พี่ชายของ "พอล แชมเบอร์ส" เล่าถึงสถานการณ์ที่น้องชายต้องเจอหลังจากถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 เพราะบทเกริ่นนำงานเสวนาบนเว็บไซต์สถาบันวิชาการในสิงคโปร์ ยืนยันว่าพอลอยู่ในไทยมานานพอที่จะรู้ว่ากฎเกณฑ์ของไทยและไม่เคยดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย
17 เม.ย.2568 เว็บไซต์ของโครงการ 112WATCH รายงานถึงกรณีของพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการสัญชาติอเมริกัน อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ประจำอยู่ที่สถานประชาคมอาเซียนของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 14 (1) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2560 จากข้อความเกริ่นนำของงานเสวนาบนเว็บไซต์สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ประเทศสิงคโปร์ และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างคดีเมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา
คิท แชมเบอร์ส พี่ชายของพอล เล่าถึงสถานการณ์ล่าสุดของพอลผ่าน ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ก่อตั้ง 112WATCH ทางโทรศัพท์ว่า ครอบครัวแชมเบอร์สได้พยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันให้คดีของพอลเป็นที่รับรู้ในระดับสากล โดยตัวเขาเองได้ติดต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และสื่อมวลชน เพื่อให้ทุกคนรับทราบถึงสวัสดิภาพของพอลในประเทศ
คิทกล่าวว่า เมื่อ 15 เม.ย. 2568 หลังจากพอลได้รับการประกันตัวแล้ว แต่ต้องสวมอุปกรณ์ติดตามข้อเท้า หนังสือเดินทางและวีซ่าทำงานของเขาถูกยึดไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยกำลังจะเข้าค้นบ้านและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเขา เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจนำมาใช้ฟ้องร้องเขาเพิ่มเติมในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันเป็นเท็จนี้
พี่ชายของพอลบอกว่า พอลเล่าถึงการต้องไปอยู่ในเรือนจำพิษณุโลกกับเขาว่าสภาพเรือนจำนั้นแย่มาก และพอลทนไม่ได้หากจะต้องกลับไปอีกในคดีที่มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกตัดสินว่ามีความผิด แต่พวกเขาก็ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และสมาชิกสำนักรัฐสภาคนสำคัญหลายแห่ง
“พอล แชมเบอร์ส เป็นนักวิชาการอาวุโสที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นชาวโอคลาโฮมาโดยกำเนิด เขาถูกจับกุมโดยมิชอบ ถูกคุมขังชั่วคราว และกำลังเผชิญกับการถูกฟ้องด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นจริงด้วยกฎหมาย ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’ หรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง (มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี) และยากที่จะเพิกถอนเมื่อคดีเริ่มต้นแล้ว” คิทกล่าวในแถลงของเขา
พี่ชายของพอลระบุว่าตอนนี้ ทางเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และทีมงานกำลังพยายามหาทางแนวทางในการช่วยเหลือ แต่ยังไม่มีผลลัพธ์และไม่อาจรับประกันได้ พอลใช้ชีวิตในประเทศไทยมานานกว่าสามทศวรรษ เข้าใจวัฒนธรรมและกฎเกณฑ์เป็นอย่างดี และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่เรื่องประเทศไทย แต่รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม เขาสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและลาว เขาไม่เคยเขียน โพสต์ หรือพูดจาดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเลยแม้แต่น้อย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกันได้รับทราบว่าตนเองถูกกองทัพภาคที่ 3 แจ้งความดำเนินคดีในคดีดังกล่าวและตำรวจออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่เคยได้รับหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหามาก่อน และเมื่อเขาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองพิษณุโลกเมื่อ 8 เม.ย.พนักงานสอบสวนได้นำตัวเขาไปขออำนาจศาลฝากขังระหว่างการสอบสวนที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก แม้ว่าพอลจะปฏิเสธว่าบทเกริ่นนำดังกล่าวเขาไม่ได้เป็นคนเขียนลงไปบนเว็บไซต์เองก็ตาม
ในเบื้องต้นทนายความจะได้ยื่นประกันตัวไปโดยวางเงินประกัน 150,000 บาท พร้อมระบุว่ายอมรับที่เงื่อนไขศาลตั้งให้ แต่ศาลจังหวัดพิษณุโลกซึ่งเป็นระดับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ประกัน ทนายความจึงต้องยื่นประกันต่อศาลอุทธรณ์ภาค 6 และต่อมาศาลอุทธรณ์จึงอนุญาตให้ประกันด้วยวงเงิน 300,000 บาท พร้อมวางเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศและให้ติดกำไลติดตามตัวหรือกำไล EM

พอล แชมเบอร์ส หลังศาลติดกำไล EM ที่ข้อเท้าข้างซ้าย ภาพจาก 112WATCH
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พอลกำลังรอผลการประกันตัวจากศาลอุทธรณ์ ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมืองมีคำสั่งเพิกถอนวีซ่าของพอลตามมา ทำให้หลังจากพอลได้ประกันตัวจากศาลแล้วจึงถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวไปคุมขังที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิษณุโลกต่อ ทนายความจึงต้องทำเรื่องอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนวีซ่าและประกันตัวพอลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งโดยวางหลักทรัพย์ประกันอีก 300,000 บาทก่อนได้รับอนุญาตให้ประกันตัวจากสำนักงานตรวจตนเข้าเมือง ทำให้พอลต้องใช้เงินประกันตัวจากเหตุครั้งนี้ไปถึง 600,000 บาท
นอกจากกรณีของพอลแล้ว ที่ผ่านมาเคยมีชาวต่างชาติอีกอย่างน้อย 5 รายคือโจ กอร์ดอนและ โอลิเวอร์ จูเฟอร์ แฮรี นิโคไล วันชัย แช่ตัน และ ซัลมาน ถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์หรือ ม.112 ที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี กฎหมายมาตรานี้ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าใช้เพื่อปราบปรามผู้เห็นต่างและปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์
จากกรณีของพอล กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจับกุมครั้งนี้ โดยระบุถึงความห่วงใยที่มีอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยเรียกร้องให้ทางการไทยเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และไม่ใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการแสดงออกโดยสุจริต องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศก็ได้แสดงความกังวลเช่นกัน โดยชี้ว่า มาตรา 112 ถูกนำมาใช้กับไม่เพียงแต่นักเคลื่อนไหวและนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักวิชาการด้วย แม้ว่าจะมีความพยายามในการผลักดันการปฏิรูปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ศาลไทยได้วินิจฉัยว่าความพยายามในการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญของประเทศ
