Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

นายกฯ ประกาศยกระดับแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาหลังย้ายไปจากฝั่งพม่า ออกมาตรการตัดเนตที่ส่งไปหน่วยทหารและความมั่นคงของกัมพูชา คุมด่านชายแดนไม่ให้มีนักท่องเที่ยวไปเล่นพนันในบ่อน ระงับการส่งน้ำมัน-ไฟฟ้าที่จะไปหนุนแก๊งอาชญากร ประสานความร่วมมือกับนานาชาติ เผยแก๊งอาชญากรในกัมพูชามีมูลค่า 6 แสนล้านบาทต่อปี เป็นภัยความมั่นคงของชาติ

23 มิ.ย. 2568 เมื่อเวลา 15.20 น. ยูทูปของไทยคู่ฟ้าถ่ายทอดสดการแถลงข่าว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ภายหลังการเป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ประเด็นจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะในส่วนของกัมพูชา

นายกรัฐมนตรีกล่าว่า รัฐบาลประกาศยกระดับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยที่ไทยอาสาเป็นเจ้าภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในการหาความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงความเชื่อมั่นของประเทศไทยในระดับนานาชาติ  ซึ่งจากข้อมูลของ UN หรือ สหประชาชาติที่ได้มีข้อมูลว่า กัมพูชา ถือเป็นแหล่งศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลก ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท/ปี มาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการฟอกเงิน

แพทองธาร กล่าวต่อว่า ประเทศไทย โดยหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงาน กระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ เร่งดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดตามแนวชายแดน โดยได้กำหนดมาตรการดังนี้

โฆษณา - Advertising

ด้านความมั่นคง จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้า-ออก จุดผ่านแดน ทั้งการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดน 7 จังหวัด ห้ามรถยนต์ และบุคคล เข้า-ออก ยกเว้นในกรณีมีเหตุจำเป็นชัดเจน เช่น นักเรียน นักศึกษา และคนป่วย  การจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต นอกจากนี้ ห้ามให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไปเล่นการพนันในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการเข้มงวดการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังเสียมราฐ เพื่อไปเล่นการพนัน

ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทรวงดิจิทัลฯ โดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC  จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีม้า และเส้นทางการเงิน ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติอย่างเข้มงวด รวมถึงการระงับการบริการอินเทอร์เน็ต และประตูอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ ที่ไปยังหน่วยงานทางการทหาร และความมั่นคงของรัฐบาลกัมพูชาทั้งหมด นอกจากนี้ จะต้องร่วมมือกับทาง ปปง. ในการสร้างมาตรการคว่ำบาตรผู้ที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ ที่พบว่ามีการฟอกเงิน รวมถึงการยึด หรืออายัดทรัพย์สินที่โยกย้ายไปต่างประเทศด้วย

ด้านการส่งออกไฟฟ้า น้ำมัน และสินค้าผ่านชายแดน ต้องระงับการส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนต่อกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิจารณาถึงความเหมาะสมในการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ที่จะนำเอาไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ด้านการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และ SME ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยขอความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการรับซื้อสินค้า

โฆษณา - Advertising

ด้านการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ กระทรวงต่างประเทศ จะประสานกับประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการร่วมในภูมิภาค

“ดิฉัน ได้กำหนดให้ทุกภาคส่วนในการกำหนด timeline และตั้ง KPI ในการดำเนินมาตรการอย่างชัดเจน โดยขอให้ภายใน 3 เดือน สถิติการแจ้งความของคนไทย ความเสียหาย การยึดทรัพย์ และการดำเนินคดีเครือข่าย จะต้องเห็นผลลดลงอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลขอย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหานี้ที่จะต้องเร่งแก้ไขให้หมดไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

แพทองธารกล่าวถึงผลลัพธ์จากมาตรการที่เคยใช้กับกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ในฝั่งประเทศพม่าว่าประสบผลสำเร็จสร้างความเสียหายต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ถึง 30,000 ล้านบาท และตัวเลขจำนวนประชาชนไทยที่แจ้งเข้ามาว่าถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และตอนนี้ทราบว่ากลุ่มอาชญากรได้ย้ายถิ่นฐานทางฝั่งพม่าไปที่กัมพูชาแล้ว จึงต้องมีมาตรการให้ชัดเจนเพื่อปราบปรามและป้องกันไม่ให้คนไทยถูกหลอกในอนาคต

นายกรัฐมนตรีตอบคำถามนักข่าวเรื่องธุรกิจของคนไทยในกัมพูชาว่า ทางไทยยังให้การสนับสนุนอยู่แล้วทั้งด้านการทูตหรืออย่างอื่นๆ แต่ไม่ได้มีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างที่ผ่านมากัมพูชาเองก็ประกาศไม่รับน้ำมัน จริงๆ แล้วก็เป็นในส่วนที่ชายแดน แต่ถ้าทางกัมพูชาประกาศไม่รับมากขึ้นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือผู้นำกัมพูชาจะต้องเป็นคนกำหนดราคาน้ำมันและถ้าไม่รับจากทางไทยเลยก็จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ก็ไม่รู้ว่าทางกัมพูชาจะจัดการอย่างไรหรือจะเป็นต้นทุนที่ไปตกอยู่กับประชาชนของทางกัมพูชาหรือว่าถ้ามีคนไทยอยู่ตรงนั้นก็จะมีผลกระทบด้วย

โฆษณา - Advertising

ทั้งนี้ แพทองธารให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ธุรกิจของนักลงทุนไทยในกัมพูชาที่มีการแจ้งมาจะมีธุรกิจโรงแรมเป็นส่วนมากและอยู่ในตัวเมืองยังไม่ค่อยมีตรงชายแดน แต่ส่วนที่จะกระทบกับคนไทยอย่างเกษตรกรหรือผู้ประกอบการรายย่อย (SME)  ทั้งภาครัฐและเอกชนก็ยินดีช่วยซื้อเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ส่วนการเปิดปิดชายแดนเพิ่มเติม นายกฯ ระบุว่าจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เมื่อสัปดาห์ก่อนก็ได้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ทหารหน้างานสามารถพิจารณาเปิดหรือปิดได้เลย

จากนั้นพล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการที่จะใช้จัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติคือจะตั้งวอร์รูมขึ้นมาเพื่อประเมินสถานการณ์ทุกวัน โดยประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ รวมถึงประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่จะเข้ามาร่วมทั้ง UNODC และตำรวจสากลด้วยเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกัมพูชาเพราะเป็นแหล่งแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดหลังย้ายมาจากฝั่งเมียวดี ประเทศพม่า และจะออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ที่ตั้งของแก๊งคอลเซนเตอร์และด้านการเงิน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการประชุม Asia Interpol ที่ธีมหลักจะเป็นเรื่องแก๊งคอลเซนเตอร์ที่จะมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่าสำหรับการประชุมวันนี้ทางฝ่ายทหารได้รับคำสั่งให้ดำเนินการดังนี้

โฆษณา - Advertising

เรื่องแรกคือตามแผน Seal-Safe-Stop จะมีการลาดตระเวณตามจุดที่เป็นช่องทางธรรมชาติสำหรับเข้าออกและวางกำลังป้องกันประเทศที่สอดคล้องกับปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น

เรื่องที่สอง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขอให้บูรณาการตามแนวชายแดน เพราะตอนนี้ในกองกำลังป้องกันประเทศได้บูรณาการในหน่วยงานความมั่นคงทหารและตำรวจตระเวณชายแดน ส่วนช้าราชการพลเรือนจะมีศูนย์สั่งการจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดโดยทั้งสองส่วนนี้จะต้องประสานข้อมูลกันทุกวัน

เรื่องที่สาม สนับสนุนแนวทางในการพูดคุยในทุกระดับทั้ง คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC), คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)  เพื่อให้ช่วยจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติ

สำหรับผู้ที่มาร่วมแถลงข่าวหลังการประชุมนอกจากนายกรัฐมนตรี จเรตำรวจและ ผบ.ทสส.แล้ว ยังมีภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, พลเอก ธงชัย รอดย้อย  เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.), อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, ไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์, ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) และเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเข้าร่วม 

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising