Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ภูมิธรรม' โฟนอินเข้ากลางรายการเจาะลึกทั่วไทย ให้สัมภาษณ์ สั่งย้ายผู้ว่าฯ อุบลฯ เข้าส่วนกลางแล้ว หลังพบปัญหาเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุยิงปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาล่าช้า เบิกไปเพียง 5.5 หมื่นบาทเท่านั้น ทั้งที่ ครม.ขยายวงเงินช่วยเหลือเป็น 100 ล้าน สามารถเบิกได้ทันที ด้านจังหวัดอื่นๆ เบิกไปแล้ว 40-50 ล้านบาท

 

7 ส.ค. 2568 ยูทูบรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (7 ส.ค.) ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โฟนอินเข้ามาในรายการ พร้อมยืนยันว่ามีการสั่งย้าย อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเข้ามาในส่วนกลางแล้ว หลังพบปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยิงปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นไปอย่างล่าช้า โดยมีการเบิกจ่ายเพียง 55,600 บาทเท่านั้น แม้ว่า ครม.จะอนุมัติขยายวงเงินให้จังหวัดชายแดน 4 จังหวัด ประกอบด้วย อุบลฯ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ จังหวัดละ 100 ล้านบาทและให้เบิกจ่ายทันทีแล้วก็ตาม และนอกจากนี้ มีข้อมูลเปิดเผยในรายการด้วยว่า จังหวัดอื่นๆ นอกจากอุบลฯ มีการเบิกจ่ายงบฯ ช่วยเหลือประชาชนไปแล้ว 40-50 ล้านบาท ดังนั้น ทางภูมิธรรม มองเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่งบฯ ส่วนกลาง แต่เป็นปัญหาของผู้ว่าฯ

จุดเริ่มต้นประเด็น ภท.ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ

สืบเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประจำวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมาธนา กิจไพบูลย์ชัย ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งกระทู้ถาม ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าทำไมยังไม่มีงบประมาณจากส่วนกลางลงไปช่วยชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชาโดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานีทำให้วันนี้ส่วนราชการจึงต้องไปพึ่งพิงเงินบริจาคและสำรองจ่ายด้วยงบฯ ของการปกครองส่วนท้องถิ่นแทน

โฆษณา - Advertising

ธีรรัตน์ ตั้งสำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาชี้แจงว่า รัฐบาลอนุมัติงบประมาณลงไปที่จังหวัดชายแดนทั้ง 4 จังหวัด จังหวัดละ 100 ล้านบาท อนุมัติงบฯ ไปแล้ว เงินไปแล้ว และสามารถเบิกจ่ายได้เลย จากนั้น  เธอได้ต่อสายไปยังอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสอบถามว่ามีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายหรือไม่

“เบิกได้ทั้งหมด ส่วนเรื่องอาหารการกินเรามีทั้งบริจาคและมีโรงครัวพระราชทานด้วย” อดิศักดิ์ กล่าว

เบิกได้แค่ 5.5 หมื่นบาท (?)

หลังจากนั้น เมื่อ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.พรรคภูมิใจไทย และประธานกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้ว่าฯ 3 จังหวัด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมาสอบถามเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือจังหวัดที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา

หลังการประชุม กรวีร์ เผยว่า เขาตกใจมาก เพราะรองผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ชี้แจงใน กมธ.ว่าตั้งแต่เกิดเรื่องมา เบิกจ่ายเงินไปเพียง 5.5 หมื่นบาทเท่านั้น แต่จังหวัดอื่นๆ กลับเบิกเป็นหลักล้านบาท

โฆษณา - Advertising

“ส่วนจังหวัดที่น่าสนใจคือจังหวัดอุบลราชธานี วงเงิน 1 ร้อยล้านบาท ท่านรองผู้ว่าฯ มาให้ข้อมูลว่าเบิกจ่ายจริงตามที่รัฐมนตรีได้ตอบ ทางกรรมาธิการก็ถามว่าเบิกจ่ายไปเท่าไร เบิกจ่ายไปทั้งหมดตั้งแต่เกิดเหตุ 5 หมื่นกับอีก 5 พันบาท เลยกลายเป็นข้อสงสัยว่า ที่ผ่านมาพี่น้องอุบลฯ ได้รับผลกระทบอย่างมาก เขาอยู่กันได้อย่างไร ในการเบิกจ่ายเงิน 55,000 บาท ท่านรัฐมนตรีก็มาตอบกลางสภาฯ สามารถเบิกจ่ายเงินได้ ท่านไม่ได้โกหก แต่ไม่ได้ตอบว่าเบิกจ่ายได้เท่าไร วันนี้เพิ่งทราบว่าเบิกจ่ายได้เพียง 55,000 บาท” กรวีร์ กล่าว

ต่อประเด็นที่สื่อถามต่อว่า ทำไมอุบลราชธานีเบิกจ่ายแค่ 55,000 บาท มันติดขัดตรงไหน กรวีร์ ระบุว่า ในที่ประชุมก็ได้มีการถามประเด็นนี้เช่นกัน โดยรองผู้ว่าฯ เผยว่า เบื้องต้นได้ใช้เงินของ อปท.ไปก่อน หรือเงินของท้องถิ่น และถ้าท้องถิ่น เกินกำลังของท้องถิ่น ค่อยมาใช้เงินตรงส่วนนี้ เลยมีข้อสงสัยว่าเขาได้รับผลกระทบโดยเงินไปตั้งแต่ 29 ก.ค. แต่มาถึงวันที่ 6 ส.ค.นี้ ทำไมเบิกจ่ายแค่นี้ เขาก็บอกว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ การใช้เงินก็ต้องมีความรอบคอบระมัดระวัง ซึ่งแปลกกับการที่ รมช.มาตอบ และผู้ว่าฯ โฟนอินเข้ามาในสภาฯ ท่านผู้ว่าฯ ก็จ่ายได้ ก็จ่ายได้จริงๆ แต่แค่ 5 หมื่นบาท ดังนั้น เป็นหน้าที่ของทางจังหวัดที่จะต้องกลับไปเร่งรัดและดูแลประชาชนอย่างเร่งด่วน

ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ พิธีกรรายการเจาะลึกทั่วไทย ได้นำเสนอสถิติงบประมาณที่เบิกจ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะไทย-กัมพูชา เผยว่า ใน 4 จังหวัดมีตัวเลขเบิกจ่ายงบประมาณดังนี้

  1. บุรีรัมย์ เบิกจ่ายแล้วจำนวน 14 ล้านบาท
  2. ศรีสะเกษ จำนวน 43 ล้านบาท
  3. สุรินทร์ จำนวน 55 ล้านบาท
  4. อุบลราชธานี จำนวน 5.5 หมื่นบาท

ดังนั้น จึงมีประเด็นคำถามว่า ทำไมจังหวัดอื่นๆ สามารถเบิกได้เป็นระดับหลักหลายล้าน แต่ทำไมอุบลราชธานี ถึงเบิกได้แค่ 55,600 เท่านั้น เพื่อสอบถามปัญหาดังกล่าว รายการเจาะลึกทั่วไทย จึงต่อสายไปยัง ธีรรัตน์ เพื่อสอบถามปัญหา

โฆษณา - Advertising

ธีรรัตน์ ระบุว่า จากการสอบถามว่าทำไมจังหวัดอุบลราชธานี ถึงเบิกจ่ายงบประมาณได้ช้าขนาดนี้ โดยทางอุบลฯ ได้ตอบกลับมาว่าเขาอยู่ระหว่างการทำเอกสารเบิกเข้ามาอยู่

ธีรรัตน์ อธิบายว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการอนุมัติเงินจังหวัดละ 1 ร้อยล้านบาท ได้อนุมัติให้ผู้ว่าฯ ดำเนินการเบิกจ่ายได้เลยเหมือนจังหวัดอื่นๆ ที่ทำ แต่เป็นการเบิกทำเข้ามาทีหลัง ดังนั้น ก็จะมีส่วนที่ต้องใช้งบฯ สำรองจ่ายไปก่อน เพื่อช่วยเหลือประชาชนและดูแลในขณะที่อพยพออกมา ก่อนจะมีการเบิก แต่ของอุบลฯ ก็ยังถือว่าช้ากว่าจังหวัดอื่นๆ อยู่ดี

ธีรรัตน์ ตั้งสำเร็จวาณิชย์ (ที่มา: กระทรวงมหาดไทย PR)

ระหว่างนี้ ทางกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สส.ในพื้นที่ ได้ร่วมลงพื้นที่ร่วมกัน ก็ได้ไปดูเรื่องของอาหารการกินของประชาชนว่าเพียงพอหรือไม่ หมอน มุ้ง ผ้าห่ม หรือเครื่องอุปโภคบริโภคเพียงพอหรือไม่ ซึ่งเอกชนได้ตอบกลับมาว่าได้ครบทุกอย่าง เราก็เลยต้องไปดูว่าส่วนที่ใช้ไป ก็ให้ทาง ปภ.จังหวัดได้รวบรวมทั้งสิ่งของเงินที่ได้รับบริจาคหรือสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับมอบจากเอกชน ก็เป็นจำนวนมาก ทางผู้ว่าฯ ก็ใช้ส่วนนี้ไปด้วย บวกกับเงินของท้องถิ่นที่จะมีงบประมาณที่ใช้ได้เลย เนื่องจากความรวดเร็ว ซึ่งเราได้ดูข้อมูลไปด้วย ก็มีการสำรองจ่ายด้วยงบประมาณของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นไปด้วยประมาณ 6 ล้านกว่าบาท

โฆษณา - Advertising

ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า เธอพยายามทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติภารกิจหน้างาน มันเลยต้องมีการตรวจสอบกัน และของทางจังหวัดอุบลราชธานีมีจุดที่ห่างไกลจากจุดที่มีการปะทะหนัก เพราะฉะนั้น อาจจะไม่ได้ชดเชยในส่วนของผู้เสียชีวิตมากเมื่อเทียบกับที่จังหวัดอื่นๆ แต่ก็ต้องกราบเรียนว่าเรามีความสงสัยในตัวเลขการเบิกจ่ายนี้ด้วย ก็ต้องให้เขาชี้แจงเพิ่มเติมมา คาดว่าวันนี้น่าจะได้คำตอบ หรือทำไมผู้ว่าฯ ถึงไม่ดำเนินการตามที่มอบหมายว่าต้องกระจายเงินไปตามอำเภอต่างๆ ในจังหวัดอุบลฯ

ต่อกรณีที่สื่อถามว่าเรื่องมันเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทำงานของผู้ว่าฯ ด้วยหรือไม่ ธีรรัตน์ ระบุว่าการเบิกจ่ายจากส่วนกลางไม่ได้มีปัญหา แต่มีปัญหาเรื่องการทำรายงานกลับเข้ามา แต่เราก็พยายามให้ความเห็นใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภารกิจในพื้นที่ว่ามีภารกิจที่เยอะ ทั้งในเรื่องของการรับคณะต่างๆ เข้ามาด้วย ฉะนั้นวันนี้จุดประสงค์ที่ดูตอนนี้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนแล้วหรือไม่ ถ้าหากเขาได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะส่วนของการรับบริจาค หรือเงินพระราชทาน ก็ขอให้ดำเนินการโดยรวดเร็วในการชี้แจง

ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า ทางผู้ว่าฯ อุบลราชธานีก็ต้องเร่งทำงาน และแม้ว่าจะมีคลิปวิดีโอชี้แจงออกมา แต่เรายังไม่พอใจ เพราะว่าเป็นการชี้แจงที่ไม่ตรงประเด็น เพราะอะไรละในเมื่อเราก็บอกแล้วว่าใช้เงินได้เลย ไม่ต้องไปเอาของ อปท. หรือเงินบริจาคเท่านั้น ในส่วนของคลิปที่ผู้ว่าฯ ได้ชี้แจงว่าเป็นการทำงานบูรณาการ และรับเงินมาจากหลายๆ หน่วยงานด้วยกัน ส่วนไหนที่ทำได้เลย ก็ดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความผิดที่ผู้ว่าฯ จะต้องยอมรับ

รมช.กระทรวงมหาดไทย ระบุว่าส่วนจะมีการย้ายผู้ว่าฯ ไปสังกัดที่อื่นๆ หรือไม่นั้น ขึ้นกับการประเมินการทำงาน ถ้าหากว่าไม่สามารถดำเนินภารกิจในภาวะเช่นนี้ได้ ก็อาจจะต้องมีการพูดคุย และมีการทบทวนกัน

โฆษณา - Advertising

‘มท.1’ โฟนอิน ย้ายผู้ว่าฯ อุบลฯ เข้าส่วนกลางแล้ว

หลังจากธีรรัตน์วางสายจากรายการเจาะลึกทั่วไทยแล้ว ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ พิธีกร รายการแจ้งเข้ามาว่า ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ต่อสายโทรศัพท์เข้ามาในรายการ พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้จะมีการเซ็นคำสั่งย้ายผู้ว่าฯ จังหวัดอุบลราชธานีเข้ามาส่วนกลางแล้ว และให้ผู้ตรวจฯ ที่ประจำอยู่ในเขตอุบลฯ รักษาการราชการ และดำเนินการแทนไปก่อน หลังพบปัญหาผู้ว่าฯ อุบลราชธานี เบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชาล่าช้า ซึ่งแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ที่เบิกไปแล้ว 40-50 ล้านบาท แต่อุบลราชธานี เบิกไปเพียง 55,600 บาท ทั้งที่รัฐบาลมีมติขยายวงเงินเป็น 100 ล้านบาท และสามารถเบิกจ่ายได้ทันที ดังนั้น เรื่องนี้เมื่อเทียบกับการเบิกงบฯ ของจังหวัดอื่นๆ จึงไม่ได้เป็นปัญหาจากส่วนกลาง แต่เป็นการดำเนินการของผู้ว่าฯ ที่ล่าช้า ก็เลยบอกทางปลัดฯ ว่าให้ย้ายผู้ว่าฯ อุบลฯ เข้ามาทำงานในส่วนกลางก่อน และจะให้ผู้ตรวจการฯ รักษาราชการทำงานแทน

ทั้งนี้ ภูมิธรรม ระบุด้วยว่า การย้ายครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากข้อร้องเรียนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ด้วย ยกตัวอย่าง ประเด็นเรื่องการจัดงานแห่เทียนพรรษา ซึ่งก็เคยมีการกำชับไปแล้วก่อนหน้านี้ 

“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดของส่วนกลาง เพราะว่าเราก็ขยายวงเงินให้ 100 ล้านเพื่อใช้จ่าย แต่ไม่ได้ดำเนินการ ผมคิดว่าเหมาะสมที่จะต้องดึงกลับมาก่อน และถึงยังไงก็ไปว่ากันตรงนี้ ก็ให้ผู้ตรวจไปรักษาราชการ”

"เดี๋ยวเซ็น (คำสั่ง) ก็มีผลแล้วครับ" ภูมิธรรม กล่าว

นอกจากนี้ ภูมิธรรม ยังได้ขอโทษประชาชนในเรื่องการเบิกจ่ายงบฯ จังหวัดอุบลราชธานีด้วย  

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising