Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

"อานนท์" เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐสภายุโรป ขอบคุณที่ห่วงใยสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และมีมาตรการกดดันไทย กรณีส่งตัวผู้ลี้ภัยอุยกูร์ 40 คนกลับจีน และการบังคับใช้ ม.112 อานนท์เรียกร้องให้รัฐสภายุโรปมีมติเพิ่มเติมเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่ยกเลิกและงดให้ Visa ผู้กล่าวหา พยาน อัยการ ศาลและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายอาญา ม.112 โดยไม่เป็นธรรม อานนท์ระบุ หากต้องการรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องตนเองมีข้อมูลให้

 

19 มี.ค. 2568 เฟซบุ๊ก “อานนท์ นำภา” เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกที่อานนท์เขียนถึงรัฐสภายุโรป ขอบคุณที่ห่วงใยสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย กรณีส่งตัวผู้ลี้ภัยอุยกูร์ 40 คนกลับจีน และการดำเนินคดีหรือจำคุกภายใต้ ม.112 ของประเทศไทย เรียกร้องรัฐสภายุโรปมีมติเพิ่มเติมเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่ยกเลิกและงดให้หนังสืออนุญาตเดินทางเข้าประเทศ (Visa) กับทั้งผู้กล่าวหา พยาน อัยการ ศาลและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายอาญา ม.112 โดยไม่เป็นธรรม อานนท์ระบุ มีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องให้

 

จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐสภายุโรป

กระผมนายอานนท์ นำภา นักโทษการเมืองประเทศไทย คดีอาญามาตรา 112 ขอขอบพระคุณท่านที่ห่วงใยสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและได้แสดงออกถึงมาตรการกดดันอันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาการเนรเทศผู้ลี้ภัยและการบังคับใช้กฎหมายอาญา มาตรา 12 โดยที่มติให้ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจและทางการทูตต่อรัฐบาลไทย ซึ่งต่อมาประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศงดให้หนังสืออนุญาตเดินทางเข้าประเทศแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการเนรเทศผู้ลี้ภัย

สำหรับกรณีการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น กระผมขอเรียนต่อท่านว่าได้มีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายส่วน กล่าวคือ มีผู้กล่าวหา ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มคนที่เห็นต่างทางการเมือง พยานในคดีซึ่งมีความเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งเป็นบุคคลที่เข้าให้การซ้ำๆ ในหลายคดี พนักงานอัยการที่สั่งฟ้องและดำเนินคดี และศาลซึ่งทำหน้าที่สั่งการในคดีรวมทั้งทำคำพิพากษาตลอดจนผู้บริหารในทุกระดับ บุคคลเหล่านี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและใช้กฎหมาย ใช้กระบวนยุติธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ส่งผลให้มีผู้ถูกดำเนินคดีและถูกขังโดยไม่เป็นธรรมจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องปรามและจำกัดขอบเขตแห่งการละเมิดสิทธิฯ มิให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวและอีกหลายคนที่กำลังใช้บทบาทหน้าที่ของตนปฎิบัติการใช้กฎหมายมาตรา 112 อีกต่อไป

กระผมจึงขอเรียกร้องรัฐสภายุโรปได้โปรดมีมติเพิ่มเติมดั่งเช่นประเทศสหรัฐอเมริกามีมติต่อกรณีที่ประเทศไทยเนรเทศผู้ลี้ภัยฯ ได้โปรดร่วมกันมีมติยกเลิกและงดให้หนังสืออนุญาตเดินทางเข้าประเทศ (Visa) ต่อทั้งผู้กล่าวหา พยาน อัยการ ศาลและผู้บริหาร ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 โดยไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้ หากท่านต้องการข้อมูลและรายชื่อกลุ่มบุคคลเพิ่มเติม กระผมยินดีนำส่งผ่านทนายความของกระผม หรือหากต้องการเข้าพบกระผมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กระผมจะถือเป็นเกียรติและยินดียิ่ง

ขอแสดงความเคารพนับถืออย่างสูง

อานนท์ นำภา

18 มีนาคม 2568

ประเทศไทย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา รัฐสภายุโรปมีมติประณามรัฐบาลไทยส่งตัวผู้ลี้ภัยอุยกูร์กลับจีน เรียกร้องให้ทางการไทยยุติการส่งตัวผู้ลี้ภัยและนักโทษการเมืองกลับไปยังประเทศที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต พร้อมทั้งเล็งใช้เวทีเจรจา FTA เป็นเครื่องมือในการกดดันไทยในการแก้กฎหมาย ม.112 โดยสมาชิกรัฐสภายุโรปโหวตเห็นด้วย 482 เสียง 57 ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 68 

โดยรัฐสภายุโรปมีข้อเรียกร้องมายังรัฐบาลไทยดังนี้

1. ประณามรัฐบาลไทยในสงตัวผู้ลี้ภัยอุยกูร์กลับจีน และเรียกร้องให้ทางการไทย ยุติการส่งตัวผู้ลี้ภัย, ผู้ขอลี้ภัย และนักโทษการเมืองกลับไปยังประเทศที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตพวกเขา

2. เรียกร้องให้รัฐบาลไทย อนุญาตให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้าถึงผู้ลี้ภัยอุยกูร์ที่ถูกคุมขังทั้งหมดได้ โดยไม่มีข้อจำกัด และเปิดเผยข้อมูลสถานะของผู้ลี้ภัยอุยกูร์อย่างโปร่งใส

3. เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งตัวกลับ แสดงความโปร่งใสเกี่ยวกับข้อมูลสถานที่ควบคุมตัวของชาวอุยกูร์ และอนุญาตให้ UNHCR เข้าพบพวกเขาได้ รวมถึงปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังโดยไม่มีเหตุอันควร

4. เรียกร้องรัฐบาลไทยให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัยปี 1951 และพิธีสารเพิ่มเติมปี 1967 และดำเนินการปฏิรูประบบการลี้ภัยให้เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และมีมนุษยธรรม

5. เน้นย้ำว่าประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญของสหภาพยุโรป กระตุ้นให้ไทยส่งเสริมสถาบันของตนเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลระหว่างประเทศ ทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ไขหรือยกเลิก ม.112 และกฎหมายอื่นที่เป็นเครื่องมือกดขี่ เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนสามารถเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ และการมีส่วนร่วมทางการเมือง

6. เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมแก่ สส. และนักเคลื่อนไหวทุกคนที่ถูกดำเนินคดีหรือจำคุกภายใต้ ม.112 และกฎหมายอื่นที่ใช้เป็นเครื่องมือในการกดขี่

7. เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปใช้เวทีเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อกดดันให้ประเทศไทยปฏิรูปกฎหมายที่เข้มงวด โดยเฉพาะ ม.112 ปล่อยตัวนักโทษการเมือง, หยุดการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ และให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาหลักของ ILO ทั้งหมด และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรประงับสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับจีน

8. มอบหมายให้ประธานรัฐสภายุโรปส่งมติดังกล่าวไปยังคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป, คณะกรรมาธิการยุโรป รัฐบาลไทยและจีน


 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง