Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ทบ.ชี้แจงกรณีตู้รับบริจาคของกัมพูชาภายในปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์  ล่าสุดได้ประสานให้ฝ่ายกัมพูชานำออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของนักท่องเที่ยว - กองทัพภาคที่ 2 เผย พลทหารบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด เลือกรับราชการต่อผ่าน อผศ. ด้านกองทัพบกดูแลเต็มที่ บรรจุพี่สาวเข้ารับราชการตอบแทนความเสียสละ

22 กรกฎาคม 2568 ทีมโฆษกกองทัพบกรายงานว่า ตามที่ปรากฏประเด็นเกี่ยวกับตู้รับบริจาคภายในบริเวณปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งพบว่าเป็นตู้ที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ถือกุญแจ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหมู่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ว่าเป็นตู้บริจาคของฝ่ายไทยนั้น กองทัพบกขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

1. ตู้รับบริจาคที่เป็นประเด็นดังกล่าว เป็นตู้ไม้ทึบเก่าสีน้ำตาล มีช่องเจาะด้านบนสำหรับหยอดเหรียญหรือธนบัตร ประตูเปิด-ปิดอยู่ด้านหนึ่ง และมีช่องสำหรับล็อกกุญแจด้านล่าง โดยไม่มีการระบุเวลาเปิด-ปิดแน่ชัด

2. จากการตรวจสอบพบว่า ตู้ดังกล่าวถูกนำมาวางโดยฝ่ายทหารกัมพูชา ตั้งแต่หลังเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนเมื่อปี พ.ศ. 2554 เพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายได้ใช้ทำบุญในโอกาสตามประเพณี โดยฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ถือกุญแจ

3. เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในอนาคต และเพื่อความชัดเจนต่อผู้มาเยือน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย หน่วยทหารฝ่ายไทยที่รับผิดชอบพื้นที่ได้แจ้งประสานกับฝ่ายกัมพูชา เมื่อเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ให้เคลื่อนย้ายตู้บริจาคออกจากพื้นที่ประกอบพิธีภายในปราสาท ไปตั้งยังฝั่งของฝ่ายกัมพูชาแทน เพื่อให้นักท่องเที่ยวของฝ่ายกัมพูชาใช้ทำบุญโดยไม่ก่อให้เกิดความสับสน

4. ฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับข้อเสนอของฝ่ายไทย และดำเนินการยกตู้บริจาคออกจากพื้นที่ภายในปราสาทตาควายเรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกัน

กองทัพภาคที่ 2 เผย พลทหารบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด เลือกรับราชการต่อผ่าน อผศ. ด้านกองทัพบกดูแลเต็มที่ บรรจุพี่สาวเข้ารับราชการตอบแทนความเสียสละ

กองทัพบกให้ความสำคัญในการดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะกรณีของทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน โดยในกรณีของ พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน ที่ได้สูญเสียอวัยวะ (ข้อเท้าขาด) จากเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ช่องบก เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้กรมกำลังพลทหารบกพิจารณาแนวทางในการแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้สามารถบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน ในกรณีที่เจ้าตัวเลือกจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัด ได้แจ้งว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บมีความประสงค์จะเข้าทำงานกับ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่กองทัพบกได้เสนอไว้ให้พิจารณา ทั้งนี้ การทำงานใน อผศ. เป็นทางเลือกที่มีความมั่นคงในชีวิตเช่นเดียวกับการรับราชการ และยังมีข้อดีเพิ่มเติม คือ เจ้าตัวจะมีรายได้ทั้งในส่วนของผลตอบแทนจากการปลดประจำการ และ บำนาญพิเศษ ที่ได้รับจากกองทัพบก รวมถึงเงินเดือนจากการทำงานใน อผศ. อีกทั้งการปฏิบัติงานใน อผศ. ยังไม่มีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย และมีโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ถึงระดับสูงสุดตามโครงสร้างขององค์กร

ในกรณีที่มีการปลดจากราชการเนื่องจากพิการ เจ้าตัวจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และในส่วนของครอบครัว พี่สาวของผู้บาดเจ็บ กองทัพบกได้พิจารณาบรรจุเข้ารับราชการในส่วนของ มณฑลทหารบกที่ 22 เพื่อเป็นการดูแลและทดแทนคุณความดีที่ พลทหาร ธนพัฒน์ฯ ได้อุทิศให้กับประเทศชาติ

กองทัพบกยืนยันว่าจะดูแลสิทธิประโยชน์ของกำลังพลอย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงทั้งความเหมาะสมในชีวิต ความมั่นคงในหน้าที่ และการสร้างโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการดำรงชีวิตของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัวในระยะยาว


ที่มาเรียบเรียงจาก เพจทีมโฆษกกองทัพบก [1] [2]

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง