Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จากที่วันนี้ (16 มิ.ย.) สมเด็จฮุนเซน ออกมาขู่ว่ากัมพูชาจะปิดด่านพรมแดนทั้งหมดและห้ามสินค้าไทยทั้งหมดเข้าประเทศ หากไทยไม่ขยายเวลาเปิด-ปิดพรมแดนกลับไปเป็นเหมือนเดิมภายใน 24 ชั่วโมง

เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์มาแล้วที่ไทยใช้มาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  ก่อนหน้านี้ ฮุนเซนได้ชงข้อเสนอมาตรการตอบโต้ออกมาหลายข้อ หนึ่งในนั้นคือประกาศยุติการนำเข้าสินค้าจากไทยเข้าสู่ตลาดกัมพูชา โดยให้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ หรือสินค้าจากประเทศอื่นแทน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการค้าบริเวณชายแดน

ประชาไทชวนดูข้อมูลการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ามีมูลค่าเท่าไร การปิดด่านจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการค้าของสองประเทศ

 

ในปี 2567 กัมพูชาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 17 ของไทยจากประเทศทั้งหมดทั่วโลก และในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4  โดยในปี 2567 การค้าระหว่างไทย-กัมพูชา มีมูลค่าการค้ารวม 366,729 ล้านบาท และไทยเป็นฝ่าย ‘เกินดุล’ การค้า มีมูลค่ากว่า 280,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี เกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการค้าทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเกิดขึ้นที่ ‘ชายแดน’ ของทั้งสองประเทศ ในแง่ของภาพรวมการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา การค้าชายแดนจึงมีความสำคัญอย่างมากและถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนของทั้งสองประเทศ

กัมพูชาเป็นคู่ค้าชายแดนอันดับที่ 4 ของไทย รองจากมาเลเซีย สปป.ลาว และเมียนมา การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ในปี 2567 มีมูลค่ารวม 174,531 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนร้อยละ 7.91 โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 141,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.47 และมูลค่าการนำเข้า 32,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.84 โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 109,163 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเกินดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 6.79

ด่านศุลกากรชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดคือ ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามด้วยด่านคลองใหญ่ จังหวัดตราด ด่านจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี และด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ตามลำดับ โดยจะพบว่ามูลค่าการค้ากว่าร้อยละ 60 ของชายแดนไทย-กัมพูชานั้นมาจากด่านอรัญประเทศ

ดังนั้นหากปิดด่านอรัญประเทศเพียงแห่งเดียว จะส่งผลต่อมูลค่าการค้าชายแดนมากกว่า 60% หากปิดด่านคลองใหญ่ จันทบุรี เพิ่มอีกจะทำให้การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังไทยใช้มาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ผลกระทบที่เห็นชัดในปัจจุบันคือ การที่ด่านอรัญประเทศ มีมาตรการห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ข้ามแดน ทำให้ผู้ประกอบการ​ต้องเปลี่ยนไปใช้รถกระบะลำเลียงสินค้าแทน ซึ่งทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการบางส่วนต้องปรับไปใช้ด่านบ้านหนองเอี่ยน​ จังหวัดสระแก้ว บริเวณ​สะพาน​มิตรภาพ​ไทย​-กัมพูชา​ที่ยังเปิดให้รถบรรทุกข้ามได้

ธนวรรธน์ ระบุว่า การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนนี้ยังเป็นการปิดด่านชั่วคราว ไม่ได้มีเงื่อนไขในการกีดกันการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าระหว่างกัน และการเปิดเส้นทางส่งออกสินค้าระหว่างกันยังคงดำเนินการอยู่  การค้าก็ยังเป็นปกติ ม.หอการค้าจึงมองว่า มาตรการจำกัดการข้ามแดนไทย–กัมพูชา จะกระทบการส่งออกไทยเพียง 5–10  % แต่ถ้าหากปิดด่าน 100% ก็จะเกิดความเสียหาย และอาจได้เห็นความเสียหายของมูลค่าทางเศรษฐกิจหลัก 10,000 ล้านบาทต่อเดือน

มูลค่าการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2567 แยกตามด่านศุลกากรสำคัญ

ด่านศุลกากรสำคัญมูลค่าการส่งออก (ล้านบาท)มูลค่าการนำเข้า (ล้านบาท)
  1. อรัญประเทศ
87,37229,337
  1. คลองใหญ่
26,4613,532
  1. จันทบุรี
24,9751,721
  1. ช่องจอม
2,9193,179
  1. ช่องสะงำ
1,074744
รวม141,84732,684

ที่มา: ศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลทางการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ภาพรวมการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2567

รายการ (ปี 2567)มูลค่า (ล้านบาท)เพิ่มจากปีที่แล้ว (%YoY)
มูลค่ารวม174,530⬆️ 7.91 %
ส่งออก141, 847⬆️ 7.47%
นำเข้า32,684⬆️ 9.84%
ดุลการค้า109,163⬆️ 6.79%

ที่มา: ศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลทางการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ส่วนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2568(ม.ค-เม.ย) มีมูลค่ารวม 64,612 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนร้อยละ 12.31 โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 50,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.73 และมูลค่าการนำเข้า 14,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.38 โดยไทยยังคงเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 35,838 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเกินดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนร้อยละ 5.39

ภาพรวมการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2568 (มกราคม-เมษายน)

รายการ (มกรา-เมษา 2568)มูลค่า (ล้านบาท)เพิ่มจากปีที่แล้ว (%YoY)
มูลค่ารวม64,612⬆️ 12.31%
ส่งออก50,225⬆️ 9.73%
นำเข้า14,387⬆️ 22.38%
ดุลการค้า35,838⬆️ 5.39%

ที่มา: ศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลทางการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

สินค้าส่งออกสำคัญที่ส่งออกจากชายแดนไทย ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำแร่ น้ำอัดลม, รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ, รถยนต์และอุปกรณ์และส่วนประกอบ, ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า, ยานพาหนะอื่น ๆ และส่วนประกอบ, ผ้าผืนและด้าย, เครื่องสำอาง, เครื่องหอมและสบู่, สายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ

ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ผักและของปรุงแต่งจากผัก, เศษอะลูมิเนียม, ลวดและสายเคเบิล, ที่หุ้มฉนวนทองแดง, อุปกรณ์โครงรถและตัวถัง, ผลิตภัณฑ์โลหะทำด้วยเหล็ก, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, ผลไม้และของปรุงแต่งจากผลไม้, มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและส่วนประกอบ

ข้อมูลจาก:

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง