รองนายกฯ ออกเดินทางไปเจรจาหยุดยิงกับ 'ฮุน มาเนต' ที่มาเลเซียแล้ว โดยจะมีประธานอาเซียนเป้นตัวกลาง และมีจีนและสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย โดยการเจรจาไทยจะยึดมั่นในอธิปไตยและชีวิตของประชาชน ส่วนเรื่องสำคัญที่จะผูกพันระยะยาวยังต้องเอากลับมาเข้าสภาผู้แทนราษฎร ด้านกต.สหรัฐฯ ออกแถลงเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ในมาเลเซียจะร่วมสนับสนุนการคุย
28 ก.ค.2568 เมื่อ 8.33 น. เพจสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเผยแพร่แถลงของ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อกรณีการพูดคุยระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ว่าภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี จะไปพบกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเพื่อเจรจาการหยุดยิง
ในแถลงของรูบิโอกล่าวถึงกัมพูชาและประเทศไทยที่มีกำหนดจะเริ่มการเจรจาระดับสูงที่ประเทศมาเลเซียในเร็ว ๆ นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุการหยุดยิงโดยทันที เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ในมาเลเซียเพื่อสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติภาพครั้งนี้ ทั้งประธานาธิบดีทรัมป์และผมยังคงมีส่วนร่วมในการพูดคุยกับคู่เจรจาของแต่ละประเทศ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดยิ่ง เราต้องการให้ความขัดแย้งนี้ยุติโดยเร็ว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แถลงของรูบิโอนี้ออกมาหลังจากเมื่อวานนี้ทางเพจสถานทูตสหรัฐฯ ในไทยและกัมพูชารูบิโอได้พูดคุยกับทั้ง มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและ ปรัก โสคนน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยลดความตึงเครียดในทันที และตกลงหยุดยิงกับกัมพูชาในกรณีข้อพิพาทชายแดนที่กำลังดำเนินอยู่ รัฐมนตรีรูบิโอเน้นย้ำถึงความปรารถนาต่อสันติภาพของประธานาธิบดีทรัมป์ ตลอดจนความสำคัญของการหยุดยิงโดยทันที สหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการหารือในอนาคต เพื่อให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา
ภูมิธรรมออกเดินทางไปเจรจา
จากนั้นมีรายงานว่าเมื่อเวลา 9.50 น. ภูมิธรรม ออกเดินทางไปกรุงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียจากท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง โดยไปพร้อมคณะพูดคุยได้แก่ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ , พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม , นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางร่วมด้วย
ภูมิธรรมกล่าวก่อนออกเดินทางว่า การพูดคุยจะมีขึ้นในเลา 15.00 น. วันนี้โดยมีเป้าหมายหลักของการพูดคุยคือขอให้เกิดการหยุดยิงโดยทันที เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และลดผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองฝ่าย ซึ่งการเจรจาครั้งนี้จัดขึ้นในระดับผู้นำประเทศ โดยมีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนเป็นเจ้าภาพ พร้อมด้วยผู้สังเกตการณ์จากสหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งเป็นประเทศที่แสดงความพร้อมเข้าร่วมสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ
รองนายกฯ ระบุว่า ทางไทยจะยึดมั่นในหลักอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ พร้อมให้ความสำคัญกับการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยคณะเจรจาของฝ่ายไทยประกอบด้วย รัฐมนตรีต่างประเทศ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกระแสข่าวว่าจะมีการใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ในการหารือนั้น ภูมิธรรม ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้แต่อย่างใด มีเพียงการที่ไทยได้เสนอให้มีการเจรจาแบบทวิภาคีโดยตรงกับกัมพูชา และย้ำว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นความรุนแรง โดยรัฐบาลเตรียมเอกสารและข้อมูลหลักฐานเพื่อชี้แจงต่อที่ประชุม และจะหารือร่วมกับกองทัพซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด
ภูมิธรรม ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะยังต้องอยู่รอการเจรจา การหยุดยิงก็เพื่อการเจรจา ไม่ได้หมายความว่าหยุดยิงแล้วทุกอย่างเป็นแบบเดิม เรายึดมั่นในอธิปไตยของประเทศเป็นหลักและชีวิตทรัพย์สินของประชาชนก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะต้องพิจารณา แต่ถ้าหากมีเรื่องสำคัญที่จะเป็นเรื่องผูกพันระยะยาวหรือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศเราจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งก็เป็นเรื่องที่เรายึด แต่หากเป็นเรื่องเฉพาะหน้าก็จะเป็นเรื่องที่คณะเจรจาก็จะเป็นผู้พิจารณา
รองนายกฯ กล่าวต่อว่า เราไม่เชื่อมั่นในกัมพูชา ซึ่งทางกัมพูชาก็ต้องแสดงให้เราเห็นถึงความจริงใจ แม้ว่าทางกัมพูชาจะได้เป็นคนริเริ่มเสนอเรื่องนี้ต่อมาเลเซีย จีน และสหรัฐฯ แต่เราก็ยังคลางแคลงใจเพราะว่ายังบุกเข้ามาแล้วดำเนินการทุกอย่างที่เป็นปัญหาแต่ในอีกทางก็จะมาขอให้เกิดการหยุดยิง จึงได้บอกกับทุกคนว่าเรื่องที่กัมพูชาเสนอมานี้เรารับตั้งแต่ต้นและไทยก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่กัมพูชาไม่เคยรับสนองเรื่องนี้เลย เราไม่ใช่คนที่มีปัญหาและโลกก็รู้ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความตั้งใจทำของกัมพูชาและไม่อยู่กับร่องกับรอย
ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า สิ่งที่กัมพูชทำไม่ได้อยู่ในกติกาและกฎหมายระหว่างประเทศเลยทั้งการยิงเข้ามาที่โรงพยาบาล กระทบกับพลเรือน มีทั้งเด็กและนักศึกษา อีกทั้งยังมีการวางกับระเบิดที่ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เราได้ยืนยันและทำให้โลกเห็นว่าไทยทำตามกฎหมายต่างๆ ชาวโลกรับรู้ ตอนที่มาริษได้คุยกับตัวแทนเลขาธิการสหประชาชาติและองค์กรต่างๆ ก็เข้าใจและสิ่งที่นายกฯ กัมพูชาเสนอไปที่ UNSC ก็ไม่ได้รับความสนใจเข้าสู่การประชุม อย่างไรก็ตามแม้ประชาคมโลกจะเข้าใจแต่ก็ต้องการให้การสู้รบที่กระทบพลเรือนยุติลงก่อน เราเชื่อว่าประชาคมโลกตอนนี้ยืนอยู่ข้างเราเพราะอยู่ข้างความเป็นธรรม ส่วนทางกัมพูชากลับละเมิดข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศทั้งหมด
รองนายกฯ กล่าวว่า ประเทศต่างๆ ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย จีน หรือสหรัฐฯ ก็เข้ามาเพราะไม่อยากเห็นสงครามและเห็นการกระทำที่รุนแรงไปกว่านี้ แล้วก็เห็นว่าพลเรือนที่ถูกกระทำนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่ากัมพูชากระทำโดยไม่ชอบ การเจรจาวันนี้จึงอยู่บนฐานของการทำให้พลเรือนเกิดความปลอดภัยไม่ให้เกิดการรุกล้ำดินแดนกันของแต่ละฝ่าย ซึ่งตอนนี้ไทยไม่ได้รุกล้ำแต่เป็นกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามา
ภูมิธรรมตอบคำถามนักข่าวเรื่องหลักฐานที่ใช้อ้างว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อนว่า เราได้เตรียมการไว้ทั้งหมด ซึ่งที่พูดมาทั้งหมดนั้น ก็เป็นเพียงการคาดการณ์ อย่างไรก็ต้องรอเจรจา และดูข้อสรุปว่า ทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ซึ่งยืนยันได้ว่า เรายึดมั่นในประโยชน์ของประเทศ เอกราชของประเทศ อธิปไตยของประเทศ และประชาชนไทยเป็นสิ่งสำคัญ และการไปครั้งนี้ก็ได้ปรึกษาหารือกับทางกองทัพด้วย และได้รับข้อเสนอจากทางกองทัพ การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่รัฐบาลอย่างเดียว แต่ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย ทั้งกองทัพบก เรือ อากาศ
