Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • ทบ. เผยพบกำลังพลผู้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เสียชีวิตแล้ว คาดอัตวินิบาตกรรม พร้อมแสดงความเสียใจและให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่
  • พ่อของผู้ก่อเหตุเผยลูกเครียดมาก อยู่ที่ค่าย 2 เดือน ไม่ได้กลับบ้าน ไม่เคยเล่าปัญหาอื่นให้ฟังนอกจากอยากกลับบ้าน
  • แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับในสภาวะการสู้รบส่งผลสภาพจิต-เครียด สั่งผู้บังคับบัญชาดูแลให้ทั่วถึง พร้อมส่งทีมแพทย์ดูแลสภาพจิตใจทหารแนวหน้า

15 ส.ค. 2568 เวลา 13.09 น. ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกโพสต์แจ้งข่าวทางเอกซ์ (เดิมคือทวิตเตอร์) ผ่านแอคเคานต์ armypr_news ซึ่งเป็นหนึ่งในแอคเคานต์ทางการของกองทัพบก ระบุว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์ช่วงเช้ามืดวันที่ 15 ส.ค. 2568 หน่วยทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามค้นหา พลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 หลังออกจากที่ตั้งหน่วยพร้อมอาวุธปืนโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่ช่วงกลางดึก และภายหลังก่อเหตุใช้อาวุธปืน ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบพลทหารดังกล่าวเสียชีวิตในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการอัตวินิบาตกรรม เนื่องจากพบหมวกเหล็กและอาวุธประจำกายวางอยู่ข้างลำตัว ขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนิติเวชอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และชันสูตรพลิกศพ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

ลำดับเหตุการณ์

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.08 น. ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกโพสต์ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ โดย ณ ขณะนั้น ยังไม่มีรายงานว่าพบตัว พลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ซึ่งกองทัพบกคาดการณ์ว่าอาจเป็นผู้ก่อเหตุ

โพสต์ดังกล่าวของศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกมีเนื้อหาดังนี้

โฆษณา - Advertising

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 00.45 น. กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ยินเสียงปืนดังเป็นชุด จำนวน 10 นัด บริเวณถนนข้างวัดบ้านเขื่อนแก้ว อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ต่อมาเวลา 00.54 น. ได้ยินเสียงปืนเพิ่มอีก 2 นัด

จากการตรวจสอบกำลังพลและอาวุธประจำกาย พบว่า พลทหารรัฐภูมิ เทพศิริ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1623 ได้ออกจากที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมอาวุธปืนเล็กยาวและกระสุนจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่

1. อนุวัฒน์ สิงห์ชัย อายุ 32 ปี ชาวบ้านเขื่อนแก้ว ถูกกระสุนปืนทะลุปอดด้านขวา อาการสาหัสแต่ยังรู้สึกตัว ขณะนี้ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์

โฆษณา - Advertising

2. วุทธนา นาประโคน อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระจกที่เท้าซ้าย อาการปลอดภัย

ผู้บาดเจ็บทั้งสองรายได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งโรงพยาบาลกาบเชิง ก่อนส่งต่อรักษาตามความเหมาะสม โดยขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว

ญาติเผยสิ่งที่อาจเป็นแรงจูงใจ

ตามข้อมูลของสำนักข่าวไบร์ททีวี ระบุว่า จากการสอบถามบิดาของนายรัฐภูมิ เบื้องต้นบิดาเล่าว่า ที่ผ่านมาลูกชายเคยเล่าปัญหาให้ฟังว่าลูกเครียดมาก อยู่ที่ค่าย 2 เดือน ไม่ได้กลับบ้าน ซึ่งลูกไม่เคยเล่าปัญหาอื่นให้ฟังนอกจากอยากกลับบ้านเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย โดยตนมาหาลูกตั้งแต่ตี 4 เพราะได้รับแจ้งจากตำรวจว่าลูกชายก่อเหตุ หนีจากค่ายพร้อมถืออาวุธครบมือ ยิงชาวบ้าน

ช่อง 7 ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า พ่อเร่งเดินมาร่วมตามหาลูกชายตั้งแต่ตี 4 โดยพยายามติดต่อให้มอบตัว แต่ลูกชายไม่รับโทรศัพท์ แชตไม่ตอบ ทำให้พ่อรู้สึกเป็นห่วงลูกมาก

โฆษณา - Advertising

นอกจากนี้ นักข่าวไบร์ททีวีได้ติดต่อสอบถามไปทางญาติ โดยญาติคาดการณ์ว่า พลทหารน่าจะเครียดและอยากกลับบ้าน ซึ่งเขาจับทหารเกณฑ์ได้ ตอนแรกอยู่ที่ปราสาทตาควาย ก่อนจะย้ายมาอยู่อีกจุดหนึ่ง ปกติเป็นคนที่นิสัยดี เจียมตัว ก่อนจะขึ้นรถไปรบครั้งนี้ยังมาให้ผูกข้อมือให้ ซึ่งเขาโทรมาหลังจากเสร็จการรบหนักๆ ที่ปราสาทตาควาย บอกว่าอยากกลับบ้าน

เมื่อเวลา 10.37 น. สำนักข่าวไทย รายงานคำพูดพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทหารคนดังกล่าวได้รับผลกระทบในเรื่องใดบ้าง ต้องดูเหตุผลและให้ความเป็นธรรม ในสภาวะสงคราม มีเรื่องความเครียด ในสนามรบอยู่แล้ว กองทัพจึงจำเป็นต้องเข้าไปดูแลเรื่องสุขภาพจิตของกำลังพลแนวหน้า โดยคณะแพทย์พยาบาลที่จะคอยประเมิน ว่าใครมีความสุ่มเสี่ยง ยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมา ส่งผลต่อสุขภาพจิต กองกำลังพลที่อยู่แนวหน้า ได้เน้นย้ำผู้บังคับหน่วยลงไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทั่วถึง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising