Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ชาวไทดำ บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ฯ เดินทางมายื่นหนังสือที่พรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีนายอำเภอติดประกาศไล่ชาวไทดำออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ยืนยันต้องการปกป้องที่ดินทำกินของบรรพบุรุษที่อยู่มาแล้ว 70 ปี

 

22 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา ชาวชาติพันธุ์ไทดำ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม และหมู่ที่ 2 ต.กรูด อ.พุนกิน จ.สุราษฎร์ธานี เดินทางไกลมาปักหลักค้างคืนที่หน้าอาคารสำนักงานสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ก่นอที่ต่อมา 21 เม.ย. 2568 กลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ ส่งตัวแทน 20 คนยื่นหนังสือถึง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

อิสรีย์  พรายงาม ตัวแทนชาวไทดำได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวว่าพวกเขาเดินทางมากรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เพราะต้องการปกป้องสิทธิในที่ดินทำกินที่เป็นของบรรพบุรุษของพวกเขา ที่อยู่อาศัยกันมานานกว่า 70 ปี เนื่องจากเมื่อปี 2529 มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ทับกับที่ดินชุมชน ทำให้มีการเจรจาหาทางออกเรื่องนี้ร่วมกันมา จนกระทั่ง 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีคนเข้ามาติดประกาศของฝ่ายปกครอง ระบุว่าจะไม่อนุญาตให้ชาวบ้านไทดำ ซึ่งอาศัยในเขตหมู่ 1 และหมู่ 4 ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม อาศัยอยู่ที่นี่อีกต่อไป และให้เวลา 30 วันในการย้ายออก ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2568 ทำให้ตอนนี้ชาวไทดำอาศัยอยู่ด้วยความกังวล

 

 

 

ทางด้านจันทรัตน์  รู้พันธ์ ผู้ประสานงานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ชุมชนไทดำ หมู่ 1 และ 4 อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี ก็ได้ระบุว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2563 กลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ สุราษฎร์ธานี ในนามกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ไทดำ ได้เข้าร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) เพื่อให้เกิดกระบวนการเจรจากับภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินที่ยืดเยื้อมายาวนาน เกิดการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา

ต่อมา ในปี 2564  ได้ข้อสรุปว่าการประกาศที่ น.ส.ล. ทั้งในปี 2529 2547 และ 2548 เป็นการประกาศผิดตำแหน่ง โดยผลของการตรวจสอบครั้งนี้มีมติคณะรัฐมนตรี 16 ต.ค. 2566 ให้แก้ไขปัญหาจนได้ข้อยุติ ผ่านการลงนามเห็นชอบจากทุกฝ่ายตั้งแต่ในระดับอำเภอ (นายอำเภอบ้านนาเดิม) จังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี) และระดับกระทรวง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) จึงนำไปสู่กระบวนการทำแผนที่ใหม่เพื่อเพิกถอน น.ส.ล. ปี 2529 จำนวน 1,318 ไร่

“ที่ผ่านมาไม่เคยรุนแรงถึงขนาดที่มาติดป้ายไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่แบบนี้ เขาไม่มีการแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าเลย ทั้งๆ ที่ประเด็น น.ส.ล. (หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง) มีการสอบสวนจากผู้มีอำนาจหน้าที่ คือผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐมนตรีมหาดไทยแล้วว่าระบุผิดตำแหน่ง ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมทางอำเภอถึงไม่มีการทำงานประสานงานกับส่วนกลาง” จันทรัตน์กล่าว

 

 

โดยในช่วงเวลา 14.00 น. ณ สำนักงานใหญ่พรรคภูมิใจไทย ทางสิรวิชญ์ บ่อถ้ำ หัวหน้าฝ่ายประสานงานพรรคภูมิใจ เป็นตัวแทนมารับหนังสือจากกลุ่มไทดำแทนอนุทิน ชาญวีรกูล

โดยรายละเอียดในหนังสือระบุขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินการสั่งขับไล่รื้อถอนที่อยู่และผลอาสิน ทั้งที่ปัญหานี้อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการขัดกับมติคณะรัฐมนตรีและมติของคณะกรรมการซึ่งกำลังดำเนินการแก้ปัญหาอยู่ และระหว่างการตรวจสอบขอให้นายอำเภอบ้านนาเดิม กลับมาทำงานในกรมการปกครองจนกว่าปัญหาจะแก้แล้วเสร็จ

ข้อต่อมาขอให้อนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง และปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย เร่งแก้ไขกรณีปัญหาที่ดิสาธารณประโยชน์ทุ่งปากขอ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ฯ ซึ่งมีผลการตรวจสอบแล้วสรุปว่าออกผิดพลาดคลาดเคลื่อนทับที่ดินของราษฎร และขั้นตอนของการแก้ปัญหาได้ข้อสรุปให้สั่งการดำเนินการตามแนวทางการแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จ

หลังจากที่มีการยื่นหนังสือให้แก่สิรวิชญ์ ตัวแทนพรรคภูมิใจ รับปากว่าจะรับหนังสือไว้ตามระเบียบ และจะประสานงานถึงส่วนงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีข้าราชการในพื้นที่มาร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์และเอกชนปล่อยทิ้งร้าง ณ กระทรวงมหาดไทย ที่มีอนุทิน เป็นประธานการประชุม ในวันที่ 23 เม.ย.ที่จะถึงนี้

โดยหลังจากการเสร็จสิ้นการยื่นหนังสือกลุ่มชาวไทดำ ได้เดินทางกลับมาปักหลักกันที่หน้าอาคารสหประชาชาติ โดยในช่วงเย็นของวันนี้จะมีวงเสวนา “เพื่อนชาติพันธุ์ไทดำ เรียกหาความเป็นธรรมให้คนไทดำ” ที่มีผู้ร่วมวงเสวนาโดย รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา, สมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน, จำนงค์ หนูพันธ์ ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, สุภาพร มาลัยลอย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม, และพวงเพ็ญ จิ๋ววิเศษณา สื่อมวลชนอิสระ 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง