- 'สาโรจน์' เลขาฯ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าคดีชั้น 14 ของทักษิณ ว่าข้อมูลค่อนข้างครบถ้วน และตอนนี้กำลังขอข้อมูลจาก ‘แพทยสภา’ ที่เพิ่งมีมติลงโทษแพทย์ แต่หลักฐานยังมาไม่ถึง ปัดโยงการเมือง
- ส่วนคดี 44 สส.ก้าวไกล ลงชื่อแก้ 112 นั้นได้ผ่านขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาคำขอเรียกพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาเพิ่ม หากข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะนำมาสรุปสำนวน และเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.
26 มิ.ย. 2568 สำนักข่าว The Reporters รายงานวันนี้ (26 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 9.35 น. สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีคดีชั้น 14 ของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคดีความ 44 สส.ก้าวไกล ลงชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งทั้ง 2 คดีมีความสำคัญต่อนัยยะทางการเมืองอย่างมาก
สาโรจน์ กล่าววว่า ขั้นตอนของคดีรักษาตัวชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจของอดีตนายกฯ ทักษิณ นั้นอยู่ในความรับผิดชอบของกรรมการ ป.ป.ช. และกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการไต่สวน ซึ่งมีการรวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนแล้ว ส่วนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เปิดการไต่สวนเรื่องนี้ ทาง ป.ป.ช. ได้มอบหมายผู้แทนไปให้การที่ศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ทาง ป.ป.ช.กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน และขอข้อมูลการตรวจสอบของแพทยสภา เพื่อมาเป็นพยานหลักฐาน เพราะว่าก่อนหน้านี้มีมติลงโทษแพทย์ 3 คนที่เอื้อให้ทักษิณ รักษาตัวที่ชั้น 14 ของ รพ.ตำรวจ แต่ว่าตัวหลักฐานยังมาไม่ถึง ป.ป.ช.
"มีการขอทราบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไปประกอบการพิจารณา เพียงแต่ว่าพอได้มาแล้ว ก็ต้องดูว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ดูว่ามันเป็นประเด็นโดยตรงกับที่เราไต่สวนหรือไม่ อย่างไร ก็เอามาประกอบการพิจารณาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อขอข้อมูล" สาโรจน์ กล่าว
เลขาฯ ป.ป.ช. กล่าวในประเด็นเรื่องกรอบเวลาของคดีชั้น 14 ว่า อย่างที่ยืนยันตามหลักการทุกคดี ถ้าพยานหลักฐานครบถ้วน มันก็ดำเนินการยื่นพยานหลักฐานต่อไปได้ แต่ถ้าพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน ก็ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนทุกมิติ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสร็จภายในเมื่อไร และไม่มีกำหนดว่าจะต้องเสร็จภายในวันไหน
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ระบุด้วยว่า บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คือ การดำเนินการไต่สวน และรวบรวมพยานหลักฐาน แม้ว่าจะมีการไต่สวนของศาลฎีกาฯ แล้วก็ตาม เพราะไม่มีระเบียบว่าถ้าศาลฎีกาฯ รับดำเนินการไต่สวนแล้ว ป.ป.ช.ต้องยุติการดำเนินการในส่วนนี้ ก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไป แต่ก็เอาข้อเท็จจริงมาประกอบหลักฐานการพิจารณา
ต่อกรณีที่มีการจับตามองว่าคดีนี้เป็นประเด็นทางการเมือง สาโรจน์ เผยว่า ป.ป.ช.ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ประกอบกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไต่สวนเรื่องนี้อยู่ด้วย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องประเด็นทางการเมือง
"ป.ป.ช.ดำเนินตามขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบ ซึ่งในเรื่องนี้ศาลฎีกาฯ ได้มีการไต่สวนดำเนินการเรื่องนี้ ไม่ต้องกังวลในเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอยืนยันว่าไม่น่าจะมีประเด็นเรื่องนี้" เลขาฯ ป.ป.ช. ระบุ
คดี 44 สส.ก้าวไกล ลงชื่อแก้ 112
สาโรจน์ ได้ให้สัมภาษณ์กรณีของคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลในขณะนั้นได้ลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าได้มีการเชิญผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา และก็ได้มีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่ผู้ถูกกล่าวหาให้คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และทางองค์คณะกำลังพิจารณาคำร้องของผู้ถูกกล่าวหาว่าจะให้เรียกใครมาเป็นพยานหลักฐานเพื่อมาประกอบคำชี้แจงขอผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มหรือไม่ เพื่อความยุติธรรมของผู้ถูกกล่าวหาทุกราย
หลังจากนั้น ถ้าข้อมูลเพียงพอครบถ้วนแล้ว ก็จะสรุปเป็นสำนวน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา ส่วนกรอบระยะเวลานั้น ถ้าเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์ ก็สามารถเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาได้เลย
"ในเนื้อหาคดีไม่ทราบจริงๆ (ว่ามีการปฏิเสธข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน) แต่ในส่วนของ สนง.เป็นภารกิจสนับสนุนการดำเนินการของ ป.ป.ช." สาโรจน์ กล่าว
