มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์และเครือข่ายพนักงานภาคบริการบุกสภา ยื่นจดริเริ่มเสนอ “ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ” ดันให้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิ Sex Worker พร้อมถามความคืบหน้าของการออกกฎหมายคุ้มครอง Sex Worker หลังที่ผ่านมาเคยมีการเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับงานบริการทางเพศมาแล้วหลายฉบับ แต่ไม่มีความคืบหน้า โฆษกประธานสภารับเรื่องแจ้งขอตรวจสอบร่างก่อนจะเปิดให้เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้
14 มี.ค. 2568 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2568 ตัวแทนพนักงานบริการจากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์เข้ายื่นจดริเริ่มเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ที่รัฐสภา ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนเปิดเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงานบริการทางเพศ
ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ตัวแทนมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ระบุว่าร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ เป็นกฎหมายที่ทำโดยพนักงานบริการ เพื่อพนักงานบริการ หลักการสำคัญคือยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 เพื่อบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองพนักงานบริการแทน
ชัชลาวัณย์ระบุว่า ที่ผ่านมามีการเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับงานบริการทางเพศมาแล้วหลายฉบับ แต่ไม่มีความคืบหน้า และไม่ทราบว่าร่างแต่ละฉบับดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว กลุ่มพนักงานบริการจึงตัดสินใจว่าจะต้องเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายเป็นของตัวเอง โดยร่างฉบับที่นำมาจดริเริ่มนี้พัฒนามาจากร่างที่จัดทำโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หลังกลุ่มพนักงานบริการได้ไปติดตามความคืบหน้าเมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับคำตอบว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สังคมอ่อนไหวและยังอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม ทำให้มีความไม่แน่ใจว่าภาครัฐจะดำเนินการต่ออย่างไร ทำให้เครือข่ายตัดสินใจรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนร่างกฎหมายเองโดยใช้ร่างของ พม. เป็นพื้นฐาน
"เราไม่รู้ว่าในกระบวนการ ตอนนี้ร่างต่างๆ เหล่านั้นอยู่ขั้นตอนไหน พวกเราคิดว่าในระหว่างที่พวกเราดำเนินชีวิตกันอยู่ ทำงานอยู่ เราต้องมีร่างกฎหมายของตัวเองแล้ว" ชัชลาวัณย์ระบุ

ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์




ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดว่าผู้ให้บริการทางเพศจะต้องสมัครใจทำงาน มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี โดยมีการกำหนดโทษสำหรับผู้ที่ใช้บริการทางเพศบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ว่าบุคคลนั้นจะสมัครใจให้บริการหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ยังคุ้มครองสิทธิของพนักงานบริการในการได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม สวัสดิการด้านสุขภาพในฐานะผู้ประกันตัว และสิทธิรักษาความลับ นอกจากนี้ยังให้สิทธิพนักงานบริการในการปฏิเสธการให้บริการหรือยกเลิกสัญญาให้บริการ การร้องเรียนและขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์คุ้มครอง สิทธิแนะนำตัวในการทำงาน และกำหนดว่าคดีที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทระหว่างการทำงานให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน
ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังคุ้มครองผู้ใช้บริการด้วย โดยกำหนดไว้ว่าผู้ใช้บริการสามารถปฏิเสธการใช้บริการได้ และถ้าสาเหตุเกิดจากความผิดของพนักงาน ผู้ประกอบกิจการจะต้องคืนเงินค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดให้กับผู้ใช้บริการตามสัดส่วนของการให้บริการที่ดำเนินการไปแล้ว
นอกจากนี้ยังมีการควบคุมในส่วนของผู้ประกอบการ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการทางเพศต้องขอใบอนุญาต สถานประกอบการจะต้องไม่อยู่ใกล้ศาสนสถาน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือหอพัก ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยในสถานบริการ และกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจัดหาสวัสดิการด้านสุขภาพอนามัยให้พนักงานบริการ ผู้ใดที่เป็นธุระจัดหาผู้ให้บริการทางเพศจะยังมีความผิด ยกเว้นไปจดทะเบียนเป็นสถานประกอบการ มีการกำหนดโทษสำหรับผู้เป็นธุระจัดหาหรือล่อบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปีไปให้บริการ และสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาตหรือไม่ปปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาต เช่น ไม่ต่อใบอนุญาต ไม่แจ้งย้าย แจ้งเปลี่ยนสถานบริการ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุ้มครองผู้ให้บริการ
ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวยังกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ โดยมีสัดส่วนของพนักงานบริการเข้าร่วมเป็นกรรมการ และมีการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองการให้บริการทางเพศเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือพนักงานบริการทางเพศ รวมไปถึงการจัดสวัสดิการสังคม การรักษาพยาบาล และการฝึกอบรมทักษะ
"ร่างกฎหมายนี้ใช้กับพวกเรา แต่พวกเราก็คำนึงถึงสังคมด้วยว่าจะอยู่ร่วมกับสังคมได้ยังไงที่สังคมมีความสุข พนักงานมีความสุข ลูกค้ามีความสุข และทุกคนต่างได้รับการคุ้มครองเหมือนๆ กัน" ชัชลาวัณย์กล่าว
คัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับมอบหมายจากประธานสภาผู้แทนราษฎรให้มารับร่างกฎหมาย โดยหลังจดริเริ่มแล้วจะมีการตรวจสอบร่างก่อนจะเปิดให้เข้าชื่อได้ และเมื่อได้รายชื่อครบตามจำนวนที่กำหนดแล้วจะมีการบรรจุเข้าวาระการประชุมต่อไป
