Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สหรัฐฯ กับยูเครน ได้ลงนามข้อตกลงเรื่องทรัพยากรแร่ได้ในที่สุด เปิดทางให้เกิดการฟื้นฟูยูเครนผ่านการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ผ่านกองทุนการร่วมลงทุนจากทั้งสองฝ่าย อีกทั้งข้อตกลงนี้จะไม่ส่งผลต่อยูเครนในการเข้าร่วมกับสหภาพยุโรป แต่ก็มีเรื่องน่าผิดหวังสำหรับผู้นำยูเครน คือการที่ข้อตกลงนี้ไม่ได้ให้หลักประกันด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ ด้วย

การลงนามความตกลงระหว่างยูเครนกับสหรัฐ ที่จะจัดตั้งกองทุนการลงทุนเพื่อการฟื้นฟูสหรัฐอเมริกา-ยูเครน

ที่มาภาพ: เอกซ์ ของ ยูเลีย สวีรีเดนโก รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของยูเครน 

ในที่สุดสหรัฐฯ กับยูเครนก็สามารถลงนามข้อตกลงเรื่องทรัพยากรแร่ได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระบวนการเจรจาต่อรองเป็นไปด้วยความติดขัด และบางครั้งก็เต็มไปด้วยปัญหา เช่นเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ อาศัยห้องสำนักงานรูปไข่ของทำเนียบขาวในการต่อว่าประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน และลากการเจรจาออกนอกประเด็น

โฆษณา - Advertising

แต่เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา ก็มีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวระหว่างสองประเทศ เป็นการเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถให้การสนับสนุนยูเครนผ่านทางการกองทุนการลงทุนร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือยูเครนฟื้นฟูจากสงครามได้

ในการเจรจาข้อตกลงนี้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ พยายามผลักดันให้เกิดข้อตกลงให้เร็วที่สุด แต่ทางยูเครนก็ยืนยันว่าควรจะต้องมีการการันตีเรื่องการคุ้มครองความมั่นคงให้ยูเครนลงในข้อตกลงด้วย อีกทั้งยังต้องการระบุเงื่อนไขให้ชัดเจนว่า ข้อตกลงใดๆ ก็ตามที่ทำกับสหรัฐฯ ในครั้งนี้จะไม่กลายเป็นการชดใช้คืนให้กับการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ซึ่งหมายถึงการที่สหรัฐฯ เคยช่วยเหลือยูเครนด้านการทหารมาก่อน

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการยูเครนประกาศว่า พวกเขาสามารถยกเลิกเงื่อนไขในข้อตกลงที่จะให้ยูเครนต้องชดใช้คืนการที่สหรัฐฯ เคยช่วยเหลือทางการทหารก่อนหน้านี้ แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถขอให้สหรัฐฯ การันตีการช่วยเหลือด้านความมั่นคงหลังจากนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ยูเลีย สวีรีเดนโก รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของยูเครนก็ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจจะยังช่วยเหลือยูเครนในเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องเงินทุน เช่น การให้ระบบป้องกันทางอากาศแก่ยูเครน

โฆษณา - Advertising

สวีรีเดนโก ได้ลงนามข้อตกลงดังกล่าวนี้ร่วมกับ สก็อตต์ เบสเซนต์ รมต.การคลังของสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้กำหนดให้ต้องมีการจัดหาเงินทุนจากทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดห้างหุ้นส่วนจำกัดระหว่างสองประเทศ โดยเงินทุนฝ่ายสหรัฐฯ จะมาจาก บรรษัทการเงินการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ DPF ฝ่ายยูเครนจะมาจาก หน่วยงานเพื่อการส่งเสริมหุ้นส่วนมหาชน-เอกชน หรือหน่วยงาน PPP

ข้อตกลงดังกล่าวนี้พูดถึงเรื่องทรัพยากรแร่ แร่หายาก ทรัพยากรธรรมชาติ และเศรษฐกิจ โดยมีการระบุรายชื่อทรัพยากรแร่ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลง 57 ชนิด ในจำนวนนี้มีแร่เหล็กที่สำคัญทางยุทธศาสตร์อยู่ด้วย อย่างเช่น ยูเรเนียม, ลิเทียม, แร่หายาก, โลหะมีค่าอย่างทองและแพลตตินัม รวมถึงมีการพูดถึงการใช้งบประมาณไปกับการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมไปถึงก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับหรือการรีไซเคิลด้วย

โดยทั้งสหรัฐฯ และยูเครนจะเป็นผู้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะทำโครงการลงทุนด้านไหนบ้าง และเงินทุนนี้อาจจะใช้ได้แค่กับโครงการในยูเครนเท่านั้น

สวีรีเดนโก สรุปเกี่ยวกับข้อตกลงว่าเป็นการที่ยูเครนกับสหรัฐฯ จะร่วมกันสร้างกองทุนที่จะดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกเข้าประเทศ โดยไม่ได้มีการพูดถึงภาระหนี้ของยูเครนต่อสหรัฐฯ ขณะเดียวกันข้อตกลงนี้ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องที่ยูเครนขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับสหภาพยุโรป

โฆษณา - Advertising

ผิดไปจากเป้าหมายตั้งต้นของเซเลนสกี?

อย่างไรก็ตามมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงนี้ในเรื่องที่ว่า ไม่ได้มีการระบุการันตีเรื่องการคุ้มครองความมั่นคงของยูเครน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีวางเป็นเป้าหมายไว้แต่เดิมในตอนที่เขาเสนอให้มีการทำข้อตกลงนี้กับสหรัฐฯ

เยฟเฮน มาห์ดา ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันคลังสมองของยูเครนชื่อ สถาบันเพื่อนโยบายโลก กล่าวว่า "นี่คือข้อตกลงเพื่ออนาคต เป็นข้อตกลงที่ออกจะมีลักษณะเป็นการเมือง มันคือความพยายามที่ (ยูเครน) จะคืนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แต่มันก็ไม่ได้มีการการันตีด้านความมั่นคงใดๆ เลย"

มาห์ดา กล่าวเปรียบเทียบอีกว่า ยูเครนได้ลงนามในข้อตกลงด้านความมั่นคงกับประเทศพันธมิตรอื่นๆ มากกว่า 30 ฉบับแล้ว ซึ่งแต่ละข้อตกลงก็มีประโยชน์ต่อนโยบายความมั่นคงของยูเครนมากกว่าทั้งนั้น เมื่อเทียบกับข้อตกลงกับสหรัฐฯ ที่จะมีการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูยูเครน

แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญอีกส่วนหนึ่ง ที่มองว่า ข้อตกลงนี้จะยังให้ความได้เปรียบทางการเมืองกับยูเครน จากการที่มันเป็นการคงไว้ซึ่งความร่วมมือกับสหรัฐฯ

โฆษณา - Advertising

ทิโมฟี มิโลวานอฟ คณบดีวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์เคียฟ ที่ในอดีตเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังกล่าวว่าข้อตกลงนี้ "เป็นชัยชนะทางการเมืองและทางการทูตครั้งใหญ่สำหรับยูเครน" และในขณะเดียวกันมันก็ทำให้รัฐบาลทรัมป์มีภาพลักษณ์ทางการเมืองเป็นบวกในประเทศมากขึ้นด้วย เพราะเป็นการแสดงทัศนคติเชิงบวกกับยูเครน

อีกทั้งมิโลวานอฟยังมองว่าข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงที่ "ดูเป็นธรรม" และทำให้ "ยูเครนสามารถปกป้องผลประโยชน์ตัวเองได้"

สื่อรายงานว่าหลังจากที่มีการลงนามในข้อตกลง ทรัมป์ ก็ตกลงโดยทันทีที่จะขายอาวุธให้กับยูเครนอย่างน้อย 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลทรัมป์สมัยสองยอมขายอาวุธให้กับยูเครน

เรียบเรียงจาก

Ukraine: What are the benefits of the minerals deal with US?, DW, 02-05-2025
https://www.dw.com/en/ukraine-what-are-the-benefits-of-the-minerals-deal-with-the-us/a-72421807

U.S.–Ukraine minerals deal: key points of the newly signed agreement, The Kyiv Independent, 01-05-2025
https://kyivindependent.com/u-s-ukraine-minerals-agreement-the-main-points-of-the-newly-signed-deal/

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising