Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผลการหารือระหว่าง ชาวบ้านไทดำ ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ฯ กับกระทรวงมหาดไทย ยังไม่ยกเลิกหนังสือ น.ส.ล. ทับที่ชุมชนไทดำ โดย รมช.ขอลงพื้นที่อีกครั้ง 20 มิ.ย.68 ก่อนตัดสินใจ ด้าน ‘ชาวไทดำ’ แถลงเดินทางกลับสุราษฎร์ฯ และพร้อมขึ้นมาเมืองหลวง หากไม่มีการแก้ไขปัญหา

 

12 มิ.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก "IMN เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง" รายงานวานนี้ (11 มิ.ย.) ชาวไทยทรงดำ ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) และเครือข่ายกว่า 100 คน เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ เพื่อขอคืนสิทธิในที่ดินดั้งเดิม จากกรณีถูกเจ้าหน้าที่รัฐประกาศหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ทับที่ดินของชุมชนชาวไทยทรงดำ ในหมู่ 1 และหมู่ 4 ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม พื้นที่รวม 1,318 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวดังกล่าว ชาวไทยดำอาศัยอยู่มานานกว่า 70 ปี และมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ สร้างความไม่มั่นคงให้ชาวบ้าน

ต่อมา ช่วงบ่ายของวันที่ 11 มิ.ย. 2568 มีการประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ดินเอกชนที่ปล่อยทิ้งร้าง และปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยมี ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อ 23 เม.ย. 2568

บรรยากาศการประชุมค่อนข้างมีความเข้มงวด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมประชุมอนุกรรมการฯ เพียง 25 คน ก่อนที่ชาวบ้านจะขอเข้าร่วมเพิ่มเป็น 28 คน และให้เข้าร่วมเฉพาะรายชื่อที่มีการแจ้งกระทรวงหมาดไทยล่วงหน้าเท่านั้น อย่างไรก็ดี มีชาวบ้านคนหนึ่งไม่ได้แจ้งชื่อล่วงหน้าขอเข้าประชุมด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยอม จึงมีการเจรจา และสุดท้ายได้ข้อสรุปว่าต้องให้ชาวบ้านคนหนึ่งถอนตัวไม่เข้าร่วมประชุม และให้ชาวบ้านที่ไม่ได้แจ้งชื่อเข้าร่วมประชุมแทน

สำหรับระยะเวลาการประชุมใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และได้ผลสรุปว่า ทรงศักดิ์ ทองศรี ยังไม่ทำตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านคือเพิกถอน ประกาศ น.ส.ล.ทับที่ชุมชน แต่จะขอลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ว่า การออก น.ส.ล.มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้อย่างไร

จากนั้นตัวแทนชาวไทยทรงดำที่เข้าร่วมประชุมได้ออกมาแจ้งผลการประชุมกับผู้ชุมนุม สรุปว่า การขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมประชุม ‘ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย’ คือ เพิกถอนประกาศ น.ส.ล. ทั้งๆ ที่ในที่ประชุมมีการแสดงหลักฐานของชาวบ้านเพื่อโต้แย้งเหตุผลของทางราชการในการออกประกาศ น.ส.ล. หลักฐานที่แสดงคือเมื่อตรวจสอบทะเบียนที่ดินในปี 2475 พบว่า ที่ดินของชาวไทยดำไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ ชื่อหมู่บ้านที่ทางราชการใช้อ้างเพื่อประกาศที่สาธารณะทับที่ดินของชุมชนก็ไม่ตรงกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับองค์การบริหารส่วนตำบล และอำเภอ ก็ไม่ได้โต้แย้ง แต่ทรงศักดิ์ กลับไม่กล้าที่จะสั่งการให้เพิกถอนประกาศ น.ส.ล.

ในที่ประชุมยังมีการแจ้งข้อมูลอย่างเป็นพิรุธ หรือมีนัยสำคัญว่า หากไม่มีหลักฐานว่าที่ดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะมาก่อน ก็ยังมีช่องทางอีกช่องทางหนึ่งในการประกาศให้ที่ดินเป็นที่สาธารณะได้นั่นคือ การประกาศให้เป็นที่สาธารณะโดยสภาพ ซึ่งตัวแทนผู้ชุมนุมหวั่นเกรงว่า ทางราชการจะใช้ช่องทางนี้ในการประกาศ น.ส.ล.ทับที่ชาวบ้าน จึงจะขอให้ชาวบ้านไปรวบรวมเอกสารการนำชี้ที่ดินต่อไปว่ามีการดำเนินการถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่

หลังจากการประชุมร่วมกับอนุกรรมการฯ ชาวบ้านไทดำ ได้ร่วมกันหารือ และจันทรัตน์ รู้พันธ์ ผู้ประสานงานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ชุมชนไทดำ แถลงที่หน้ากระทรวงมหาดไทย ดังนี้

ชาวไทดำ ชุมนุมหน้ากระทรวงมหาดไทย ถ่ายโดย แมวซาโบ

“ชาวไทดำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ออกผิดตำแหน่งยังไม่ได้มีการแก้ไขทับชุมชน ไทดำ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 สร้างความเดือดร้อน ระยะเวลาประมาณ 70 ปีที่ผ่านมา พวกเราเดินทางขึ้นมาเพื่อติดตามการประชุมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีการนัดหมายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะได้มีการประชุมแก้ไขไทดำ หมู่ 1 หมู่ 4 อ.ทรัพย์ทวี จ.สุราษฎร์ธานี ให้แล้วเสร็จ เรามีความตั้งใจจะขึ้นมากรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 9 (มิ.ย.) ได้ปักหลักคัดค้านหน้า UN เป็นเวลา 2 คืน วันนี้เราได้เดินทางมาที่กระทรวงมหาดไทยตั้งแต่เช้าโดยมีความหวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นปัญหาที่กดทับมานานถึง 70 ปี และเกิดปัญหาลุกลามบานปลายจนถึงขับไล่ชุมชน จะได้มีการแก้ไข เราเชื่อว่าหน่วยงานที่มีอำนาจแก้ไขสูงสุดอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะแก้ไขปัญหาคือ กรมที่ดิน กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ล้วนแล้วแต่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย

“ผลการประชุมวันนี้มติในที่ประชุมยังไม่ได้มีการสรุปหรือมีมติให้มีการเพิกถอน น.ส.ล.ที่หลักฐานเป็นเอกฉันท์แล้วว่าผิดตำแหน่ง คือทะเบียนเดิม พ.ศ. 2475 ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลท่าเรือนั้น อยู่คนละที่กับชุมชนไทดำ เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานในพื้นที่ คือ อ.บ.ต. อำเภอ และจังหวัดแล้ว จึงได้มีการนัดหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ ในวันที่ 20 มิ.ย. เพื่อดูข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง และจะนำมาสู่การตัดสินใจเพิกถอน น.ส.ล.

“ทางชุมชนไทดำ จึงมีมติร่วมกันเป็นเอกฉันท์แล้วว่า เราจะเดินทางกลับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพร้อมจะขึ้นมาใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ” จันทรัตน์ กล่าว 

หลังจากอ่านแถลงการณ์ เมื่อเวลา 18.45 น. ชาวไทดำ เริ่มทยอยแยกย้ายออกจากพื้นที่

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง