Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หยุดยิงชั่วคราว 24 ชั่วโมง เริ่มเที่ยงคืนนี้ ก่อนผู้บัญชาการกองทัพไทย-กัมพูชาพบกันเพื่อเจรจากันต่อพรุ่งนี้

28 ก.ค.2568 เมื่อเวลา 15.49  น. NBT Connext รายงานการผลการประชุมเจรจาเพื่อการหยุดยิงที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่าง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา โดยมี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียเป็นตัวกลางการเจรจา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

NBT Connex ระบุว่า ภูมิธรรม กล่าวว่า การหารือประสบความสำเร็จ ทั้ง 2 ฝ่าย เห็นพ้องร่วมกันยุติการยิง มีผลในเวลา 24.00 น.ของวันนี้ (28 ก.ค.68) และกลับไปใช้กลไกทวิภาคีแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งถือเป็นก้าวที่สำคัญในการลดทอนความรุนแรง และเริ่มฟื้นฟูสันติภาพความมั่นคงอีกครั้ง รวมถึงได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการโดยจะมีการประชุมระหว่างแม่ทัพภาค 1 และ 2 ของฝ่ายไทยและกองทัพภาค 4 และ 5 ของกัมพูชา ในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.68) เวลา 7.00 น. อีกทั้งจะมีการเชิญผู้ช่วยทูตทหารของอาเซียนมารับฟังการหารือของทั้งสองฝ่ายด้วย นอกจากนี้ไทยขอขอบคุณรัฐบาลจีนที่แสดงความกังวลและความปรารถนาดี

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในเมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย โดยมีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และเอกอัครราชทูตจีนประจำมาเลเซีย เข้าร่วมในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยร่วมด้วย 

นอกจากนั้นทางกระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกันระหว่างมาเลเซีย ไทย และกัมพูชาด้วย

แถลงการณ์ร่วม ว่าด้วยการประชุมพิเศษที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพ เพื่อหารือสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างกัมพูชาและไทย

รัฐบาลของมาเลเซีย กัมพูชา และไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ ภายหลังจากการประชุมพิเศษที่มีนายกรัฐมนตรี ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม เป็นประธานและเจ้าภาพ ณ เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย โดยมีสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย เข้าร่วม พร้อมด้วยสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ร่วมจัดงาน และการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งหมดเพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีต่อสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และรักษาการนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย ได้แสดงจุดยืนและความพร้อมที่จะยุติการปะทะทันที และฟื้นคืนสู่ภาวะปกติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ติดต่อผู้นำทั้งสองประเทศเพื่อเรียกร้องให้หาทางออกอย่างสันติ

ฝ่ายจีนได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกัมพูชา ไทย มาเลเซีย และประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการเจรจา การหยุดยิง และการฟื้นฟูสันติภาพอย่างแข็งขัน

การเข้าร่วมและความร่วมมือของทุกฝ่ายสะท้อนให้เห็นถึงพันธสัญญาร่วมกันในการธำรงสันติภาพ การเจรจา และเสถียรภาพของภูมิภาค

กัมพูชาและไทยตกลงร่วมกันในประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้:

  • การหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่เวลา 24:00 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2025 ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง

  • การประชุมไม่เป็นทางการของผู้บัญชาการภูมิภาค ได้แก่ กองทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย และกองทัพภูมิภาคที่ 4 และ 5 ของกัมพูชา ในเวลา 07:00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 และตามด้วยการประชุมกับผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร โดยมีประธานอาเซียนเป็นผู้นำ หากทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน

  • การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2025 ซึ่งกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ

ในฐานะประธานอาเซียน มาเลเซียพร้อมประสานงานจัดตั้งทีมสังเกตการณ์เพื่อตรวจสอบและรับรองการดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว และจะปรึกษาหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ เพื่อเข้าร่วมในภารกิจสังเกตการณ์นี้ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของภูมิภาคในการสนับสนุนสันติภาพในพื้นที่

ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะกลับมาสื่อสารโดยตรงระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ

รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของมาเลเซีย กัมพูชา และไทย ได้รับมอบหมายให้จัดทำกลไกอย่างละเอียดสำหรับการดำเนินการ การตรวจสอบ และการรายงานการหยุดยิง กลไกนี้จะเป็นรากฐานสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืนและความรับผิดชอบ

การประชุมครั้งนี้ตอกย้ำเจตจำนงร่วมของมาเลเซีย กัมพูชา และไทย ในการยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือพหุภาคี เพื่อให้บรรลุการแก้ไขปัญหาอย่างยุติธรรมและยั่งยืนต่อสถานการณ์ในครั้งนี้

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง