานเท่าใด
2. ทรมาน การปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม และความรุนแรงทางเพศ
รายงานของ OHCHR ยังพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทรมานและการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมต่อชาวอุยกูร์ด้วย เช่น การขังเดี่ยว การจับกดน้ำ เฆี่ยนตี การบังคับให้รับยา และการล่วงละเมิดทางเพศ ผู้หญิงหลายคนที่ให้สัมภาษณ์กับ OHCHR ระบุว่า มีการบังคับให้ใส่ห่วงอนามัย รวมถึงการบังคับทำหมัน
3. ละเมิดเสรีภาพทางศาสนาและวัฒนธรรม
รัฐบาลจีนมีการทำลายสถานที่ทางศาสนาอิสลามจำนวนมากในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์
4. บังคับใช้แรงงาน
OHCHR ระบุ รัฐบาลจีนดำเนินโครงการแรงงานและการจ้างงานเพื่อแก้ปัญหาความยากจนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ผู้ที่เคยถูกกักขังในศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพบอกกับ OHCHR ว่า พวกเขาต้องทำงานภายในศูนย์ฝึกในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการ "จบหลักสูตร" โดยไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธจะถูกกักตัวในศูนย์ฝึกนานขึ้น
