Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

4 มิ.ย. 2563 ต้าร์-วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศกัมพูชา ถูกลักพาตัวไปจากถนนหน้าที่พักในกรุงพนมเปญ ขณะโทรศัพท์คุยกับ เจน-สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาว โดยเสียงสุดท้ายที่ได้ยินจากวันเฉลิมผ่านโทรศัพท์คือ "โอ๊ย หายใจไม่ออก" ก่อนสายจะตัดไป

วันเฉลิมเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมจำนวนหลายสิบรายที่ได้รับหมายเรียกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังการรัฐประหาร 2557 แต่เขาไม่ได้ไปรายงานตัวตามหมายเรียก วันเฉลิมเลือกที่จะลี้ภัยไปอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยวันที่ 25 มิ.ย. 2561 วันเฉลิมถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก ‘กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ’ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านรัฐบาล คสช. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแถลงจับกุมเขาในฐานะผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ด้วยบุคลิกที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย วันเฉลิมจึงมักผูกมิตรกับบุคคลที่เขาพบเจอในชีวิตประจำวัน เขาได้รู้จักกับบุคคลที่มีอำนาจในกัมพูชาจนเกิดเป็นเครือข่ายทางการเมือง ซึ่งนำสู่บทบาทการเป็น ‘ผู้ให้ความช่วยเหลือ’ สำหรับนักกิจกรรมชาวไทยที่ถูกหมายเรียกจากรัฐบาล คสช. โดยเขาจะเป็นผู้ให้คำแนะนำในการเดินทางข้ามไปกัมพูชา นอกจากนั้น วันเฉลิมยังเป็นผู้ริเริ่มวางแผนลงทุนธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศกัมพูชา เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ลี้ภัยหลายคนที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตนได้ อย่างการเปิดร้านส้มตำบริเวณใกล้ที่พักของเขา

วันเฉลิมทำงานเป็นเยาวชนนักเคลื่อนไหวด้านเอชไอวีก่อนลี้ภัย เป็นผู้ดูแลงานภาคสนามด้านเอชไอวีของสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย นอกจากนั้น วันเฉลิมยังเคยทำงานให้กับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อปี 2555-2557 ซึ่งเขามีส่วนในการทำให้เกิดภาพไวรัลบนโลกออนไลน์ในปี 2556 คือ ภาพชัชชาติเดินเท้าเปล่าเข้าวัดพร้อมถุงแกง ก่อนถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านเผยแพร่ข่าวสารและประชาสัมพันธ์ และสถาบันเยาวชนเพื่อไทย สังกัดพรรคเพื่อไทย ในช่วงการชุมนุม กปปส. ปี 2557

โฆษณา - Advertising

สิตานันเล่าว่า ทันทีที่สายโทรศัพท์ของวันเฉลิมถูกตัดไป เธอได้พยายามติดต่อกลับกว่าครึ่งชั่วโมง รวมทั้งติดต่อเพื่อนให้ช่วยตรวจสอบกับที่พัก จึงได้ทราบว่าวันเฉลิมหายไป โดยมีหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดระบุว่า วันเฉลิมถูกชายสวมชุดสีดำพาตัวขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮแลนเดอร์ สีน้ำเงินเข้มหรือดำ หมายเลขทะเบียนรถ 2X-2307 ระหว่างที่เขาลงมาซื้อลูกชิ้นบริเวณหน้าที่พัก

ก่อนวันเฉลิมจะหายตัวไป เขาเคยส่งภาพและข้อความเกี่ยวกับการถูกสะกดรอยตามจากชายต้องสงสัย 3 คน ขณะลี้ภัยที่ประเทศกัมพูชาให้กับเพื่อนของเขา พร้อมเล่าว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารบุกไปหาแม่ของวันเฉลิมที่บ้านในจังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย

หลังข่าวการหายตัวของวันเฉลิมถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ แฮชแท็ก ‘#Saveวันเฉลิม’ ก็ถูกกล่าวถึงจำนวนมาก จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ (ปัจจุบันชื่อ X) ประเทศไทย และมีการจัดกิจกรรม ‘ทวงความเป็นธรรมให้วันเฉลิมและผู้ลี้ภัยทุกคน #saveวันเฉลิม’ บริเวณ Skywalk หน้าหอศิลปกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2563

นอกจากนั้น องค์กรนักเรียนและนักศึกษาหลายแห่งได้ออกแถลงการณ์ยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พร้อมเรียกร้องการผลักดันพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหาย ซึ่งการหายตัวของวันเฉลิมครั้งนี้ทำให้ใบหน้าหรือเรื่องราวของผู้ถูกทำให้สูญหายในประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เช่น เตียง ศิริขันธ์, หะยีสุหลง โต๊ะมีนา, สมชาย นีละไพจิตร, พอละจี รักจงเจริญ เป็นต้น

โฆษณา - Advertising

ทั้งนี้ วันเฉลิมไม่ใช่ผู้ลี้ภัยทางการเมืองคนแรกที่ถูกทำให้สูญหายขณะลี้ภัยจากคดีทางการเมือง นับตั้งแต่การรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปี 2557 เขาเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยจำนวน 9 ราย ที่สูญหายขณะลี้ภัยจากคดีทางการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ดีเจซุนโฮ-อิทธิพล สุขแป้น, โกตี๋-วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สุรชัย แซ่ด่าน, ลุงสนามหลวง-ชูชีพ ชีวสุทธิ์, สหายยังบลัด-กฤษณะ ทัพไทย, สหายข้าวเหนียวมะม่วง-สยาม ธีรวุฒิ และวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีการยืนยันการเสียชีวิตด้วยการพบศพจำนวน 2 ใน 9 รายที่แม่น้ำโขง คือ สหายกาสะลอง-ไกรเดช ลือเลิศ และสหายภูชนะ-ชัชชาญ บุปผาวัลย์

ขณะเดียวกัน การถูกทำให้สูญหายของวันเฉลิมกลับกลายเป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงสำหรับปรากฏการณ์ไฟลามทุ่งทั่วประเทศตลอดครึ่งปีหลังของ 2563 ซึ่งเกิดการชุมนุมทางการเมืองของขบวนการนักเรียนและนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องในประเด็นสิทธิต่าง ๆ เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านความรุนแรงที่กระทำโดยรัฐ และนำมาสู่การผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งถูกบังคับใช้ในปี 2566 อีกด้วย

 

อ้างอิง

โฆษณา - Advertising

หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising