Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างฯ สภาผู้แทนราษฎร เชิญ 'ผู้ว่า สตง.' ให้ข้อมูลตึกถล่ม แต่กลับติดภารกิจ ส่งรองผู้ว่ามาแทน 'ปลอดประสพ' ประธาน กมธ. ต่อว่า 'ผู้ว่า สตง.' โดนตรวจสอบบ้างกลับไม่มาชี้แจง ระบุ "สตง. ตรวจงานมาเยอะให้คำแนะนำคนก็เยอะ ถ้าเกิดกับหน่วยงานอื่นท่านจะให้คำแนะนำต่อคนอื่นอย่างไร" - ตร.เตรียมเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เหตุอาคาร สตง.ถล่ม มากกว่า 5 คน

7 พ.ค. 2568 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกมธ.เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขและยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยของอาคาร โดยมี นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ รองประธานคณะกมธ. นายนิกร จำนง กมธ.และที่ปรึกษาคณะกมธ. เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นำโดย นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการ สตง. ในฐานะประธานกรรมการตรวจรับพัสดุในการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สตง. ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 รวมถึงคณะกรรมการคัดเลือกงานจ้าง กระทรวงอุตสาหกรรม และกรุงเทพมหานคร (กทม.)

นายปลอดประสพ กล่าวก่อนเริ่มต้นการประชุม ว่าคณะกมธ.วิสามัญฯ ชุดนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะสอบสวนหรือเอาผิดใคร และไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ แต่มีเป้าหมายเพื่อวางรากฐานใหม่ให้กับระบบการก่อสร้างของประเทศไทย ซึ่งเหตุการณ์ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างนั้น ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ เพราะหากมีการปฏิบัติตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด 100% แล้วปัญหายังเกิดขึ้น อาจสะท้อนว่าระเบียบที่ใช้อยู่นั้นล้าสมัยหรือไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ พร้อมย้ำว่าการทำงานของคณะกมธ.วิสามัญฯ จะมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ทั้งในระดับกฎหมาย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบราชการ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การก่อสร้างอาคารของทั้งภาครัฐและเอกชนในอนาคตต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นและไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอาคารที่เป็นทรัพย์สินของประเทศที่ประชาชนต้องพึ่งพิง ตลอดจนตนขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สตง. ให้เปิดใจยอมรับปัญหาและร่วมมือกันในการพัฒนาระบบ เพราะเชื่อว่าหน่วยงานที่เป็นต้นเหตุของปัญหาย่อมรู้ดีที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมยืนยันว่าการชี้แจงในที่ประชุมไม่ได้มีเจตนาทำให้หน่วยงานเสื่อมเสีย แต่ต้องการร่วมกันสร้างแนวทางใหม่ให้ประเทศไทยมีระบบก่อสร้างที่ปลอดภัย โปร่งใส และยั่งยืนสำหรับลูกหลานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารในการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างทั้งระบบ โดยมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว

ต่อว่า 'ผู้ว่า สตง.' โดนตรวจสอบบ้างกลับไม่มาชี้แจง

เว็บไซต์ไทยโพสต์ รายงานเพิ่มเติมว่า นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการ สตง.  กล่าวก่อนการประชุมว่า ผู้ว่า สตง.ติดงานที่ทำเนียบ เนื่องจากต้องให้ถ้อยคำต่อพนักงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงมาไม่ได้

ขณะที่ นายปลอดประสพ กล่าวว่าในฐานะที่ตนเป็นข้าราชการประจำเก่า เข้าใจความรู้สึกของท่านดี เพราะชีวิตตนก็เคยผ่านเรื่องแบบนี้มา วันนี้ท่านทราบดีว่าตึกถล่มลงมา มีคนตายกว่าร้อยคน งบประมาณของรัฐก็อาจสาบสูญไป บริษัทประกันจะยอมหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะถือว่าเป็นพิบัติภัย ซึ่งท่านก็ต้องมารับเคราะห์ และตนก็คิดว่า สตง.หลายท่านที่มาในห้องนี้ไม่เกี่ยวข้องเลย แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องช่วยกัน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย

สิ่งที่เกิดขึ้นกับอาคาร สตง.ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่มีตึกที่ใช้เงิน 2,000 กว่าล้านบาทสร้างขึ้นมา แล้วถล่มภายใน 8 วินาที มีคนตายเป็นร้อยคน จึงอยากขอร้องท่านให้ช่วยสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งเราจะพูดในเชิงการเมืองผสมกับความรู้สึกของประชาชน เนื่องจากประชาชนหวังว่า เราในห้องนี้ภายใต้ความร่วมมือของท่าน จะสามารถสร้างมิติใหม่ให้กับประเทศไทย

นายปลอดประสพ ระบุว่า เราอย่ามาปฏิเสธว่ามันไม่มีอะไร มันมีอะไรแน่นอน อย่ายกระเบียบอะไรทั้งสิ้นมาอ้างว่าปฏิบัติตามระเบียบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราปฏิบัติตามระเบียบแล้วเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมา แปลว่าระเบียบนั้นมันเฮงซวย หรือไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบ ต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่นอน ยืนยันว่า คณะกรรมการธิการชุดนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคดีใดๆ ทั้งสิ้น และเราจะปฏิวัติ ปฏิรูป เปลี่ยนแปลงระเบียบราชการทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะระดับพระราชบัญญัติ หรือรองลงมา ธรรมเนียมปฏิบัติ รวมไปถึงทางด้านวิชาการ เพื่อให้แน่ใจว่าอาคารทั้งของราชการ หรือเอกชน ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยนับแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ประเทศไทยไม่อาจสูญเสียสิ่งเหล่านี้ได้อีกเป็นอันขาด

ดังนั้น ตนอยากจะขอร้องท่าน ได้กรุณาช่วยเราสร้างอาคารของประเทศไทยใหม่ ที่ปลอดภัยกับลูกหลานเราในอนาคต และขอให้ท่านสบายใจว่า วันนี้ ในห้องนี้ ไม่มีใครที่จะมารังแก หรือถามไถ่ท่านให้เกียรติยศ ไม่ใช่จะมาดูถูกใคร แต่ท่านต้องยอมรับความจริงว่า เหตุมันเกิดที่ท่าน แล้วคนที่รู้ดีที่สุด ก็คือพวกท่าน เราไม่รู้ ตนเสียดายที่ ผู้ว่า สตง.ไม่มาด้วยตัวเอง ด้วยติดภารกิจอะไรก็ไม่แน่ใจ จริงเท็จตนก็ต้องเชื่อท่าน

"การไม่มาในวันนี้ เอาความเห็นส่วนตัวของผมเป็นหลัก เป็นลูกผู้ชายไม่พอ อยากขออนุญาตใช้ความเป็นคนอายุ 80 ปี ว่า ต้องเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ มีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ลุกขึ้นยืนอย่างกล้าหาญ เล่าให้พวกเราฟังว่า อะไรเกิดขึ้น เพราะสิ่งนี้จะลบล้างสิ่งที่ท่านถูกกล่าวหา หรือดูถูกดูแคลนจากสังคม เพราะฉะนั้น ทำไมลำบากเกินไป นำคำผมไปพูดเรียนท่าน ในฐานะที่ผมอายุเยอะมากกว่า แล้วผมจะเชิญท่านมาอีกอย่างแน่นอน"

นายปลอดประสพ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ประสงค์อยากฟังคำอธิบายจากปากท่านผู้ว่า สตง. เราเคารพในตำแหน่งของรองผู้ว่า สตง. ที่จริงตนเองทราบมาก่อนแล้วว่า ผู้ว่า สตง.จะไม่มา จึงได้มีการหารือกับกรรมาธิการหลายคน จริงๆตนจะเชิญท่านกลับด้วยซ้ำ แต่ถูกห้ามไว้ ว่าอายุมากแล้วไม่ควรใจร้อน ตนก็เชื่อ ทุกคนในคณะกรรมาธิการฯ ตนเองเตรียมคำถามไว้กว่า 20 ข้อ ขอเพิ่มข้อที่ 21 ให้เอากลับไปคิด และเรียนผู้ว่า สตง.ว่า ให้มาตอบตนเองในคณะกรรมาธิการครั้งหน้า ในฐานะที่เป็น สตง. ตรวจงานมาเยอะ ให้คำแนะนำคนก็เยอะ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดกับหน่วยงานอื่น ท่านจะให้คำแนะนำต่อคนอื่นอย่างไร และในบั้นปลายคณะกรรมการธิการจะไปให้ถึงการแก้ไขกฎหมาย รวมถึงบทบาทและสถานะของ สตง.ในอนาคต เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนไว้ใจได้ เท่ากับว่าก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเหมือนกัน

"ที่ผมพูดไปทั้งหมดนี้ ถ้ามันเกิดว่ามันแรงไปหรือไม่ให้เกียรติท่าน ตนเองก็ต้องขอโทษ แต่ตนพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ และอยากให้งานนี้ประสบความสำเร็จ" นายปลอดประสพ ทิ้งท้าย

ตร.เตรียมเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เหตุอาคาร สตง.ถล่ม มากกว่า 5 คน

Thai PBS รายงานว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีตึกอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า ภายหลังสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งประจักษ์พยาน เจ้าหน้าที่ สตง. ครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมไปถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคาร สตง. รวมกว่า 100 ปาก ซึ่งถือว่าคดีมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 80 ประกอบกับการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งการเก็บตัวอย่าง เหล็ก ปูน และวัตถุพยานอื่นๆ ส่งให้พิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบ

ล่าสุดพนักงานสอบสวนเตรียมที่จะพิจารณาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เบื้องต้นมีมากกว่า 5 คน แบ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดเป็นหลายส่วนและเป็นบุคคลที่เคยเข้ามาให้การกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยานมาก่อนหน้านี้ โดยหนึ่งในนี่จะถูกดำเนินคดีคือกลุ่มวิศวกร ซึ่งเบื้องต้นจะมีฐานความผิดในข้อหาผู้ใดเป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบควบคุมหรือทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการพึงกระทำการนั้น โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น ตามมาตรา 227 และความผิดตามมาตรา 238 ออกแบบควบคุมหรือทำการก่อสร้างฯ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย

ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของ สตง. คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บอกว่าจะต้องพิจารณาแยกการดำเนินคดีเป็นอีกกลุ่ม ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าพนักงาน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง