Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์วิจิตรศิลป์ มช. ยื่นหนังสือถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัย ร้องขอความเป็นธรรมถูกสวมสิทธิ์ขโมยผลงานวิชาการไปตีพิมพ์เป็นหนังสือ "ประวัติศาสตร์เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรม พิสดารนคร" ปรากฏชื่อผู้เขียนสองคน ทั้งที่ตนเองเป็นคนเขียนเนื้อหาเพียงคนเดียว ล่าสุดพบข้อมูลหนังสือดังกล่าวปลิวหายจากหน้าเว็บสำนักพิมพ์ มช. 

 

29 เม.ย. 2568 เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ผศ. ดร.สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์สาขาวิชาศิลปะไทยและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พยายามขอเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนวินัยกรณีการขโมยผลงานวิชาการของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนเองต่อ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศ. นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายหลังการประชุมสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ระหว่างนั่งรอยื่นหนังสืออยู่หน้าห้องประชุมมี ผศ. ทพ.พิริยะ เชิดสถิรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาพูดคุยกับอาจารย์สุรชัยและขออนุญาตเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือดังกล่าว เพื่อความเหมาะสม

ผศ. ดร.สุรชัย จงจิตงาม 

อาจารย์สุรชัยกล่าวว่า เมื่อปี 2563 ตนเองได้ทำงานศึกษา "โครงการสำรวจศิลปกรรมของชุมชนในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้น" โดยอาจารย์สุรชัยระบุว่างานชิ้นนี้ตนเป็นผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ต่อมาในปี 2565 มีอาจารย์ท่านหนึ่งใน มช. มาชวนให้นำงานดังกล่าวไปมาปรับเพิ่มเนื้อหาเนื่องจากได้รับทุนจากโครงการล้านนาสร้างสรรค์สำนักยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์สุรชัยจึงได้เพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปอีก 17 หน้า จนได้เป็นรายงาน "การสำรวจศิลปกรรมในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่" โดยตนเองเป็นผู้เขียนเนื้อหาที่เพิ่มเติม 17 หน้าแต่เพียงผู้เดียว

หลังจากนั้นได้มีการนำต้นฉบับรายงานการสำรวจศิลปกรรมในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ไปตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ "ประวัติศาสตร์เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรม พิสดารนคร" ปรากฏชื่อผู้เขียนสองคน โดยอาจารย์สุรชัยได้ท้วงติงมาตลอดว่าตนเองเป็นผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และได้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนและส่งหลักฐานเอกสารให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2567 และได้ไปให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 แล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลสอบข้อเท็จจริงออกมา ตนเองจึงต้องมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ เพื่อให้มีการเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จที่เกิดขึ้นในการขโมยผลงานวิชาการ

 

 

ส่วนหนึ่งจากหนังสือบันทึกข้อความ เรื่องขอให้เร่งรัดการดำเนินการสอบสวนทางวินัยในกรณีร้องเรียนการกระทำผิดวินัยในการขโมยผลงานวิชาการของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนเองที่อาจารย์สุรชัยเคยยื่นต่อนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า งบโครงการในปี พ.ศ.2565 ในการจัดทำรายงาน "การสำรวจศิลปกรรมในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่" ได้มีการกำหนดค่าจ้างเหมาบันทึกภาพถึงปีละ 50,000 บาท ในระยะเวลา 2 ปี รวมเป็นเงิน 100,000 บาท โดยข้อเท็จจริงรูปที่ปรากฏในหนังสือส่วนใหญ่อาจารย์สุรชัยยืนยันว่าตนเองและผู้ร่วมสำรวจเป็นคนถ่ายภาพดังกล่าวระหว่างการลงพื้นที่โดยไม่เสียเงินค่าจ้างช่างภาพ ยกเว้นภาพมุมสูงที่ถ่ายจากโดรนเพียงไม่กี่รูปเท่านั้นที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ยังมีการตั้งงบค่าจ้างเก็บข้อมูลประสานงานกับชุมชนในพื้นที่ปีละ 45,000 บาท ระยะเวลา 2 ปี รวมเป็นเงิน 90,000 บาท โดยอาจารย์สุรชัยระบุว่า ข้อมูลในรายงานฉบับปี 2563 และ 2565 เกือบทั้งหมดตนเองเป็นคนเขียนเอง โดยไม่ต้องใช้เงินที่สูงมากถึง 90,000 บาทอย่างแน่นอน และรายงานฉบับปี 2565 มีการเพิ่มเติมข้อมูลขึ้นมาเพียง 17 หน้าจากรายงานเดิม จึงเป็นการใช้งบโดยไม่สมเหตุสมผล ส่อถึงการใช้เงินที่อาจทุจริต

วานนี้ (28 เม.ย. 2568) เฟซบุ๊กเพจ “SAAP 24:7” โดยกลุ่มนักศึกษาที่ติดตามประเด็นในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตรวจสอบพบว่า ในวันที่ 27 เม.ย. 2568 ข้อมูลหนังสือประวัติศาสตร์เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรม พิสดารนคร ในเว็บไซต์สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้หายไป ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในวันที่อาจารย์สุรชัยเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวยังสามารถเข้าถึงได้บนเว็บไซต์

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง