Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. ในฐานะปธ.บอร์ด สปสช. เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือ 13 พ.ย. ถกทางออก หลังศาลปกครองสูงสุดรับคำฟ้องของแพทยสภา ปมโครงการจ่ายยาตาม 16 กลุ่มโรคอาการแก่ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง

11 พ.ย. 2567 วันนี้ (11 พ.ย.) สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่าในวันพุธที่จะถึงนี้ (13 พ.ย.) จะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงทางออก กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รับฟ้องคำร้องของแพทยสภา กรณีการจ่ายยาตาม 16 กลุ่มโรคอาการแก่ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ซึ่งเป็นโครงการระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสภาเภสัชกรรม ดำเนินการตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว

ก่อนหน้านี้แพทยสภาฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนประกาศ สปสช. ตัวที่เกี่ยวกับโครงการนี้ โดยให้เหตุผลว่าผิด พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม เนื่องจากเป็นการให้เภสัชกรจ่ายยาเองโดยไม่ผ่านการวินิจฉัยโรค ศาลปกครองสั่งไม่ฟ้องเพราะไม่ได้ฟ้องภายใน 90 วัน

แพทยสภาจึงยื่นอุทธรณ์โดยอ้างว่าเป็นการฟ้องคดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษา (ดูคำสั่งศาล)

โดยตุลาการศาลปกครองสูงสุดมีความเห็นสรุปได้ดังนี้

(1) ประกาศ 16 กลุ่มอาการของ สปสช. เป็นการส่งเสริมให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ถูกต้อง

(2) เป็นการฝ่าผืนต่อ พรบ.วิชาชีพเวชกรรม

(3) อาจเป็นการก่ออันตรายให้กับประชาชนทั่วประเทศ

(4) แพทยสภามีฐานะเป็นผู้ฟ้องคดีได้เพราะมีหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรม คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนอันเนื่องมาจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

(5) คำฟ้องนี้เป็นประโยชน์สาธารณะ

 

ไม่ได้ค้านเภสัชฯ จ่ายยาเจ็บป่วยเล็กน้อย

แต่ห่วงยาบางตัวต้องวินิจฉัยก่อน

ข้อกังวลของแพทยสภาคือประเด็นเรื่องการจ่ายยาโดยไม่ตรวจวินิจฉัยอาจทำให้ประชาชนสุ่มเสี่ยง

พญ.ชัญวลี ศรีสุโข กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า แพทยสภาเห็นด้วยในการให้เภสัชกรจ่ายยากรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย เพราะจะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล แต่ปัญหาคือ 16 กลุ่มอาการที่มีลิสต์ยาที่สามารถจ่ายได้นั้น พบว่ามียาที่ต้องจ่ายต่อเมื่อมีการวินิจฉัยแล้ว ซึ่งมีรายการยาออกมา เมื่อทางแพทย์เห็นก็กังวล ยกตัวอย่าง เรื่องสูตินรีเวช อย่างมีอาการตกขาว จะจ่ายยากิน ต้องวินิจฉัยก่อน แม้จะเป็นอาการเล็กน้อย แต่เมื่อตรวจภายในพบว่า มีอาการเบาหวานร่วม หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ร่วมก็มี

 

สปสช. ดำเนินโครงการต่อ

เจตนาให้ ปชช.สะดวก-ลดโหลดงาน รพ.

สปสช. ชี้แจงประชาชนว่า "บริการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ ที่ร้านยาคุณภาพ ยังใช้สิทธิบัตรทองไปรับบริการได้เหมือนเดิม" ทั้งนี้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำวินิจฉัยเป็นอื่น

 

 

มติชนรายงานความเห็นของ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช.ว่า ไม่ก้าวล่วงเรื่องการตัดสินของศาล โดยขณะนี้จะยังดำเนินโครงการต่อ ประชาชนยังไปรับยาได้ตามปกติ แต่เมื่อการพิจารณาถึงที่สุดแล้ว เป็นอย่างไร สามารถดำเนินการได้หรือไม่นั้น สปสช.ก็จะรับมาดำเนินการให้ถูกต้อง

นพ.จเด็จ กล่าวด้วยว่ากลุ่มอาการเหล่านี้เป็นอาการที่คนมักจะไปซื้อยากินเองอยู่แล้ว สปสช.แค่ต้องการให้เกิดความสะดวกและประชาชนก็ไม่ต้องจ่ายเงินเอง โดยในโครงการก็มีการกำหนดว่าร้านยาต้องติดตามอาการ หากไม่ดีขึ้นใน 3 วันต้องส่งต่อไปหน่วยปฐมภูมิ

มติชนยังรายงานความเห็นของ นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดโหลดงานตามรพ. และร้านยาก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ต้องผ่านการอบรม ประเมินและทดสอบความรู้ ซึ่งดีกว่าเดิมก่อนมีโครงการนี้ เภสัชสามารถจ่ายยาได้เลย ยาที่จ่ายให้ผู้ป่วยก็เป็นยาทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยก็ซื้อมาใช้อยู่แล้ว ถ้าแพทย์ต้องการเพิ่มคุณภาพของเภสัชกร เพื่อป้องกันและลดความผิดพลาดลงให้เหลือเป็นศูนย์ก็ต้องช่วยกันสร้างความรู้อย่างเหมาะสมให้เภสัชกรในโครงการ

 

สภาเภสัชกรรมยืนยันเภสัชฯ ยังจ่ายยาตามปกติ

สภาเภสัชกรรมโพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่าการทำงานตามโครงการของสภาเภสัชกรรมเป็นไปตาม พ.ร.บ.ยา และ พ.ร.บ.วิชาชีพ ขอให้เภสัชกรที่ร่วมโครงการทำงานต่อไปตามปกติ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยเป็นอื่น

ทั้งนี้สภาเภสัชกรรมได้เตรียมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งรวบรวมทีมนักกฎหมายเพื่อเตรียมการดำเนินการ

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง