Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผู้ว่าฯ สตง.แจงเก้าอี้ตัวละ 9 หมื่นสำหรับผู้บริหาร เพราะประธานเทียบเท่า รมต. ส่วนเจ้าหน้าที่ทั่วไปแค่หมื่นต้นๆ ยืนยันไม่มีห้องดูหนังมีแต่ห้องประชุม - ย้ำ สตง. เป็นองค์กรตรวจสอบ ไม่เอาความรู้สึก ไม่เอาข่าวทั้งหมด มาตรวจสอบ ต้องยึดตามกฎหมายและระเบียบ ทุกอย่างเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ หากเป็นเรื่องเอกสารจึงยินดีให้ความร่วมมือ

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 สำนักข่าวไทย  รายงานว่า นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ดพรรคเพื่อไทยในฐานะประธานคณะกรรมการกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ พร้อมด้วยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ และนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง กรณีตึก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.แห่งใหม่) ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว

โดยนายฉลาด กล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พระผู้แทนราษฎรได้เชิญ ผู้ว่าสตง. พร้อมคณะทั้งหมด 19 คน มาหมดทั้งคณะทำงานที่ตึกใหม่ยังอยู่ไม่ได้ยังอยู่ตึกเก่าอยู่ ซึ่งได้มีการสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในข้อคลางแคลงใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีข้อมูลหลั่งไหลมาจากทุกทิศ เช่น ประเด็นที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวบุคคลที่มีการเซ็นรับรองแบบ และ คนที่เซ็นรับรองแต่ไม่ใช่ผู้ควบคุมงาน มีตัวละครซึ่งให้การไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเอกสารที่มีอยู่ โดยเฉพาะผู้ควบคุมงาน อย่างนายสมเกียรติ ชูแสงสุข ประธานอนุกรรมการคลินิกช่าง ภายใต้สภาวิศวกร และวุฒิสมาชิก สาขาวิศกรรมสิ่งแวดล้อม ที่บอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมงานในฐานะผู้รับจ้างจาก สตง.

“แต่ทาง สตง.มีข้อเท็จจริงว่า ท่านเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ที่มารับจ้าง ในฐานะบริษัทร่วมค้า PKW ท่านต้องเป็นวิศวกรภาคี เป็นผู้อาวุโส ซึ่งข้อเท็จจริงเหล่านี้ ทางตำรวจได้สอบสวน และทางกรรมาธิการก็เกิดความสงสัย ท่านผู้ว่ามาวันนี้มาด้วยความสบายใจ” นายฉลาดกล่าว

ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส. พรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการ ระบุว่า วันนี้เป็นการเข้าชี้แจงของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินครั้งแรก และได้รับคำตอบอย่างชัดเจน สำหรับการก่อสร้างอาคารสำนักงาน สตง. แห่งใหม่นี้ คณะกรรมาธิการได้มุ่งเป้าในการติดตามเพิ่มเติมในสามประเด็น คือ การออกแบบ การจัดซื้อจัดจ้าง การควบคุมงาน สำหรับการออกแบบ คณะกรรมาธิการถามว่าทำไม สตง. ใช้การเลือกแบบเฉพาะ แทนที่จะประมูลแบบก่อสร้างตามมาตรา 83 ของ พ.ร.บ.ประกวดแบบจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง ผู้ว่าการฯ ระบุว่าเป็นตึกที่มีความซับซ้อน และมีประกาศของกฎกระทรวงรองรับไว้ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง คณะกรรมการตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้ระยะเวลาที่สั้นเพียงแค่ 1 เดือน ในการเลือกแบบก่อสร้าง นอกจากนี้การจัดซื้อจัดจ้างยังใช้ระบบ E-bidding หรือการประมูลงานทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ลดราคาไป 300 ล้านบาทในปี 2563 แต่ในปี 2562 ธนาคารโลกได้สั่งแบรนด์บริษัทแม่ที่รับเหมาก่อสร้างตึกนี้ รวมถึงสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อย่างเช่น สะพานในประเทศชิลี แล้วเกิดเหตุถล่ม ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นข่าวที่แพร่ออกไปทั่วโลก แต่ทำไมยังใช้บริษัทนี้รับเหมาก่อสร้าง อีกทั้งยังมีการจดทะเบียนในประเทศไทยเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น

รวมไปถึงการซื้อซองประมูลโครงการก่อน แต่ภายหลังไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลอะไร ตนไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องของผลงานหรือไม่ จนต้องไปใช้ชื่อบริษัทในประเทศไทยที่มีผลงาน มารับซองต่อ เพราะตอนนี้ยังตั้งคำถาม ถึงหน้าที่รับผิดชอบการก่อสร้างหลักว่าเป็นของไทยหรือจีน ซึ่งจากข่าวที่ปรากฏนั้น นายธีรัจชัย ก็เห็นว่าเป็นความรับผิดชอบของบริษัทจีนส่วนใหญ่ แม้ว่าไทยจะถือหุ้นในโครงการ 51% และจีน 49%

ขณะที่ส่วนของการควบคุมงานใช้ระบบในการคัดเลือก ไม่ใช่ E-bidding ซึ่งตนนำความคิดเห็นของนักวิชาการออกมาเสนอในที่ประชุมว่า หากมีการฮั้วของบริษัทออกแบบบริษัทควบคุมงานและบริษัทก่อสร้าง ก็อาจจะมีการแก้ไขแบบโดยนัดแนะกันก่อน จากการสอบถาม เปิดเผยว่ามีการแก้ไขแบบถึง 9 ครั้ง ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขแบบก่อสร้างดังกล่าว ถือเป็นการลดต้นทุนจริงหรือไม่ จะมีมีผลกระทบอะไรที่ตามมาบ้าง ผู้ที่แก้ไขมีการสอบถามคณะกรรมการควบคุมงานของ สตง. หรือไม่ รวมถึงการควบคุมงานของวิศวกร ที่มีข่าวออกมาว่าถูกปลอมลายเซ็นออกมานั้น ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องได้รับการตรวจสอบ

นายธีรัจชัย ยังตั้งข้อสังเกตถึงการตรวจสอบวัสดุในการก่อสร้างของคณะกรรมการควบคุมการก่อสร้างจาก สตง. ว่า ถ้ามีการฮั้วจริง สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่ถ้าไม่เกิดก็ไม่เป็นอะไร ซึ่งตนก็มองว่าถ้าเป็นลักษณะนี้ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การควบคุมงาน การออกแบบ อาจจะยังไม่ละเอียดพอ ซึ่งทั้งหมดที่ตนได้รับการชี้แจงครั้งนี้ อยากจะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เป็นการบกพร่องผิดพลาดโดยสุจริตหรือไม่ หรือถูกต้องโดยทุจริตหรือไม่

นายธีรัจชัย ยืนยันว่า การตรวจสอบจะโยงไปถึงเจ้าหน้าที่ของ สตง. และการก่อสร้างทุกขั้นตอน ซึ่งตนอยากจะขอให้สำนักงานคณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้าไปตรวจสอบภายในเพิ่มเติม เพราะ สตง.ไม่ใช่หน่วยงานรัฐทั่วไป จะใช้ระเบียบทั่วไปไม่ได้

ผู้ว่าฯ สตง.แจงเก้าอี้ตัวละ 9 หมื่นสำหรับผู้บริหาร เพราะประธานเทียบเท่า รมต.

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวถึงกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า โครงการก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)แห่งใหม่ ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาสูง ว่า ในการออกแบบสมมติมีเงินอยู่ 300 ล้านบาท จะสร้างสำนักงาน 1 หลังพร้อมอยู่ จึงไปจ้างคนมาออกแบบพร้อมคุรุภัณฑ์ในอาคาร และบอกว่าแต่ละชั้นจะใช้คุรุภัณฑ์อะไรบ้าง ซึ่งต้องมีการระบุชัดเจนว่าคุรุภัณฑ์มาจากห้างหรือร้านไหน สตง.มีหน้าที่ตรวจว่าการออกแบบและคุรุภัณฑ์นั้นเหมาะสมและเชื่อถือได้หรือไม่ กรณีที่เป็นข่าวเป็นครุภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการออกแบบ แต่จะเป็นครุภัณฑ์จริงๆ ได้ ต้องมีการก่อสร้างเสร็จและนำมาใช้ โดยในคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ป้องกันปราบปรามการประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ก็มีการสอบถามว่าจะมีการปรับลดราคาจริงหรือไม่ โดยหลังก่อสร้างเสร็จก็ต้องดูว่าเหมาะสมตามแบบราชการหรือไม่ ในส่วนราชการหากมีการปรับแบบ เพิ่มงานเท่ากับเพิ่มเงิน ลดงานก็เท่ากับลดเงิน ซึ่งปัจจุบันแบบของ สตง.ได้มีการลดเงิน

เมื่อถามถึงกรณีฝักบัวราคากว่า 1 หมื่นบาท เก้าอี้ห้องประชุมตัวละ 90,000 บาท นายมณเฑียร กล่าวว่า สตง.มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 2,400 คน เก้าอี้ตัวละ 1-2 หมื่นบาท การสร้างบริษัทโดยปกติจะกำหนดว่าชั้นสูงที่เป็นพื้นที่ผู้บริหาร ดังนั้นคุรุภัณฑ์จะมีการออกแบบตามฐานะ เก้าอี้แพงมีเพียงชุดเดียว ก็คือเก้าอี้ของประธาน และเก้าอี้ของกรรมการในห้องประชุม หลายคนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ สตง.ทุกคนต้องนั่งเก้าอี้ตัวละ 90,000 บาท แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ไปดูรายละเอียดจากกรมบัญชีกลางได้ เจ้าหน้าที่เกิน 80 % นั่งเก้าอี้ปกติ ส่วนฝักบัวนั้น ปัจจุบันทุกบริษัทต้องมีห้องน้ำ หากไปดูแบบของฝักบัวมีอยู่ 2 แบบ เมื่อทำจริงเอาทั้ง 2 แบบมารวมกัน ฝักบัวจึงแพง โดยผู้ที่ออกแบบได้เสนอราคาคุรุภัณฑ์มา สตง.มีหน้าที่ดูว่าเหมาะสมหรือไม่ และดูว่าบริษัทผู้ออกแบบได้อ้างอิงคุรุภัณฑ์ชิ้นดังกล่าวมาจากร้านใด ราคาถูกต้องหรือไม่ ขอย้ำว่าเป็นขั้นตอนการออกแบบไม่ใช่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง

“ขณะที่ประเด็นเก้าอี้ตามฐานะ หากเทียบตำแหน่งของผู้บริหารในสำนักงานก็เทียบเท่าระดับรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย สามารถศึกษาได้ ว่าประธานเทียบเท่าตำแหน่งอะไร หรือตำแหน่งผู้ว่า สตง. เทียบเท่าตำแหน่งอะไร กฎหมายมีเขียนไว้”

เมื่อถามถึงห้องฉายภาพยนต์ ในอาคารสำนักงาน สตง.นายมณเฑียร กล่าวว่า ทั้งหมดเรียกว่าห้องประชุม ขอย้ำว่าเป็นห้องประชุม หลังห้องประชุมจะเขียนว่าเป็นห้องแบบใด เช่น ห้อง class room และห้อง theater ย้ำว่าไม่มีห้องฉายภาพยนต์ เป็นเพียงลักษณะของห้องประชุม จึงขอแก้ข่าวว่า สตง.ไม่มีห้องดูหนัง

ย้ำ สตง. เป็นองค์กรตรวจสอบ ไม่เอาความรู้สึก ไม่เอาข่าวทั้งหมด มาตรวจสอบ

NBT Connext รายงานว่า นายมณเฑียร กล่าวภายหลังเข้าชี้แจงกรณีโครงการก่อสร้างตึก สตง. ต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สตง. เป็นองค์กรตรวจสอบ ไม่เอาความรู้สึก ไม่เอาข่าวทั้งหมด มาตรวจสอบเรา ต้องยึดตามกฎหมายและระเบียบ ทุกอย่างเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องเอกสาร เราจึงยินดีให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการตรวจสอบและกรรมาธิการด้วยเอกสารและระเบียบที่มีอยู่ทั้งหมด 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง