Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศบ.ทก. แถลงยืนยันไทยทำตามเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด ระบุทหารไทยคุมจุดยุทธศาสตร์ 11 พื้นที่ไว้ได้ตั้งแต่ 6.00 น. เตือนระวังการโจมตีทางไซเบอร์ - ข้อมูลล่าสุด (29 ก.ค.) ผู้อพยพมีทั้งสิ้น 188,729 คน  มีพลเรือนได้รับผลกระทบเสียชีวิต 15 คน บาดเจ็บสาหัส 12 คน ทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 24-28 ก.ค. โดยล่าสุดมีรวมทั้งหมด 15 นาย

29 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ด้านความมั่นคง แถลงผลการประชุม วันนี้ว่า หลังมีข้อตกลงที่จะหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา 24.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันว่า ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยหยุดยิงทุกพื้นที่ ตามกำหนดเวลา ยึดมั่นในคำมั่นสัญญา ที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายให้ไว้ แต่ได้พิสูจน์ทราบว่าทางกัมพูชายังคงยิงเข้ามาฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ในหลายจุดซึ่งถือเป็นการกระทำที่จงใจละเมิดข้อตกลง และทำลายความเชื่อมั่น ที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน การกระทำของกัมพูชาดังกล่าวทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้อง มีมาตรการโต้กลับ ภายใต้สิทธิป้องกันตนเองของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยฝ่ายไทยไม่ได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่ใช้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

พลเรือตรีสุรสันต์ กล่าวอีกว่ายังพบว่าทางฝั่งกัมพูชาใช้โบราณสถานเป็นโล่กำบัง ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีในการละเมิด คุ้มครอง วัฒนธรรม ของสหประชาชาติ หรือภายใต้อนุสัญญาของยูเนสโกอีกด้วย ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นที่ปรากฏชัดว่ายังมีการละเมิดและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่ให้กันไว้ จึงขอโอกาสประนาม การกระทำของฝ่ายกัมพูชา

พลเรือตรีสุรสันต์ กล่าวว่า สำหรับข้อตกลงหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย ที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวานนี้ ช่วงเช้าทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือในระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ และขอเน้นย้ำว่าไม่ใช่การประชุม RBC เพื่อกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติหลังเจรจาหยุดยิงแล้ว โดยมีกรอบหารือ 5 เรื่องคือการหยุดยิง การห้ามยิงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ หยุดการเพิ่มเติมกำลัง และห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง ส่วนแนวทางการ อำนวยความสะดวก ส่งกลับผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ตลอดจนผู้ถูกควบคุม จะนำสู่การหารือให้ได้เข้ายุติร่วมกัน

พลเรือตรีสุรสันต์ ยังกล่าวถึงการเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์เป็นประเด็นสำคัญ เพราะที่ผ่านมามีการโจมตีทางเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มีการใช้ AI โจมตีอยากฝากประชาชนใช้วิจารณญาณในการแชร์ข้อมูลข่าวสาร รวมถึง Report หรือรายงานให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องรับทราบ

ทหารไทยคุมพื้นที่ 11 จุด

พล.ร.ต.สุรสันต์ ยังกล่าวสรุปพื้นที่ที่ไทยควบคุมได้ในปัจจุบันตามแนวชายแดนเมื่อเวลา 6.00 น. ของวันนี้มีทั้งหมด 11 พื้นที่ ได้แก่

  1. ภูมะเขือ
  2. ช่องอานม้า
  3. ปราสาทตาเมือนธม
  4. ปราสาทตาควาย
  5. แนวเขตแดนช่องบก
  6. โดนตวล
  7. สัตตะโสม
  8. ช่องจอม
  9. ช่องสายตะกู บ้านกรวด
  10. พระวิหาร
  11. พลาญยาว

โฆษก ศบ.ทก. ยังกล่าวถึงจำนวนผู้อพยพฝั่งไทยล่าสุดมีรวมทั้งหมด 188,729 คน ใน 7 จังหวัดได้แก่

จังหวัดจำนวน (คน)
อุบลราชธานี21,838
ศรีสะเกษ82,021
สุรินทร์55,893
บุรีรัมย์24,480
สระแก้ว2,652
จันทบุรี224
ตราด1,621

ส่วนพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปะทะกันที่แนวชายแดนล่าสุด รวม 53 คน แบ่งเป็น

สถานะจำนวน(คน)
เสียชีวิต15
บาดเจ็บสาหัส12
บาดเจ็บปานกลาง13
บาดเจ็บเล็กน้อย13

พล.ร.ต.สุรสันต์ ระบุว่าล่าสุดยังมีคนที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 11 คน

ส่วนสถานพยายาลที่ได้รับผลกระทบรวม 20 แห่ง เป็นปิดบริการทั้งหมด 13 แห่ง และปิดบางส่วน 7 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้รับผลกระทบทั้งหมด 175 แห่ง

นอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพลเรือนแล้วกองทัพบกยังมีรายงานถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 24-28 ก.ค. โดยล่าสุดมีรวมทั้งหมด 15 นาย โดยเพิ่มมาในวันที่ 28 ก.ค.จำนวน 4 นายได้แก่

  1. จ่าสิบเอก อโณทัย ป้องแก้ว สังกัด กองพันปฏิบัติการพิเศษ
  2. สิบเอก อัมรินทร์ ผาสุข สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 เสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
  3. พลทหาร สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8
  4. จ่าสิบเอก ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 13
  5. จ่าสิบเอก อภิรมย์ ทรงพุฒิ สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 8
  6. พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง สังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2
  7. สิบโท ต่อพงษ์ พันดวง สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ก.ค.68 จากการปะทะที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

ส่วนที่เจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิตตั้งแต่ 24-27 ก.ค. จำนวน 11 นายได้แก่

  1. พลทหาร วรัญชิต ยวงสุวรรณ ทหารกองประจำการทหารบกที่ 210 ร.13 เหตุปะทะบริเวณแนวชายแดน บริเวณบ้านโนนวันชัย ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.
  2. ส.ท.ศราวุฒิ นามสวัสดิ์ สังกัด กองร้อยอาวุธเบาที่ 1 ร.8 พัน.1 ค่ายศรีสองรัก จังหวัดเลย เหตุการณ์ปะทะ พื้นที่ จ.ศรีสะเกษ
  3. จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา ตำแหน่งนายสิบลาดตระเวน ปืนใหญ่ที่ 6 พัน.106 เหตุปะทะฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น (เขาสัตตะโสม) อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
  4. ส.อ.นพดล บุญเลิศ สังกัดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 (ร้อย.ลว.ไกล 6) เสียชีวิตจากพื้นที่ปะทะปราสาทตาควาย
  5. ส.อ.กฤษฎา น้อยโคตร สังกัด ร้อย.ลว.ไกล 6 เสียชีวิตจากพื้นที่ปะทะปราสาทตาควาย
  6. ส.อ.จิรายุ สิงห์อ้น สังกัดร้อย.ลว.ไกล 6 เสียชีวิตจากพื้นที่ปะทะปราสาทตาควาย
  7. ส.อ.จิรายุทธ อินทุมาน สังกัดกองพันจู่โจม รบพิเศษ ลพบุรี เหตุการณ์ปะทะ พื้นที่ จ.ศรีสะเกษ
  8. พลทหาร ญาณพัฒน์ โคตรสาขา สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 (ร.3 พัน.2) ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากสะเก็ดระเบิดจาก พื้นที่ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ  ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง