5 ปี 'วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์' ถูกบังคับสูญหาย 'สิตานัน' พี่สาววันเฉลิมเปิดตัวหนังสือ 'ราคาของความจริง' บอกเล่าเรื่องราวการตามหาน้องชายและการยุติการอุ้มหายเป็นครั้งแรก
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 นี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับ สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จัดงาน The Price of Truth: ให้ความจริงอยู่กับเราทุกที่ ในวันที่ 6 มิถุนายน 2568 เวลา 18.30 – 20.30 น. ณ ห้องโถงใหญ่ อาคารสำนักกลางนักเรียนคริสเตียน
งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงกรณีครบรอบ 5 ปี การบังคับสูญหายของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และเปิดตัวหนังสืออย่างเป็นทางการในชื่อ “ราคาของความจริง” บันทึกการตามหาน้องชายและเส้นทางรณรงค์ยุติการบังคับสูญหายของสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนบทบันทึกความจริงของสิตานันเกี่ยวกับเรื่องราวการออกเดินทางตามหาวันเฉลิมตลอดระยะเวลา 5 ปี และการต่อสู้เพื่อยุติอาชญากรรมการบังคับสูญหาย คู่ขนานไปกับราคาที่สิตานันต้องจ่ายจากการพยายามตามหาความจริง
ก่อนหน้านี้ หนังสือดังกล่าวมีกำหนดเปิดตัวเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 ภายในงาน “แล้วเธอจะปลอดภัยที่ปลายทาง: ยุติการอุ้มหาย รับมือภัยปราบปรามข้ามชาติ” ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเนื่องในวันผู้สูญหายสากล อย่างไรก็ตาม มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และองค์กรร่วมจัดงานต้องเผชิญกับความพยายามจากหลายหน่วยงานที่ต้องการปิดปากและเซ็นเซอร์ไม่ให้พูดถึงหรือแม้แต่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับกรณีผู้ถูกบังคับสูญหายที่เป็นคนไทย และในเวลาต่อมามีการระบุชื่อกรณีอย่างชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้ผู้จัดงานพูดถึงหรือจัดแสดงกรณีของ “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ผู้ลี้ภัยและนักกิจกรรมทางการเมืองไทย ที่ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 จึงเป็นเหตุให้หนังสือ ราคาของความจริง ถูกเลื่อนการเปิดตัวออกไปอย่างไม่มีกำหนด และไม่มีการจัดแสดงผลงานที่มีภาพของวันเฉลิม
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองถูกลักพาตัวขึ้นรถตู้สีดำที่บริเวณแม่โขง การ์เดน คอนโดมิเนียม กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งก่อนการถูกบังคับให้สูญหาย วันเฉลิมได้ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังการรัฐประหารโดย คสช. ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอซา ใน พ.ศ. 2557
ต่อมาพี่สาวและครอบครัวของนายวันเฉลิม ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากมารดาของนายวันเฉลิม ได้ออกมาต่อสู้เรียกร้องและยื่นหนังสือต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีหน้าที่และอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์การบังคับให้สูญหายดังกล่าว ทั้งนี้ ภายหลังจากประเทศไทยมี พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 สิตานันได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับศูนย์ป้องกันการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหาย สำนักงานอัยการสูงสูด ทว่า ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่กรณีนี้ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา และศูนย์ป้องกันการทรมานฯ ยังคงไม่มีการแจ้งความคืบหน้าใด
กรณีวันเฉลิม ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการปราบปรามข้ามชาติ (Transnational Repression - TNR) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสะท้อนให้เห็นการที่รัฐบาลใช้มาตรการกดปราบ คุกคาม ไล่ล่า ข้ามพรมแดนเพื่อปิดปากผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือผู้ถูกมองเป็นปฏิปักษ์ ซึ่งส่วนมากต้องลี้ภัยออกนอกประเทศเนื่องจากกลัวภัยอันตราย วิธีการกดปราบรวมถึงการลอบสังหาร การเนรเทศออกนอกประเทศ การลักพาตัว หรือการคุกคามทางไซเบอร์ และแสดงให้เห็นความร่วมมือระหว่างประเทศต้นทางกับประเทศปลายทาง และความล้มเหลวของกลไกระหว่างประเทศในการคุ้มครองผู้ลี้ภัยจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
