Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สส.พรรคประชาชนเสนอตัดงบกรมท่าอากาศยานลงทุนสร้างสนามบินเพิ่มทั้งที่สนามบินเดิมบางแห่งลงทุนไปแล้วแทบไม่มีเที่ยวบินและผู้โดยสาร บางแห่งไม่มีเที่ยวบินแล้วก็ยังต้องมีงบไปดูแล แต่สนามบินบางแห่งใช้งานเกินศักยภาพแต่ได้งบน้อย ควรทบทวนแผนจัดการสนามบินให้มีประสิทธิภาพ

14 ส.ค. 2568ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 วาระที่ 2 และ 3 พิจารณาถึงมาตรา 15 งบประมาณของกระทรวงคมนาคม

ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สส.เขตเชียงราย พรรคประชาชน ขอแปรญัตติ ในงบประมาณส่วนของกรมท่าอากาศยานที่ได้รับงบประมาณ 5,349 ล้านบาทโดยเป็นงบลงทุนถึงร้อยละ 88.44 คิดเป็น 4,730.72 ล้านบาท โดยกรมท่าอากาศยานตั้งเป้าหมายไว้ว่าเพื่อการพัฒนาท่าอากาศยานทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัยและการยกระดับสู่สากลเพิ่มขีดจำกัดในการรองรับผู้โดยสาร 54 ล้านคนในสถานบิน 7 แห่ง

ชิตวันกล่าวว่าแม้จะมีสนามบินบางแห่งที่มีการใช้งานเกินศักยภาพอย่างต่อเนื่องเช่น กระบี่ ขอนแก่น อุดรธานี และสุราษฏร์ธานี ที่จำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบการจัดการให้เพียงพอ แต่หลายแห่งมีอัตราการใช้งานต่ำมากเช่น เบตง แพร่ แม่ฮ่องสอนกลับยังได้งบลงทุนที่สูงอยู่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสารจริงที่มาใช้ทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ

ชิตวันยกตัวอย่างการตั้งงบลงทุนในสนามบินต่างๆ เช่น สนามบินตรัง 455 ล้านบาทมีการใช้เที่ยวบินร้อยละ 63.36 ชุมพร 286 ล้านบาทมีการใช้เที่ยวบินร้อยละ  14.79 ส่วนสนามบินพิษณุโลก 286 ล้านบาทแม้ว่าจะมีการใช้เที่ยวบิน 91.14 แต่มีผู้โดยสารเพียงร้อยละ 14.83 ของขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเท่านั้นทำให้เห็นสภาวะการจัดเตรียมเกินความจำเป็น และยังมีสนามบินที่ได้รับงบเยอะแต่การใช้งานน้อยอยู่อีกเช่น สนามบินเบตง ลำปาง แพร่ เลย และอย่างสนามบินหัวหินก็มีการใช้งานแค่ร้อยละ 2.6

ชิตวันจึงเสนอให้ตัดงบสนามบินที่มีการใช้งานน้อยทั้งหมด 35 ล้านบาท และเสนอให้ทบทวนแผนการลงทุนใหม่ปรับลดงบส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

ชิตวันยังกล่าวถึงสนามบินที่มีภาระงานมากแต่ได้รับงบต่ำกว่าสนามบินที่มีการใช้งานน้อยเช่น สนามบินกระบี่มีการใช้งานเที่ยวบินเกินศักยภาพอยู่ที่ร้อยละ 140.98 มีผู้โดยสารเกินอยู่ร้อยละ 152.74 แต่ได้รับงบประมาณแค่ 322 ล้านบาททั้งที่เป็นสนามบินนานาชาติ รวมถึงสนามบินขอนแก่นและอุดรธานี

ภัณฑิล น่วมเจิม สส.เขตกรุงเทพ พรรคประชาชน ขอให้ตัดงบในมาตรา 15 ส่วนของกรมท่าอากาศยานประมาณกล่าวถึงการใช้งบทำ 1 จังหวัด 1 สนามบิน ในงบประมาณ 2569 ของกรมท่าอากาศยาน ว่าการใช้งบตั้งสนามบินไม่คุ้มค่าเนื่องจากการเปิดสนามบินมีต้นทุนและมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของ ICAO อยู่ด้วยและมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงตามมาในการดูแลถ้าไม่สามารถทำให้สนามบินอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ภัณฑิลยกตัวอย่างกรณีของสนามบินในภูมิภาคที่ลงทุนไปแล้ว 2-3 พันล้านบาทค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว 30-50 ล้านบาทต้นทุนค่าโดยสรแท้จริงยังมีถึง 800-1500 บาท แต่เมื่อขายตั๋วในราคาต่ำเพื่อดึงลูกค้าแต่สุดท้ายแล้วไม่ทำให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนเพราะต้นทุนค่าโดยสารสูงกว่าราคาตั๋วที่ขายทำให้รัฐต้องเข้าไปอุดหนุนและรัฐเข้าไปดูแลต่อเนื่องในระยะยาว

สส.พรรคประชาชนกล่าวต่อว่า เงินงบประมาณของกรมท่าอากาศยานส่วนใหญ่ไปอยู่กับงบลงทุน เช่น ท่าอากาศยานหัวหินลงเงินไป 224 ล้านบาทใน 7 โครงการทั้งเรื่องการทำความปลอดภัยรันเวย์และทำเรื่องซื้อเครื่องเอกซเรย์เพิ่มอีก 7 รายการ แต่สนามบินหัวหินก็มีแค่ไฟลท์จากเชียงใหม-หัวหินเท่านั้นแบบวันเว้นวัน หรือสนามบินแม่งฮ่องสอนก็ปิดไปแล้วแต่ยังของงบประมาณไปเพราะว่าต่อให้ไม่มีเที่ยวบินแล้วก็ยังมีค่าดูแลรักษาสนามบินอีก 153 ล้านใน 9 โครงการทั้งการซื้อเครื่องตัดหญ้ารถแทร็คเตอร์หรือการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และยังมีสนามบินที่ร้างไปแล้วไม่มีการดำเนินการเช่น สนามบินนครราชสีมา เพชรบูรณ์ ก็ยังของงบประมาณมาทุกปี

ภัณฑิลย้ำว่าเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ดีก่อนจะเปิดสนามบินเพิ่มว่ามีความจำเป็นจริงๆ หรือไม่หรือว่ามีธงในการศึกษาความเป็นไปได้มาก่อนแล้ว เพราะถ้าจะศึกษาจริงต้องไปขอข้อมูลจากสายการบินจริงๆ ว่าจะมีเที่ยวบินมาลงหรือไม่ไปจนถึงการศึกษาข้อมูลประชากร รายได้ การท่องเที่ยว พฤติกรรมการเดินทาง หลายสนามบินก็อยู่ใกล้กันมากทั้งที่มีเกณฑ์อยู่ว่าความห่างสนามบินต้องห่างกันกี่ร้อยกิโลเมตรเพราะเมื่อตั้งสนามบินแล้วก็ต้องมีแผนด้วยว่าจะมีโครงข่ายคมนาคมอย่างไรเพราะสนามบินอยู่โดดๆ ไม่ได้เพราะประชาชนใช้โครงข่ายถนนมากกว่า มีเพียงแค่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ใช้เครื่องบิน

ภัณฑิลยกตัวอย่างยอดการใช้งานสนามบินบางแห่งที่ต่ำมากเช่นสนามบินแม่ฮ่องสอน หัวหิน มีคนใช้งานเพียงแค่ 2.6% จากความสามารถในการรองรับผู้โดยสารทั้งหมดที่สนามบินรองรับได้ หรือกรณีสนามบินเบตงหรือสนามบินแพร่ที่ของบลงทุนขยายรันเวย์จากข้ออ้างว่ารันเวย์สั้นทำให้รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ไม่ได้ทั้งที่มีจำนวนผู้ใช้งานน้อย

สส.พรรคประชาชนยกตัวอย่างแผนสร้างสนามบินที่เคยถูกถอดไปจากงบประมาณปี 2568 แล้วแต่ก็ยังมีการขอเข้ามาใหม่ เช่น ค่าจ้างออกของสนามบินสตูล 66,671,000 บาท สนามบินพัทลุงที่ทำ EIA ไปแล้วก็มีการของบออกแบบเข้ามาอีก 40 กว่าล้านบาท ไปจนถึงมีการตั้งโครงการตกแต่งสนามบินที่มีอยู่แล้วอีก 8 แห่ง 20-30 ล้านบาท ซึ่งก็มีคำถามว่าตกแต่งไปแล้วจะช่วยให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นหรือไม่ เขาจึงเสนอให้ตัดงบประมาณเหล่านี้ทั้งหมดและขอว่าปีหน้าอย่าให้มีการตั้งงบสร้างหรือตกแต่งสนามบินเหล่านี้เข้ามาอีกเพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร

กาฬสินธุ์-มหาสารคาม ตั้งโครงการร่วมสร้างสนามบินใช้ร่วมกัน

วิรัช พิมพะนิตย์ สส.เขตกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงงบประมาณกระทรวงคมนาคมว่า จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดมหาสารคามมีโครงการร่วมกันเพื่อสร้างสนามบินร่วมกันในชื่อ “ท่าอากาศยานสารสินธุ์” โดยเป็นโครงการที่ สส.และประชาชนของทั้ง 2 จังหวัดร่วมประชุมกันและคอยมานานแล้ว และที่ดินที่เอามาใช้ก็เป็นที่ดินเดิมที่มีแผนไว้ว่าจะเอามาใช้สร้างศาลากลางจังหวัด 1,868 ไร่ มีขนาดพอสร้างสนามบินได้ และอยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 9 กม. ห่างจากมหาสารคาม 25 กม.

วิรัชกล่าวว่าโครงการสนามบินดังกล่าวนี้ไม่ได้ลงทุนมากเพราะเวนคืนที่ดิน 300 กว่าล้านบาท ค่าออกแบบ ทำรันเวย์ สร้างอาคารประมาณ 5-6 ร้อยล้านบาท และทั้งสองจังหวัดนี้ก็มีมหาวิทยาลัยอยู่ เขาเลยอยากขอเสนอตัดงบ 10% ของกระทรวงคมนาคมมาตั้งทำสนามบินด้วย

พัฒนา สัพโส สส.เขตจังหวัดสกลนคร ในฐานะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นงบลงทุนสนามบินของกรมท่าอากาศยานว่า ในประเด็นเรื่องความคุ้มค่าหรือไม่นั้นเป็นทางสายการบินที่เลือกเข้ามาและกรมท่าอากาศยานก็มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการสนามบิน ซึ่งในการพิจารณาก็ดูว่าเข้าเกณฑ์ของสำนักงบประมาณทั้ง 9 ข้อหรือไม่ ถ้าจะปรับลดก็ต้องเข้าเกณฑ์การปรับลด ถ้าราคาสุดท้ายแพงเกินจริงก็ต้องเสนอปรับลด ส่วนเรื่องความเหมาะสมแต่ละคนเขาก็เชื่อว่ามีความเห็นแตกต่างกันไปว่าที่ไหนจะเหมาะหรือไม่เหมาะสม แต่เรื่องที่ภัณฑิลเห็นว่าก่อสร้างสนามบินไม่คุ้มค่าเรื่องนี้ก็ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาในการทำคำขอสนามบินจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนด้วย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง